เนื่องจากวันนี้เป็นวันทัวร์สถานที่ท่องเที่ยวขั้นพื้นฐานที่หากใครมาญี่ปุ่นควรจะต้องไปเยือนสถานที่เหล่านี้ (ตามแต่โอกาสและเวลาจะอำนวย) เผื่อมีใครมาถามว่า เที่ยวญี่ปุ่นทั้งทีไปไหนมาบ้าง จะได้ตอบเขาแบบเต็มปากสักหน่อย ส่วนตัวแล้วฉันกับพี่สาวเคยไปเยือนหลายๆแห่งมาแล้ว แต่ลูกทัวร์คนอื่นๆยังไม่เคย เป้าหมายเหล่านี้จึงควรจะมีอยู่ในแผนการเดินทางอย่างยิ่ง ลูกทัวร์จะได้คุ้นเคยนะคะ เช้านี้ จึงไม่ได้รีบร้อนอะไรกันมากนัก ไม่รู้ว่ากะจะให้ตายใจกันก่อนหรือไงเหมือนกัน แต่เอาเป็นว่า สถานที่เที่ยวแห่งแรกสำหรับวันนี้ของเราก็เห็นทีจะหนีไม่พ้นวัดอาซะกุสะนั่นเอง ประเหมาะเคราะห์ดีเหลือหลายที่โรงแรมของเรานั้น ไม่เพียงแต่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน Bakuro-cho จะอยู่ใกล้โรงแรมเพียงชั่วนาทีเดินเท้า แต่ห่างออกไปไม่ไกล ก็มีสถานนี Asakusabashi ที่นั่งรถไฟไปแค่สองสถานีก็ถึงวัดอาซะกุสะแล้ว ฮือ... สาธารณูปโภคที่ดีนี่มันช่างตอบโจทย์ชีวิตได้ดีจังเลย

 

                เกิดอาการงงเล็กน้อยว่าจะออกประตูไหนดีหว่า จะได้ใกล้ทางเข้าวัดพอดี ก็เดินหาพร้อมกับถามทางเจ้าหน้าที่เขาไปด้วย ตอนโผล่ออกไปตรงทางออก เดินไปอีกนิดเดียวก็แทบจะเรียกได้ว่า เจอพอดี สัญลักษณ์ของวัดนี้ก็คือโคมไฟอันใหญ่สีแดงที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยนั่นแหละ หนก่อนโน้นที่ไปญี่ปุ่น (ห้าหกปีมาแล้วค่ะท่านผู้อ่าน) จำไม่ผิดรู้สึกว่าเราจะเข้าวัดจากประตูอีกด้านหนึ่ง หนนี้เลยมาเข้าตรงด้านหน้าเสียเลย ซึ่งนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างประเทศมายืนถ่ายรูปกันหนาตาทีเดียว ทั้งที่เพิ่งจะเลยเวลาเก้าโมงเช้าไปไม่กี่มากน้อยเท่านั้น มันคงเหมือนเป็นธรรมเนียมน่ะเนอะว่า ถ้ามาถึงที่นี่แล้วไม่ถ่ายรูปกับโคมไฟ แสดงว่า ไม่ได้มาจริง จึงต้องมีการชักภาพเป็นหลักฐานกลับไปด้วยกันทุกหมู่เหล่า แม้แต่คนญี่ปุ่นเจ้าของประเทศยังทำกันเลยนึกดู

ตลอดสองข้างทางก่อนจะเดินไปถึงตัววัด ต้องผ่านด่านร้านรวงมากมายที่ขายทั้งของที่ระลึก อาหาร ขนม และอื่นๆอีกมากมาย เราได้รับประสบการณ์จากการเดินทางคราวที่แล้วว่า ของที่นี่ไม่ได้ถูกอะไรเท่าไร แถมขนมพวกนี้มีขายกันดาษดื่นมากในญี่ปุ่น ถ้าไม่อยากหิ้วของหนักก็อย่าเพิ่งซื้อเลย แต่ถ้าอยากได้ของที่ระลึกเล็กๆน้อยๆที่แน่ใจว่าหาไม่ได้จากที่อื่น ก็น่าจะพอไหวอยู่ แล้วนี่ยังต้นทริปอยู่เลย จะรีบซื้อข้าวของให้เป็นภาระไปทำไม

 

                อากาศเช้านี้ก็เย็นอยู่แต่เห็นจะไม่เท่าเมื่อวานตอนค่ำ แต่ที่แน่ๆอากาศสดใสดีทีเดียว ประกอบกับไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็ได้เห็นต้นซะกุระที่ออกดอกสะพรั่งก็ยิ่งทำให้หัวใจสดชื่นดีจริงๆ ก่อนเดินขึ้นไปไหว้พระ ก็ต้องล้างมือบ้วนปากตามธรรมเนียมของวัดและศาลเจ้าที่นี่ เราเดินไปซื้อธูปราคา 100 เยนมาจุดและนำไปปักที่กระถางพร้อมกับกวักควันธูปเข้าหาตัว มาอารมณ์สะดุดก็อีตอนเห็นฝรั่งหนุ่มสาวสองคนยืนจูบกันตรงบันไดทางเดินขึ้นไปไหว้พระนี่แหละ มันใช่เรื่องไหม คนเดินผ่านไปผ่านมาก็มองว่า สองคนนี่มาทำซึ้งเป็นโรมีโอแอนด์จูเลียตผิดสถานที่ไปหน่อยหรือเปล่า ที่แน่ๆสายตาเหล่านั้น ไม่ได้แสดงความชื่นชมเลยสักนิด เพราะมันผิดกาละเทศะเนาะ ถึงจะบอกว่าเป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้ธรรมเนียม แต่คนเราเนี่ย เวลาที่เดินทางไปไหนที่ไม่ใช่บ้านตัว ก็ควรต้องศึกษาสถานที่เขาหน่อยว่าไหม

                มาวัดคราวนี้โชคดีตรงที่ได้เห็นพระท่านขึ้นมาสวดทำพิธีสงฆ์กันด้วย คราวก่อนไม่ได้เห็นภาพนี้ นึกเสียดายอยู่เหมือนกัน ก็ได้มาเห็นเสียทีล่ะนะ และแน่นอน... มาถึงที่แล้ว เดินไปเบื้องขวา เส