LifeAround: อัมพาตครึ่งซีก!

posted on 23 Jul 2011 12:43 by fingers-crossed in LifeAround

23 กรกฎาคม 2554

 

เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน เอาเป็นว่าสักประมาณปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แม่สามีที่แม้ว่าจะไม่ใช่คนที่มีสุขภาพแข็งแรงมากอะไร แต่ก็อาศัยว่าดูแลตัวเองมาตลอดค่อนข้างดี จู่ๆก็เกิดอาการร่างกายซีกซ้ายอ่อนแรงกระทันหัน ขณะนั่งทานอาหารมื้อเย็นกับลูกชายคนเล็ก

 

ดูเหมือนแม่จะรู้ถึงอาการผิดปกตินี้ดี บวกกับสมองที่ยังเฉียบคม แม่บอกลูกชายคนเล็กหรือน้องชายของสามีให้พาไปโรงพยาบาลด่วน แล้วจึงโทรหาพี่ชายหรือสามีของฉันทันที สามีรีบออกจากออฟฟิศตรงไปยังโรงพยาบาลที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก โดยไม่ลืมโทรบอกฉันเป็นระยะ

 

แม่เป็นเส้นเลือดในสมองตีบ ทีแรกฉันก็คิดว่า อาการคงจะไม่หนักมากเมื่อเทียบกับเส้นเลือกในสมองแตก หารู้ไม่ว่า ความสำคัญมันอยู่ตรงที่ เกิดกับเส้นเลือดเส้นไหนมากกว่าต่างหาก ของแม่เป็นที่เส้นเลือดหลักที่นำเลือดไปเลี้ยงสมอง อาการจึงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

 

แม่ต้องย้ายโรงพยาบาลที่พร้อมกว่าทั้งหมอและเครื่องมือ ด้วยความหวังของลูกและลูกสะใภ้ทุกคนขอให้แม่ไม่ต้องผ่าตัดสมอง แต่อาการของแม่ค่อนข้างหนักหนาพอสมควร วันที่สามหลังแม่ล้ม คุณหมอต้องผ่าตัดสมองให้กับแม่ สามีรอจนแม่ฟื้น ก่อนจะซักซามคุณหมออย่างละเอียด และกลั้นน้ำตาเอาไว้อย่างหนัก เขาปล่อยโฮเมื่อกลับถึงบ้าน ฉันเองก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหวเหมือนกัน เพราะสงสารทั้งแม่ทั้งเขา

 

แม่นอน CCU นานเกือบสองสัปดาห์ ก่อนที่อาการจะดีขึ้นเรื่อยๆเป็นที่น่าพอใจของทุกคน เพราะแม่พูดได้แม้จะช้าและเหนื่อยง่าย แต่ว่าสติและความจำของแม่ดูจะแจ่มใสดีทีเดียว สามีและน้องชายอยู่โยงกันเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล ในขณะที่ฉันตั้งหน้าตั้งตาจัดและทำความสะอาดบ้านเอาชนิดแทบจะล้มทั้งยืน เพราะบ้านที่อยู่กันมานานกว่า 30 ปีนั้น สมบัติประดามีเต็มไปหมด

 

เราจัดการกับบ้านทันแม่กลับมาพอดี แม้ว่าจะยังมีช่างทยอยมาต่อเติมและติดตั้งอะไรต่อมีอะไรเพิ่มเติมในภายหลัง ที่ทำให้ทุกคนมีความหวังอีกครั้งก็คือ คุณหมอที่ก่อนหน้านี้ประเมินว่าแม่อาจจะไม่สามารถกลับมาเดินได้อีกครั้ง บอกว่ามีโอกาสที่จะกลับมาเดินได้ แม้จะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์และอาจจะต้องใช้ไม้เท้าหรืออุปกรณ์ช่วยเดินก็ตาม เพราะมันหมายถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเขาเอง

 

นี่ล่ะเหตุผลที่ฉันหายไป ไม่ได้ทำอะไรกับบล็อกของตัวเองอยู่เป็นเดือน เพราะมีเหตุอย่างนี้นี่แหละ ก่อนหน้านั้นฉันเป็นกังวลมาก เพราะฉันไม่เคยอยู่ในบ้านที่มีคนป่วยลักษณะนี้ แต่ในความโชคร้ายของแม่ก็ยังมีความโชคดีตรงที่ แม่มีลูกและลูกสะใภ้ที่รักและคอยดูแลเขาเป็นอย่างดี มีกัลยาณมิตรที่แวะเวียนมาเยี่ยมหรือไม่ก็โทรมาถามไถ่เสมอ มีคุณภาพชีวิตที่ไม่เลวเลยสำหรับคนป่วยพิการครึ่งซีก และยังมีโอกาสที่จะกลับมาเดินได้

 

ฉันอดรู้สึกเห็นใจแม่สามีไม่ได้ เพราะเขาเคยบอกฉันบ่อยๆว่า สิ่งที่เขากลัวที่สุดอย่างหนึ่งก็คือการเป็นภาระให้กับลูกๆ เขาที่ทั้งหัวใจไม่แข็งแรงและเป็นโรคความดัน จึงพยายามที่จะดูแลสุขภาพตัวเอง แต่เนื่องจากความเป็นคนขี้กังวล ขี้เกรงใจ บวกกับนึกถึงคนอื่นก่อนตัวเอง อีกทั้งลุงที่เป็นพี่ชายของแม่เองก็เพิ่งจะตรวจพบว่าเป็นเนื้องอกและมีท่าว่าจะเป็นเนื้อร้าย ไหนจะภาระการสอนสมาธิที่แม่ไปรับมาทำเพื่อการกุศลอีก แม่จึงเครียดและเกิดอาการเส้นเลือดในสมองตีบและกายเป็นคนป่วยอัมพาตครึ่งซีกที่ต้องทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง

 

ฉันเองที่ชอบกดดันตัวเองในการทำงาน จนแทบจะร่ำๆกลายเป็นโรคเครียดได้เรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์ครั้งนี้มากทีเดียว เพราะมันทำให้ฉันต้องย้อนกลับมามองตัวเอง และบอกตัวเองว่า ถึงเวลาที่ฉันจะต้องดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตของตัวเองอย่างจริงๆบ้างเสียที

 

ฉันเองก็ไม่ใช่คนที่เก่งในเรื่องการดูแลใครสักเท่าไร แต่ก็บอกกับตัวเองว่าก็ทำเท่าที่จะทำได้ เพราะอย่างน้อยๆก็มีคนคอยดูแลแม่อยู่ประจำอีกคน ส่วนลูกๆและสะใภ้คนอื่นก็ผลัดเปลี่ยนวนเวียนกันตลอดเวลา ทำให้ฉันลดความหนักใจลงไปได้พอสมควร

 

ชีวิตที่เปลี่ยนไปของฉันคงจะไม่ได้เปลี่ยนไปมากอย่างที่ฉันเคยคิดกังวลไว้ ก็ได้แต่ขอให้แม่กลับมาแข็งแรงขึ้นในเร็ววัน โดยเป้าหมายก็คือขอให้กลับมาเดินและช่วยเหลือตัวเองได้อีกครั้ง

 

ดูแลสุขภาพกันให้ดี เพื่อคนที่คุณรักและตัวคุณเองนะคะ

 

23 กรกฎาคม 54 @ บ้าน

Comment

Comment:

Tweet

: )

ครับผม

ยังไงก็อย่าลืมหมั่นดูแลและรักษาดวงใจด้วยนะ



เฮ้อออ

เจอเรื่องแบบนี้เราคงทำไรไม่ถูกเหมือนกันแหละ