LifeAround: ความสุข

posted on 31 Jan 2012 17:11 by fingers-crossed in LifeAround

31 มกราคม 2555

                สำหรับฉัน ไม่เคยมีคำว่าสายเกินไปหรือช้าเกินไป ถ้าจะเขียนถึงเรื่องของความสุข แม้ว่านี่ก็ผ่านพ้นวันปีใหม่มาหนึ่งเดือนเต็มพอดีก็ตาม แหม... ความสุขไม่ได้จะเกิดขึ้นเฉพาะวันปีใหม่ หรือวันสำคัญทางเทศกาลอย่างเดียวแค่นั้นเสียเมื่อไหร่เล่า วันไหนๆมันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นแหละ

                เรื่องของเรื่องที่ฉันหยิบเอาเรื่องความสุขมาเขียนถึงเนี่ย มันเป็นความรู้สึกวูบนึงที่เกิดขึ้นเมื่อตอนที่ฉันขนเอางานมานั่งทำที่ร้านสตาร์บั๊กส์ใกล้ๆบ้านนี่แหละ ตอนแรกก็กะว่าจะมาปั่นนิยายต่อให้จบ เพราะอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศนอกบ้านบ้าง บวกกับอยากกินของหวานมาหลายวัน แค่นั้นเลย แล้วจังหวะที่ฉันกำลังเลือกทำเลที่นั่งเหมาะๆ ซึ่งที่จริงมันเป็นที่นั่งทำงานของฉันประจำทุกครั้งที่มาแท้ๆ แต่พอมองออกไปด้านนอก วันนี้ ฉันรู้สึกว่าวิวที่เห็นอยู่ทุกวันมันสวยขึ้นมากเลย

                สตาร์บั๊กส์สาขาที่ฉันมานั่งเนี่ย ด้านหน้ามันจะมีส่วนที่เป็นไม้ยื่นออกไปข้างนอก แล้วก็จะมีสระน้ำเล็กๆ ก่อนจะถูกกั้นไว้ด้วยพุ่มไม้เตี้ยๆ ด้านหลังพุ่มไม้ที่ว่าเป็นเนินหญ้าที่ผ่านไปทีไรฉันก็เห็นว่ามันถูกตัดเอาไว้เรียบร้อยสวยงามอยู่เสมอ ถ้ามองออกจากในร้าน ฝั่งขวามือจะมีต้นลีลาวดีที่ตอนนี้กำลังออกดอกสีขาวอมชมพูสวยมาก ในขณะที่ฝั่งซ้ายมือ ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์กำลังออกดอกสะพรั่ง นี่ขนาดว่าดอกของมันบางส่วนร่วงหล่นอยู่เต็มพื้นหญ้าลุกลามเข้ามาถึงระเบียงไม้ของร้านไปตั้งเยอะแล้วนะ

                ตอนที่ฉันถือแก้วกาแฟในมือแล้วก็มองออกไปข้างนอก ตอนนั้นแหละที่ฉันรู้สึกว่า มีความสุขจังเลย หลายปีมานี้นับตั้งแต่ที่ฉันได้ชื่อว่าเป็นคนที่ไม่มีงานประจำ แม้จะมีรายได้เข้ามาบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคงเหมือนอย่างสมัยที่ได้ชื่อว่าเป็นพนักงานประจำอย่างแต่ก่อน ขณะเดียวกัน ฉันกลับรู้สึกถึงความสุขได้มากขึ้นและบ่อยขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย แปลกเนอะ...

                แต่ไหนแต่ไรมา ฉันเป็นคนที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย จนร่ำๆจะเข้าข่ายน่าเบื่อเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน เพราะว่าไม่ค่อยกินไม่ค่อยเที่ยว ไม่ค่อยได้ไปสังสรรค์กับใครบ่อยๆเป็นนิสัย ยิ่งพอไม่ต้องออกไปทำงานประจำอย่างแต่ก่อน เวลาอยู่บ้านก็มีมากขึ้นไปอีก ซึ่งกลับกลายเป็นว่าก็มีความสุขดีอยู่นะ ในขณะเดียวกัน เวลามีงานเข้ามา หรือเวลาที่พี่น้องเพื่อนฝูงมาชวนให้ไปทำโน่นทำนี่ ฉันก็จะชอบมาก แล้วก็มีความสุขมากไปอีกแบบเหมือนกัน ทั้งที่เมื่อก่อนไม่ได้รู้สึกกับมันมากขนาดนี้เลย เออ แต่ก็มีคนบอกนะว่า ชีวิตการทำงานของฉันที่จริงออกจะหวือหวา เพราะจะมีใครสักกี่คนที่ต้องไปทำงานออกทีวี (ช่องเคเบิ้ล) ทุกสัปดาห์ แถมยังได้ทำงานใกล้ชิดศิลปินอยู่เป็นประจำ... ซึ่งมันก็จริงของเขาแฮะ

                แต่ก็นั่นแหละ ฉันก็ยังมองว่า ชีวิตของฉันพักหลังๆมานี่มันช่างเรียบง่ายเหลือเกิน ก็เลยทำให้เกิดคำถามขึ้นมาบ่อยๆว่า อะไรบ้างหนอที่ทำให้ฉันมีความสุขได้บ้าง...

                ฉันมีความสุขเวลาที่ได้ทำอะไรเงียบๆอยู่ที่บ้าน อ่านหนังสือบ้าง เล่นอินเตอร์เน็ตบ้าง อัปบล็อกบ้าง แล้วก็เข้ายูทูป ฉันมีความสุขเวลาที่คนใกล้ตัวพาไปกินข้าวแล้วก็แวะไปดูหนังกันสัปดาห์ละครั้ง ฉันมีความสุขเวลาที่ได้ไปดูคอนเสิร์ตศิลปินที่ชอบ ฉันมีความสุขเวลาที่ได้พบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงพี่น้องที่รักใครถูกคอกันดี ฉันมีความสุขเวลาที่ได้กลับไปหาแม่กับป๊าที่บ้านแล้วไปกินข้าวด้วยกันทั้งครอบครัว ฉันมีความสุขเวลาที่ได้กลับไปเที่ยวบ้านเกิดที่เชียงราย ฉันมีความสุขกับอากาศเย็นๆที่นานๆมันจะมาซักครั้ง ฉันมีความสุขเวลาที่ได้พูดคุยสัมภาษณ์ศิลปินนักร้องที่ชอบ ฉันมีความสุขเวลาที่ได้ทำงานที่รัก ฉันมีความสุขเวลาที่รู้ว่ามีคนชอบสิ่งที่เราถ่ายทอดออกไปเป็นตัวหนังสือ ฉันมีความสุขเวลาที่ได้รู้ว่ามีคนรักเราอยู่ตั้งเยอะ ฉันมีความสุขที่มีครอบครัวที่อบอุ่น ... ฉันมีความสุขเยอะมาก และบ่อยมาก ขนาดที่ว่า ที่เขียนไปนี่ยังไม่ถึงครึ่งเลยมั้งเนี่ย...

                ลองมาไล่ดูดีๆ ฉันมีความสุขได้กับอะไรมากมายในชีวิต จะเล็ก จะน้อย จะยิ่งใหญ่ จะสำคัญแค่ไหน ความสุขมันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาจริงๆ น่าแปลกที่ในช่วงเวลาที่ฉันน่าจะมีความสุขน้อยที่สุด ฉันกลับรู้สึกถึงมันได้มากเหลือเกิน

                ช่วงแรกๆของการทำงาน ฉันว่าฉันเองก็มีความสุขเยอะอยู่นะ เพราะโชคดีที่ได้ทำงานที่ตัวเองรัก แถมอะไรๆก็ดูจะไปได้สวยไปเสียหมด จนกระทั่งวันที่ฉันต้องบอกลาจากงานที่ตัวเองรักมาถึง ตอนนั้นก็ยังไม่รู้สึกอะไร เพราะเชื่อมั่นว่าตัวเองยังไงก็หางานได้ ซึ่งมันก็หาได้เรื่อยๆจริงๆนั่นแหละ แต่ก็เปลี่ยนงานบ่อยเสียจนน่าตกใจ ถึงขนาดที่ทำให้จิตตกหมดความมั่นใจ และกลายเป็นความทุกข์ไปในทันที ทั้งๆที่มันไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร เพราะมันก็เกิดขึ้นได้กับทุกคนนั่นแหละ

                แล้วฉันมีโอกาสได้พบกับคนคนหนึ่งที่เข้ามาเปลี่ยนนิยามของคำว่าความสุขของฉันไปเลย เรื่องมันคงยาวน่าดู จึงขอไม่เล่าลงรายละเอียด แต่จะบอกว่า นับแต่นั้น ฉันก็ใส่ใจที่จะทำชีวิตตัวเองให้มีความสุขขึ้น เพราะหลายครั้งเวลาที่เราเป็นทุกข์กับอะไรสักอย่าง บางที จริงๆแล้วเราไม่ได้เป็นทุกข์ขนาดนั้นหรอก เราแค่หมกมุ่นอยู่กับมันมากไปหน่อยเท่านั้นเอง ฉันเป็นคนคิดเยอะและชอบกดดันตัวเองเป็นธรรมชาติ เวลาหมกมุ่นกับอะไรมันจึงกัดกร่อนจิตใจมากเป็นพิเศษ ในขณะเดียวกัน ถ้าเปลี่ยนความหมกมุ่นมาเป็นจินตนาการ ทุกอย่างจะพลิกไปเลย เหมือนที่คนญี่ปุ่นชอบเปรียบเทียบว่าเป็นการพลิกกลับเป็น 360 องศานั่นแหละ

                ทุกวันนี้ฉันก็ยังมีคิดนิดหน่อยเกี่ยวกับเรื่องงานนะ แต่ว่าไม่เป็นมากเหมือนแต่ก่อนแล้ว ก็ค่อยๆคิดค่อยๆทำไป ชีวิตฉันไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้น ยิ่งเทียบกับคนอื่นๆฉันทั้งสบายกว่าและโชคดีกว่าหลายเท่า เพราะฉะนั้น แทนที่ฉันจะมานั่งฟูมฟาย ฉันก็เลยเลือกการเขียนนี่แหละมาช่วย ซึ่งต้องบอกว่าความทุกข์ที่เคยมี ถูกปลดปล่อยและบรรเทาลงไปได้เยอะเลย

                บทความนี้เขียนตอนที่ฉันนั่งอยู่ร้านสตาร์บั๊กส์นี่แหละ ที่จริงการมานั่งเขียนอะไรต่อมิอะไรในสตาร์บั๊กส์เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ฉันทำบ่อยมากเลยนะ กาแฟอาจจะแพงกว่าที่อื่นไปหน่อยก็จริง แต่แลกกับงานเขียนที่คืบหน้าไปทุกครั้ง บรรยากาศที่ฉันชอบเป็นการส่วนตัว แถมวิวสวยๆที่ได้รับจากสาขาใกล้บ้าน นี่ถือเป็นความสุขราคาไม่แพงที่หาง่ายและอยู่ใกล้ตัวเลยนะ

                ได้มาเขียนถึงเรื่องที่ทำให้ตัวเองมีความสุขนี่มันดีจริงๆ แล้วคนอ่านล่ะคะ มีความสุขกันอยู่หรือเปล่า?

31 มกราคม @ Starbucks สาขานวมินทร์

Note: บอกไว้ก่อนว่า ฉันเปล่ามาโปรโมตร้าน Starbucks นะทุกท่าน แต่ฉันชอบของฉันก็บอกว่าชอบตรงๆ ทุกวันนี้ Starbuscks ทุกสาขาคือที่ทำงานนอกสถานที่ที่ดีที่สุดของฉันอยู่ดี งานเขียนมากมายทั้งหลายทั้งปวงของฉัน เกิดจากการนั่งร้าน Starbucks เกินครึ่งทั้งนั้น ^^

Comment

Comment:

Tweet