พาร์ตนี้เป็นพาร์ตสุดท้ายของไฮด์แล้วนะคะ รอกันอีกสักพักจะเอาของเท็ตสึยะมาลงให้อ่าน นั่นก็ยาวเหมือนกันเลย

 

อ่านให้สนุกค่ะ พาร์ตนี้ศิลปินแอบเกรียนเบาๆ

 

-------------------------------------------

 

สัมภาษณ์ ไฮด์ “Butterfly” 23-01-2012 (Part II)

 

Q: เป็นตัวอย่างที่เหมาะเจาะพอดีสำหรับ “wild flower” เลย แดนดิไลออนน่ะมันแข็งแรงขนาดที่ขึ้นแทรกจากพื้นถนนได้เลยนะ เอาล่ะ ถ้าหากให้มองภาพรวมของอัลบั้มชุดนี้แล้ว เพลงไหนที่คุณรู้สึกกับมันมากที่สุด เพลง XXX หรือเปล่า

ไฮด์: ไม่ทราบเหมือนกันครับ... ยากจังนะ (หัวเราะ) ผมมีความรู้สึกที่แตกต่างกันไปในแต่ละเพลง ก็เลยยากที่จะให้เลือกแค่เพลงใดเพลงหนึ่ง BLESS เป็นเพลงที่หนักหนาเอาการในแง่ของการแต่งออกมา ส่วน XXX ถือว่าลงตัวที่สุดในแง่ความชอบส่วนตัวของผม แต่ BLESS มันถูกนำไปใช้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว มันก็เลยเป็นเพลงที่ต้องฟังความเห็นของลูกค้าด้วย แต่ผลของมันก็ออกมาดีมากทีเดียว

Q: เพลงของ L’Arc-en-Ciel ถูกนำไปใช้เยอะมาก พอจะพูดได้ไหมว่าการแต่งเพลงเป็นอะไรที่ต้องต่อสู้กับข้อจำกัดอยู่เหมือนกัน

ไฮด์: แต่ผมชอบนะ มันง่ายกว่าเวลาที่มีเป้าหมายที่ชัดเจนตั้งไว้ ถ้าจะใช้แต่ความคิดของผมคนเดียวก็อาจจะทำให้งานออกมาไม่สมบูรณ์ก็ได้ แต่ถ้าผมมีโอกาสได้เห็นงานอย่างาภาพยนตร์หรืออนิเมชั่นแบบนั้น ก็จะเหมือนกับเป็นการเปิดประตูบานใหม่ให้ผมไปด้วย

Q: แล้วเพลงที่คุณต้องเริ่มจากศูนย์ล่ะ ในใจก็คงจะแตกต่างออกไปสินะ

ไฮด์: แน่นอนครับ แต่ถ้าหากผมทำอย่างที่อยากทำ ก็เหมือนกับประตูทุกบานมันก็จะเปิดออกหมดเลย ดังนั้นผมจะชอบมากกว่าถ้าหากมันมีสิ่งแวดล้อมอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง อย่างหนนี้ ยุกกี้ก็เขียนเนื้อเพลงให้ผม เหมือนอย่างเพลง Miraisekai นั่นไง ถ้าผมไม่บอกเคนจังออกไป เพลงมันก็คงจะออกมาลึกลับแฟนตาซีเหมือนก่อนหน้านั้นเลย

Q: แล้วคุณมีความรู้สึกแปลกใหม่อะไรเกิดต่อวง L’Arc-en-Ciel บ้างไหม

ไฮด์: เราก็มีช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงแตกต่างออกไป และมันก็ผ่านไปตั้ง 20 ปีแล้ว... สมาชิกในวงเองก็ก้าวหน้าไปมาก เหมือนว่าพวกเขากำลังพยายามก้าวต่อไปข้างหน้าไปเรื่อยๆ เราทุกคนสามารถเติมเต็มซึ่งกันและกันได้ และเรายังดึงส่วนที่ดีที่สุดของเราออกมาได้ด้วย ทุกอย่างเกิดขึ้นได้โดยที่เราไม่ต้องไปฝืนมันเลยด้วยซ้ำ เพราะมันเป็นไปเองโดยธรรมชาติ

Q: สมาชิกแต่ละคนในความคิดของคุณเป็นอย่างไรบ้าง

ไฮด์: เคนจังเป็นเหมือนผู้นำในเรื่องของดนตรี เราทุกคนก็เลยพึ่งพาเขาได้มาก ยิ่งมาคราวนี้ เขายังมั่นใจมากกับการเรียบเรียงเพลงทุกเพลงเองออกมาด้วย นอกจากนี้ยังคอยคิดไอเดียอะไรใหม่ๆออกมาตลอด ยุกกี้ก็ยังคงเป็น ‘เจ้าพ่อดิจิตอล’ เหมือนเดิม ดังนั้นทุกครั้งที่เราต้องใช้ซีเควนเซอร์หรือโปแกรมมิ่งอะไรก็ตาม ก็จะต้องไปหาเขานี่แหละ ผมใช้โปรแกรมมิ่งของผมเองในเพลง XXX แต่เพราะนายท่าน (ยูกิฮิโร่/ ผู้แปล) บอกว่า ‘ฟังดูดีทีเดียว’ เท่านั้นแหละ ผมถึงกับมั่นอกมั่นใจขึ้นมาเลยว่าเรามาถูกทางแล้ว (หัวเราะ) นายท่านยังทำอะไรลงในเพลง CHASE อีกด้วยเยอะเลย ส่วนเท็ตจังเป็นผู้สร้างเมโลดี้โดยแท้ รสนิยมด้านเพลงป๊อปของเขาน่าทึ่งมาก สำหรับเพลงทุกเพลง เขาจะมีทิศทางวางเอาไว้ชัดเจนว่าพาร์ตไหนที่ ‘ไม่ดีพอ’ หรือ ‘ไม่น่าสนใจ’ ดังนั้นพวกเราต่างก็ขึ้นอยู่กับความประทับใจของเขากันหมด ต่อให้สมาชิกอีก 3 คนแฮ็ปปี้กับงานแล้ว ถ้าเขาไม่ชอบขึ้นมาเสียคน ผมเองลึกๆแล้วก็จะอดรู้สึกไม่ได้ว่า มันคงยังดีไม่พอ

Q: ก็แปลว่าความน่าสนใจและน่าดึงดูดใจเป็นเรื่องใหญ่ของ L’Arc-en-Ciel ใช่ไหม

ไฮด์: ใช่ครับ ผมคิดว่าผมอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้จากคำว่า ‘ดูน่าสนใจ’ แต่สำหรับผมแล้ว มันเป็นขอบเขตของการวัดคุณภาพที่ชัดเจนมาก มันเป็นเรื่องของการที่ว่าเราจะก้าวข้ามเส้นนั้นไปได้ไหม มันอาจจะเป็นเพลงที่มืดมนและหนักหน่วงมากก็จริง แต่เราก็จะตัดสินกันอยู่ดีว่าเพลงนั้นมันอยู่เหนือคำว่า ‘น่าสนใจ’ ไปแล้วหรือยัง สำหรับผม Slayer เป็นอะไรที่ ‘น่าสนใจ’ นะ

Q: แน่นอนล่ะแล้วมันก็เป็นไปโดยธรรมชาติด้วย แต่เหล่านี้ล้วนถูกสร้างขึ้นมาจากบทบาทที่พวกคุณมีและทำออกมาด้วยเหมือนกัน

ไฮด์: ผมว่านั่นเป็นสิ่งที่วงควรเป็นนะ ตอนเที่เราทำอะไรกันแบบนี้ ทุกอย่างก็เริ่มจะลงตัวเหมือนกับการต่อจิ๊กซอว์เลย มันไม่มีหรอกครับชิ้นที่เป็นสี่เหลี่ยมเป๊ะๆน่ะ รูปร่างของมันจะต้องประหลาดๆทั้งหมด แต่มันก็มารวมกันได้เหมือนจิ๊กซอว์ที่ยากมากๆ ส่วนไหนที่หายไปก็มีส่วนที่มาเติมเต็ม ช่องว่างก็จะสอดรับกับแผ่นที่ยื่นออกมาพอดี...

Q: แล้วบทบาทของไฮด์ซังล่ะคืออะไร

ไฮด์: ผมหรือครับ ไม่รู้เหมือนกัน... ผมรู้สึกเหมือนตำแหน่งของผมอยู่ตรงกลางระหว่างสมาชิกแต่ละคน อย่างถ้าผมทำเพลงป๊อปออกมา ผมว่าวิธีที่ผมทำมันเหมือนกับจะคาบเกี่ยวระหว่างสมาชิกแต่ละคนอยู่นะ เคนจัง ยุกกี้ กับเท็ตจัง แต่ละคนจะมีสไตล์ชัดเจนมาก แต่ในขณะเดียวกัน พวกเราต่างก็มองหาอะไรที่ง่ายๆเพื่อที่ทุกคนจะยอมรับมันได้ คืออะไรที่ทุกคนจะแบบ... มันยากที่จะเข้าใจและอธิบายตัวเองออกมาเวลาพูดถึงเรื่องนี้นะครับ (หัวเราะ)

Q: โอเค ถ้าอย่างนั้นลองเปลี่ยนคำถามใหม่ คุณอยากจะมีบทบาทอะไรบ้าง

ไฮด์: พูดถึงการแต่งเพลง ผมคิดว่าผมมีเป้าหมายเฉพาะของตัวเองอยู่ อย่างเช่น โอเคล่ะ สมาชิกในวงอาจจะนำเสนอเพลงเหล่านี้ขึ้นมา ผมก็จะทำมันออกมาด้วยสไตล์นี้แหละ... ปกติแล้วผมจะมีไอเดียที่ชัดเจนมากๆเวลาที่เขียนเพลงออกมา ในอัลบั้มนี้ ผมแต่งอยู่แค่สองเพลง แต่ผมก็จะมีไอเดียเฉพาะเลยสำหรับทั้งสองเพลงอยู่

Q: หัวใจสำคัญก็คือคนที่คนที่เล่นอะไรได้รอบด้านอย่างนั้นหรอกหรือ

ไฮด์: แต่ L’Arc-en-Ciel เองก็เป็นแบบนั้นนะครับ ผมเชื่อว่าเราเป็นวงดนตรีที่ทำกันเองทุกอย่าง นี่ก็เลยเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมผมถึงอยากจะทำในสิ่งที่มีเพียงแค่ L’Arc-en-Ciel เท่านั้นที่ทำได้

Q: ฉันคิดว่าอัลบั้มนี้ออกมาเป็นอย่างนั้นเลยนะ มันเป็นความหลากหลายรอบด้านของ L’Arc-en-Ciel เหมือนองค์ประกอบทุกอย่างของ L’Arc-en-Ciel มันถูกนำมารวมเอาไว้ในอัลบั้มนี้แล้ว

ไฮด์: พวกเราบ้ากันมากเลยใช่ไหมครับ (หัวเราะ) มันเหมือนอัลบั้มรวมฮิตเลย แต่ละเพลงก็แตกต่างกันไปหมด ผมว่ามันแปลกออกนะ

Q: ก็ใช่ แต่เป็นไปในทางที่ดีมากต่างหาก ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะสามารถทำอัลบั้มแบบนี้ออกมาได้ แต่เพราะแบบนี้ มันทำให้เกิดความลำบากใจเวลาที่ต้องเรียงเพลงบ้างหรือเปล่า

ไฮด์: ลำบากเหมือนกันทุกอัลบั้มเลยครับ เราต่างก็จะเสนอไอเดียของตัวเอง และในบรรดาไอเดียเหล่านั้น เราก็จะเลือกมาอันหนึ่งให้เป็นจุดศูนย์กลาง แล้วเราก็จะแก้ไขมันไปเรื่อยๆ ผลลัพธ์ที่ออกมาก็เป็นไปอย่างที่เราชอบกัน เรื่องนี้น่ะ ใช้เวลากันทั้งวันเลยสำหรับพวกเราทุกคน

Q: แล้วครั้งนี้ไอเดียของใครกลายเป็นศูนย์กลาง

ไฮด์: เดาว่าของผมนะ ผมคิดว่ามันน่าจะเท่กว่าถ้าเริ่มต้นด้วย CHASE ช่วงต้นเพลงเป็นอะไรที่โดนมากๆ ถ้าหากสมาชิกคนอื่นยอม ผมก็อยากให้เพลง XXX ต่อกับเพลง CHASE เลย หลังจากนั้นที่เหลือก็ตามแต่จะเห็นชอบได้เลย ผมยืนยันความคิดไปในแบบมีวุฒิภาวะแต่ก็เป็นไปในบรรยากาศแบบใหม่ๆนะ ผมอยากจะแสดงให้เห็นถึงความเป็น L’Arc-en-Ciel เราก็เลยเอาสองเพลงนี้มาใส่ก่อน แล้วจึงเสนอไอเดียแล้วก็เปลี่ยนลำดับเพลงไปในแบบนั้นบ้างแบบนี้บ้าง แต่ผมคิดว่าเราสามารถเรียงเพลงออกมาได้ดีทีเดียว ผมชอบมากเลย อิเมจของมันก็คือพวกเราที่กำลังก้าวผ่านอนาคตไปแบบนั้นแหละ

Q: แล้วชื่ออัลบั้มล่ะ

ไฮด์: ตอนที่คิดชื่ออัลบั้มนั่นก็หนักหนาอยู่เหมือนกัน หนนี้ เพราะว่าเพลงของเรามีความหลากหลายมาก มันก็เลยยากที่จะหาชื่อที่จะรวมเพลงพวกนี้ให้เป็นหนึ่งเดียวได้ บวกกับผมเองก็มีไอเดียที่ค่อนข้างคลุมเครือในการที่อยากจะทำให้มันออกมาเป็นคำแค่คำเดียว และหนึ่งในหลายๆคำที่เราคิดออกมา คำสุดท้ายที่คิดได้ก็คือ BUTTERFLY นี่แหละ มันมีอยู่ในเนื้อเพลง XXX ด้วย แต่มันมีนัยถึงอิเมจของผีเสื้อที่พัฒนาจากการเป็นดักแด้มาก่อน ไม่ใช่แค่มีความหมายในเชิงบวกเท่านั้น แต่ผมคิดว่าผีเสื้อมันยังมีความเซ็กซี่ในแบบที่ผมอยากจะแสดงออกมาให้เห็นมากเท่าๆกับอิเมจที่น่ารักแบบเด็กๆด้วย... ผมว่ามันเข้ากับโลกในแบบของอัลบั้มนี้ดีนะ แบบว่า ‘ในที่สุดก็เจอแล้ว’ อะไรอย่างนั้น (หัวเราะ)

Q: แล้วมันก็ยังเป็นอะไรที่น่าตื้นตันมากด้วยเวลาที่ได้เห็นว่าอัลบั้มที่ทำเสร็จแล้วมันออกไปสู่โลกภายนอกแล้วเป็นยังไง โดยเฉพาะหลังจาก 20 ปีผ่านไป ใช่ไหม

ไฮด์: ไม่เลยครับ ที่จริงแล้วไม่เลย (หัวเราะ) ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย

Q: ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฉันรู้ว่าคุณจะต้องพูดแบบนี้

ไฮด์: แต่จะว่าไป อัลบั้มก็ถือเป็นแกนหลักของการทำกิจกรรมของวงอยู่ดี มันอาจจะเป็นก้าวเล็กๆ แต่อะไรหลายๆอย่างก็เริ่มต้นจากจุดนี้ทั้งนั้น เช่นคอนเสิร์ตแล้วก็อย่างอื่นอีกมากมาย ถือเป็นส่วนสำคัญในการส่งสารสำหรับเราเลย ดังนั้น เอาจริงๆมันก็สำคัญมากอยู่เหมือนกันแหละ (หัวเราะ)

Q: มันสำคัญมากทีเดียว และเป็นเพราะคุณทำมันมาตั้ง 20 ปี คุณย่อมเข้าใจถึงคุณค่าที่แท้จริงของอัลบั้มนี้อยู่แล้ว

ไฮด์: ครับ ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ถ้าเราจบทุกอย่างลงภายในระยะเวลา 19 ปี อัลบั้มนี้คงไม่เกิดขึ้น ผมก็คงไม่สามารถกระโดดข้ามรั้วที่ตัวเองสร้างขึ้นได้ เวลาที่เราคิดถึงเรื่องพวกนี้ ผมค่อนข้างแน่ใจว่าจะมีอะไรเข้ามาอีกมากมายแน่ๆ

Q: และครั้งนี้ ในที่สุดเราก็ได้ P’UNK-EN-CIEL มาเป็นสเปเชี่ยลฟีเจอร์

ไฮด์: อัลบั้มเต็ม (หัวเราะ)! ครั้งแรกของเราก็ตั้งแต่เมื่อปี 2004 น่าทึ่งนะครับ แล้วดูเหมือนว่ายิ่งทำไป ความเป็นพังก์ก็ยิ่งลดลงเรื่อยๆนะ

Q: คุณได้เข้าไปเรียบเรียงส่วนไหนที่รู้สึกชอบเป็นพิเศษบ้างหรือเปล่า

ไฮด์: น่าจะเป็น ‘Kasou Heisei 17 Nen’ ที่ซาวนด์เป็นแบบเฮฟวี่น่ะครับ ผมเปลี่ยนคอร์ดใหม่หมดแล้วก็ทุ่มเทกับมันมากจริงๆ ผมชอบมากเลย

Q: ส่วนที่ยากที่สุดในฐานะมือกีตาร์ล่ะ

ไฮด์: ช่วงโซโล่ เพราะผมไม่เคยทำมาก่อน แล้วพอทำไปแล้ว มันทำให้ผมดีใจมากที่ทำให้โอกาโนะซัง (ฮาจิเมะ โอกาโนะ โปรดิวเซอร์) ประหลาดใจได้ ประมาณว่า ‘เฮ้ย นี่มันเจ๋งไปเลยไม่ใช่เหรอ’ ผมก็ ‘โอ้ เหรอครับ’ (หัวเราะ) ผมไม่คิดว่าตัวเองจะโซโล่กีตาร์แบบนั้นได้อีกแล้วล่ะ แต่ก็ภูมิใจมากเลย

Q: งั้นก็แปลว่าอัลบั้มนี้คงจบกันแล้วสินะ

ไฮด์: แต่มันบอกอยู่นะครับว่า ‘P’UNK IS NOT DEAD’ (หัวเราะ)  (‘P’UNK IS NOT DEAD’ - พังก์ยังไม่ตาย/ ผู้แปล)

Q: ลึกซึ้งมาก (หัวเราะ) ต่อไปพวกคุณก็จะทัวร์รอบโลกพร้อมกับฉลองครบรอบ 20 ปีกันแล้ว มาถึงตรงนี้ รู้สึกยังไงบ้างเมื่อมองกลับไป

ไฮด์: โชคดี... ผมหมายถึง ผมรู้สึกว่านี่ผมเพิ่งจะได้ทำอะไรอย่างที่อยากทำในฐานะ L’Arc-en-Ciel ตลอด 20 ปีมานี้เลยนะ และผมก็มักจะมีเครื่องหมายคำถามอันใหญ่อยู่ในหัวนี่ตลอดเลยว่า ‘ทำไมผู้คนถึงได้รักเราจัง’ แน่ล่ะ เราได้สร้างดนตรีขึ้นมาในแต่ละช่วงเวลา แต่มันก็ไม่ใช่ว่าเราทำแต่เรื่องดีๆที่ไหน สมาชิกแต่ละคนก็ใช่ว่าจะไปไหนมาไหนด้วยกัน บางทีเราก็ทำตัวไม่น่ารักกับทีมงาน เผลอๆอาจจะทำแบบนั้นกับแฟนๆไปด้วย ดังนั้นก็เลยเกิดข้อกังขาขึ้นเหมือนกันสำหรับคอนเสิร์ตครบรอบ 20 ปีของเรา เช่นว่าคนจะมาดูจนเต็ม Ajinomoto Stadium หรือเปล่านะ แต่ก็มักจะเป็นแฟนๆนี่แหละที่ทำให้ความกังวลเหล่านั้นหายไปหมด เหมือนอย่างที่ผมพูดในคอนเสิร์ตน่ะครับว่า... ผมสงสัยจริงๆนะว่าพวกเรามีดีตรงไหน แต่เป็นเพราะพวกเขามาดูเรา เราก็น่าจะมีอะไรดีบ้างล่ะ เรารู้สึกขอบคุณมากครับ ผมคิดว่าเป็นปีเลยนะกว่าที่เราจะสามารถจดจำความรู้สึกของแฟนๆได้รวมไปถึงความรู้สึกขอบคุณที่มีต่อพวกเขาด้วย และตอนนี้ผมก็รู้สึกว่า นี่มันจะนำพาเราให้เกิดเป็นแรงขับในการที่จะทำโปรเจ็กต์ต่อไปออกมาด้วย

Q: แล้วความกระตือรือร้นที่มีต่อทัวร์รอบโลกคราวนี้ล่ะ

ไฮด์: นี่เป็นความท้าทายสำหรับเราและเป็นความท้าทายสำหรับทีมงานของเราด้วยเช่นกัน พวกเราจริงๆจังมากที่จะได้ทำให้มันเป็นอะไรที่มีความหมาย เราทั้งหมดจึงใส่มันสมองและพลังทุกอย่างลงไปเต็มที่ แต่ถึงจะพูดแบบนี้ เวลาที่เราออกไปแล้ว สิ่งที่ต้องทำก็คือต้องสนุกไปกับมัน ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องของการพิสูจน์ว่า คอนเสิร์ตจากญี่ปุ่นจะนำเสนออะไรออกไปได้บ้าง ถ้าเราแสดงให้พวกเขาเห็นได้ว่าเราทำอะไรที่นี่ไปบ้าง เราก็สามารถทำให้แฟนๆต่างชาติรู้สึกสดใหม่และน่าสนใจได้เหมือนกัน ดังนั้นผมจึงหวังว่าเราจะทำออกไปได้ดีนะ

 

แปลและเรียบเรียงโดย fingers-crossed

 

Note: สามารถนำไปเผยแพร่ได้ ไม่หวง ไม่ห้าม โดยมีเงื่อนไขคือต้องไม่มีการตัดทอนเปลี่ยนแปลงใดๆทั้งสิ้น และต้องไม่ลืมลงเครดิตรวมไปถึง Link ด้วยค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

ตามมาอีกแล้วค่ะ...ขอบคุณมากเลยนะคะ

#5 By Noonkoko (180.214.213.201) on 2012-03-28 10:40

โอ้ว ไฮโดะซัง แอบเกรียนเบาๆ แต่น่ารักดีนะคะ >w<,, ขอบคุณที่แปลให้อ่านค่าา~~ XD

#4 By ~松岡 虎~ on 2012-03-25 00:42

ตามมาอ่านจากพันธ์ทิพย์ค่ะ
อ่านตรงที่ลุงเรียกยุกกี้ว่า นายท่าน แล้วขำเบาๆ


#3 By Noo (182.53.76.58) on 2012-03-24 22:25

โอ้...ไฮด์ซังบอกว่า P\\\'unk is not dead เย่เย้เย้.. ยังพอมีหวังว่าจะได้เห็น P\\\'unk อยู่สิเนี่ย

#2 By Abandoned Star (192.168.11.59, 203.113.117.67) on 2012-03-24 13:48

ตามมาอ่านจากลิงค์ในพันทิพค่ะ (เราก็แอบอ่านกระทู้นั้นอยู่เงียบๆ ไม่มีอะไรจะไปแชร์กับเค้า เพราะสิ่งที่เรารู้ เค้าก็เอาไปแชร์กันหมดแล้ว แต่ก็อ่านไปยิ้มไปอย่างมีความสุข เหมือนการระลึกความหลัง)

อ่านตรง part 1 ที่เขียนถึงเพลง Mirai Sekai นี่ขอบอกเลยว่าเป็นความรู้สึกเดียวกับที่ไฮด์พูดมาเลยค่ะ เราฟังเพลงนี้ครั้งแรก เรารู้สึกว่า เฮ้ย เพลงนี้น่ารักม๊ากกกก รู้สึกเลยว่ามันเหมือนเพลงกล่อมเด็กจริงๆ แต่พอฟังไปหลายๆรอบ แล้วพอได้รู้คำแปลของเพลงนี้ เราร้องไห้ค่ะ ทำไมก็ไม่รู้ แล้วพอได้ฟังเพลงนี้ก็จะร้องไห้ทุกทีเลย
ส่วนเพลง Bye Bye ก็เช่นเดียวกันค่ะ เรามีความรู้สึกว่า ถึงชื่อเพลงจะมีความหมายของการบอกลา แต่ลึกๆแล้วคือ ยังไงก็จะต้องได้เจอกันอีกแน่นอน ประมาณนั้นล่ะค่ะ

ขอบคุณที่เอามาให้อ่านนะคะ จะรออ่านตอนต่อไปค่ะ

#1 By bbL' (223.206.78.131) on 2012-03-24 10:27