*** ประกาศไว้ตรงนี้ว่า คนเขียนไม่หวง ไม่ห้ามเลยหากจะนำบทความนี้ออกไปเผยแพร่ ขอแค่อย่าตัดทอนข้อความใดๆ จะเอาออกไปก็เอาไปให้หมด และช่วยลง link ให้ด้วยก็พอค่ะ ^^

 

------------------------------------------

จั่วหัวไว้ขนาดนี้ คงไม่ต้องสืบนะคะว่าจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร ขอสารภาพไว้ตรงๆก่อนเลยว่า ทีแรกกะจะไม่เขียนแล้วเชียว เพราะว่า ขี้เกียจมาก... นิสัยเนอะ ^^’’ บวกกับเมื่อวันไปดูคอนเสิร์ตก็ไม่ได้พกโพยเพลงไปเหมือนหลายๆคอนเสิร์ตก่อนหน้านี้ แล้วในใจก็คิดด้วยว่าอยากจะสนุกกับคอนเสิร์ตครั้งนี้แบบเต็มที่จริงๆ ก็เลย เอาวะ... ไม่เป็นไร ไม่ต้องรีวิวก็ได้มั้ง ก็ปรากฏว่า หลังคอนเสิร์ตเนี่ย มีน้องๆที่รู้จักหลายคนเข้ามากดดันเล็กๆ ทั้งด้วยตัวเองและผ่านทาง Social Network ว่า... พี่คะ น้องรออ่านอยู่ ก็คิดว่าจะใจแข็งใส่แล้วเชียว แต่ไม่รู้เป็นอะไร วันนี้ (ซึ่งก็ปาเข้าไปวันที่ 13 มีนาคม) เลยวันคอนเสิร์ตมาจะครบหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ เกิดอยากจะเขียนขึ้นมาซะงั้น

 

จึงต้องขอออกตัวไว้ตรงนี้เลยว่า นี่อาจจะไม่ใช่รีวิวคอนเสิร์ตที่สมบูรณ์อะไรนัก เพราะว่าทิ้งช่วงนาน บวกกับถอดใจว่าจะไม่เขียนมาแต่แรก แต่ดันมาเปลี่ยนใจทีหลังซะงั้น ซึ่งคนเขียนก็หวังไว้เล็กๆแหละค่ะว่า อาจจะทำให้หลายๆคนได้ย้อนนึกถึงวันที่น่าประทับใจที่เพิ่งผ่านมาไม่นานวันนั้นได้บ้าง และอาจจะทำให้หายคิดถึงป๋าๆ ไปได้บ้าง (หรือเปล่า?) อันนี้ไม่รับประกันค่ะ เพราะเวลารีวิวคอนเสิร์ตทีไร เห็นมีแต่คนมาบ่นว่า ยิ่งทำให้คิดถึงศิลปินหนักเข้าไปอีก... ซะงั้นน่ะ

 

ฉันเป็นแฟน L’Arc – en – Ciel มา 17 ปีค่ะ นานเนอะ... ที่ได้เข้ามาทำงานในแวดวงเพลงและแวดวงบันเทิงอย่างทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็เกิดจากวงนี้เป็นแรงขับและเป็นแรงผลักดันสำคัญ เพราะได้ค้นพบแล้วว่า นอกจากเรื่องภาษาแล้ว ฉันชอบฟังเพลง (โดยเฉพาะเพลงญี่ปุ่น) เป็นชีวิตจิตใจ ก็เลยคิดว่า การได้ทำงานในค่ายเพลงต่างประเทศ น่าจะเหมาะกับตัวเองทีเดียว คือฉันเป็นพวกติสต์เบาๆและถือคติว่า คนเราจะทำงานอะไรก็ขอให้เป็นงานที่ชอบและเหมาะกับตัวเองดีกว่า แล้วก็ดันโชคดี... ก็ได้เข้าไปทำจริงๆ ซึ่งต้องถือว่าเป็นจุดเริ่มของการได้เข้ามาทำงานในแวดวงเพลงเลยก็ว่าได้ค่ะ

 

แต่งานที่มาค้นพบตอนหลังว่าเหมาะกับตัวเองยิ่งกว่า ก็คืองานสื่อนี่แหละ ฉันจับพลัดจับผลูได้เป็นนักข่าวสายดนตรีเข้าจนได้ หลังทำงานอยู่ในค่ายเพลงมาหนึ่งปีเต็มๆ และจากอาชีพนักข่าวนี่เองที่ทำให้ฉันมีโอกาสได้พบปะสมาชิก L’Arc – en – Ciel แบบตัวเป็นๆจะๆอยู่หลายต่อหลายครั้งทีเดียว

 

ครั้งแรก ก็ตอนที่ hyde กับ tetsu เดินทางมาโปรโมตผลงานในเมืองไทยเป็นครั้งแรกประมาณปี 1998 ตอนนั้นฉันมีโอกาสเป็นหนึ่งในสื่อไม่กี่รายที่ได้เข้าไปสัมภาษณ์กันในห้อง จำได้ว่าเป็นการสัมภาษณ์ที่นานพอดู นับๆดูน่าจะประมาณสัก 45 นาทีได้ โดยสื่อแต่ละแห่งจะสลับกันถามคำถามอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย เรียกได้ว่าเป็นความประทับใจอย่างที่สุด เพราะ hyde กะ tetsu หน้าเหมือนในทีวีเป๊ะ และ hyde ก็ตัวเล็กได้ใจจริงๆ จำได้ว่าเสร็จจากการสัมภาษณ์ ทุกคนในห้องมีโอกาสได้จับมือกับทั้งสองสมาชิกกันโดยถ้วนหน้า ยังความปลาบปลื้มให้กับแฟนพันธุ์แท้ของวงอย่างฉันยิ่งนัก

 

ไม่อยากจะบอกว่า ด้วยความที่ฉันมีข้อมูลของ L’Arc – en – Ciel ในหัวอยู่ในระดับที่ไม่แพ้ใคร ก็เลยมีโอกาสดีๆเข้ามาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มงานอ่านสป็อตเป็นครั้งแรกในชีวิต และยาวนานต่อเนื่องมาหลายปี ได้ทำข้อมูลของวงให้กับต้นสังกัดของวงในเมืองไทยเพื่อใช้สำหรับส่งสื่อ รวมไปถึงการเล่นดนตรีคัฟเวอร์เพลงของ L’Arc ยาวนานต่อเนื่องมาถึง 10 ปีนั่นด้วย หรือให้พูดกันแบบบ้านๆก็คือ ฉันหากินกับ L’Arc – en – Ciel ชนิดเป็นเรื่องเป็นราวเลยเชียวล่ะ

 

โอกาสครั้งใหญ่เข้ามาในชีวิตนักข่าวของฉันอีกครั้ง เมื่อทางต้นสังกัด Sony Music ในประเทศไทยร่วมกับสปอนเซอร์ในตอนนั้น ชวนฉันและนักข่าวอีกสี่สำนัก พร้อมกับวินเนอร์ที่ได้รับรางวัลเป็นทริปไปญี่ปุ่น 5 วัน 4 คืน พร้อมกับดูคอนเสิร์ต L’Arc ที่โตเกียวโดม คุณพระคุณเจ้า ปกติได้ไปญี่ปุ่นฟรีก็ดีใจจะแย่แล้ว นี่ได้ไปดูคอนเสิร์ตใหญ่ของวงถึงในโตเกียวโดมด้วย จะไม่ให้ดีใจจนออกนอกหน้ายังไงไหวล่ะ คอนเสิร์ตที่ว่านี้ก็คือ Asia Live 2005 ที่วงตระเวณเล่นที่ประเทศจีนและเกาหลี ก่อนจะมาปิดท้ายที่โตเกียวโดมอีกสองรอบนั่นแหละ

 

จำได้ว่าคอนเสิร์ตครั้งนั้น เราได้รับการดูแลจากทีมงาน Sony Music Japan เป็นอย่างดี ทั้งพาไปฟังดนตรี ทานอาหารอร่อยๆ และดูแลพวกเราหลังจบคอนเสิร์ต แถมบัตรที่นั่งที่ได้มาก็เรียกว่าทำเลทองจริงๆ เป็นบล็อกที่อยู่ตรงด้านหน้าเวทีพอดี แม้จะเป็นแถวหลัง แต่ก็เรียกได้ว่าเทพสุดๆ ถึงทุกวันนี้ฉันยังจำได้ดีเลยว่า เป็น 3 ชั่วโมงในโตเกียวโดมที่ประทับใจเหมือนฝันไปเลยล่ะ จำได้ว่าหลังจากนั้นถึงกับบอกตัวเองเลยว่า ฟินมาก... ฟินแล้วหน้าที่การงานฉัน มีโอกาสได้เจอวงที่ชอบมานานปีขนาดนี้ แถมยังได้ดูคอนเสิร์ตใหญ่ระดับโตเกียวโดมอีกต่างหาก (แบบไม่ต้องเสียตังเลยด้วย)

 

หลังจากนั้นอีก 7 ปี ใครจะไปคิดว่า จะได้ดูคอนเสิร์ต L’Arc – en – Ciel ในเมื