ที่ทิ้งช่วงหายไปก็เพราะว่าแทบไม่มีเวลาได้นั่งแปลเลยค่ะเนื่องจากติดภารกิจหลายอย่าง เมื่อวันเสาร์ก็คอนเสิร์ต Singualr อาทิตย์เป็นวันครอบครัว พอมาวันจันทร์ก็ไปช่วยงานสีสันอะวอร์ด แถมวันนี้ก็มีสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ข้ามประเทศอีกต่างหาก แต่พองานเสร็จก็กลายเป็นว่านึกครึ้มอกครึ้มใจอยากแปลของป๋าเท็ตสึยะขึ้นมาซะงั้น และเนื่องจากว่า ป๋าก็คุยได้ยาวเอาเรื่องเหมือนกัน ก็เลยต้องหั่นออกเป็นสองพาร์ตเหมือนเคยค่ะ แปลเสร็จก็รีบเอามาลงเลย หากมีข้อผิดพลาดเรื่องตัวสะกดก็ต้องขออภัยนะคะ

 

และเหมือนเคยค่ะ สามารถนำไปเผยแพร่ได้ ไม่หวง ไม่ห้าม โดยมีเงื่อนไขคือต้องไม่มีการตัดทอนเปลี่ยนแปลงใดๆทั้งสิ้น และต้องไม่ลืมลงเครดิตรวมไปถึง Link ด้วยค่ะ

 

สัมภาษณ์ tetsuya อัลบั้ม Butterfly Part I

 

Q: หลัง 4 ปีกับอีก 3 เดือน ในที่สุด Butterfly อัลบั้มใหม่ของพวกคุณก็เสร็จสิ้นลง ไม่เฉพาะเรื่องของระยะเวลาที่ทิ้งช่วงไปนาน ยังมีเรื่องของซิงเกิ้ลทั้ง 7 เพลงที่ถูกรวมเอาไว้ด้วย ต้องถือว่าเป็นอะไรที่ไม่ธรรมดาทีเดียว คุณนึกถึงอะไรบ้างก่อนที่จะเริ่มงานโปรดักชั่นกัน

เท็ตสึยะ: หลังจากอัลบั้มที่แล้ว (KISS) เราก็ออกซิงเกิ้ลไปแล้ว 7 เพลง นอกจากนั้นก็ยังมีเพลงอื่นๆอยู่แล้วด้วย ก็เรียกได้ว่าเรามีอะไรในมือมากพอดู แต่ก็ตัดสินใจที่จะทำงานเพิ่มขึ้น ผลออกมาก็คืออัลบั้มชุดนี้แหละ เวลาที่เราทำงานอย่างที่เราทำเนี่ย บางทีเราก็จะมีเพลงเอาไว้อยู่แล้ว แต่จริงๆมันกลับใช้เวลานานมากกว่าจะถูกปล่อยออกไป บางเพลงก็ถูกปล่อยออกไปทันทีหลังจากที่แต่งเสร็จแล้ว แต่บางเพลงใช้เวลานานถึง 5 หรือ 6 ปีก็มีกว่าจะถูกปล่อยจริงๆ สำหรับอัลบั้มนี้ เรามีเพลง SHINE และ Bye Bye อยู่ก่อนหน้านี้มาพักนึงแล้วนะ

Q: แต่มันก็เป็นการพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่ว่าการทำเพลงของพวกคุณมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องเวลาเลย บวกกับปกติแล้ว อัลบั้มที่มีซิงเกิ้ลรวมกันอยู่ๆหลายเพลง ส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะดูแบนๆและกระจัดกระจายไปหมด แต่ Butterfly กลับเป็นอัลบั้มที่แข็งแรงมาก แล้วยังคุ้มค่าในการฟังอีกด้วย

เท็ตสึยะ: เราก็ได้ทำอะไรที่หลากหลายกันน่ะครับ แล้วเราก็ทำแบบนี้มานานถึง 20 ปีแล้ว เราจึงไม่ควรจะทำอะไรที่ย่ำรอยเดิมออกมา ดังนั้นก็ต้องทำอะไรใหม่ๆที่ท้าทายแต่ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาความเป็น L’Arc-en-Ciel เอาไว้ด้วย

Q: แต่ฉันว่าแบบนั้นมันก็ยากอยู่เหมือนกันนะ

เท็ตสึยะ: ใช่ครับ ถ้าเราไม่พัฒนากันเลย คนฟังก็จะเบื่อเราในที่สุด แต่ถ้าหากเราก้าวไปข้างหน้าเร็วเกินไป ก็จะทำให้แฟนๆตามเราไม่ทันเหมือนกัน

Q: การที่สามารถรักษาความสมดุลย์แบบนั้นเอาไว้ รวมไปถึงการสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆอีกทั้งยังเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ถือเป็นความน่าตื่นใจของ L’Arc-en-Ciel จริงๆนะ

เท็ตสึยะ: ก็ สมาชิกทั้งสี่คนสามารถแต่งเนื้อร้องและทำนองเพลงได้ด้วยน่ะครับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ใช่แค่เรื่องของการแต่งเพลงเท่านั้น สมาชิกแต่ละคนยังคอยดูสมาชิกคนอื่นๆอยู่ตลอด เพื่อที่จะให้แน่ใจว่าได้ทำงานที่ดีกว่าคนอื่นออกมาด้วย มันก็เลยช่วยยกระดับคุณภาพงานของเราไปเองโดยธรรมชาติ พอมันเป็นไปแบบนั้นแล้ว เกิดเมื่อไหร่มีคนนำเดโมเข้ามาเสนอ เราทุกคนต่างก็จะร่วมมือกันเรียบเรียงแล้วก็มีข้อเสนอแนะกันเพื่อทำให้งานชิ้นนั้นออกมาดีขึ้นกว่าเดิมได้ด้วย บวกกับพวกเรามีหูที่ดี และท้ายที่สุดก็คือสามารถปิดงานลงได้ด้วยการบอกว่าโอเคแล้ว ดังนั้นผลที่ได้ก็คือชิ้นงานที่มีคุณภาพสูงมากจริงๆ

Q: เป็นเพราะพวกคุณทั้งสี่คนสามารถทำงานด้วยกันได้นั่นเอง แม้เวลาจะผ่านไปแล้วถึง 20 ปี ผลที่ออกมาก็เลยยอดเยี่ยมแบบนี้ แล้วความรู้สึกที่คุณใส่ลงในอัลบั้มที่ชื่อ Butterfly นี้ล่ะ คืออะไร

เท็ตสึยะ: เราใช้ชื่อนี้ก็เพราะความหมายของมันที่มีนัยว่า ‘การหลุดพ้นออกมาจากดักแด้’ นั่นเอง หลังผ่านไป 20 ปี มีอะไรมากมายที่คุณบอกไม่ได้จนกว่าจะได้ลองเสียก่อน ผมไม่ใช่นักวิ่ง แต่ผมคิดว่าความรู้สึกมันคงคล้ายกับ ‘แรงฮึดของนักวิ่ง’ นั่นแหละ ถ้าคุณหยุดกลางครันเวลาที่คุณรู้สึกว่ามันหนักหนาเต็มที หรือว่ารู้สึกเหนื่อยกับมันมากๆ คุณก็คงไม่มีวันรู้หรอก แต่ถ้าคุณอดทนและวิ่งต่อไปเรื่อยๆ จากจุดนั้นคุณจะเริ่มรู้สึกดีกับมัน ผมคิดว่าวงของเราก็เหมือนกัน มันให้ความรู้สึกเหมือนกับเราได้เผยตัวออกมาหลังจากผ่านไปแล้ว 20 ปี ผมรู้สึกว่าวงนี้ยังคงมีศักยภาพอีกมากมายที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า ในความหมายเดียวกัน ผมจึงคิดว่าไอเดียของ ‘BUTTERFLY’ ที่ไฮด์ยกขึ้นมา จึงเป็นอะไรที่ดีมากๆ

Q: เยี่ยมไปเลยนะที่คุณรู้สึกอะไรแบบนี้ได้หลังผ่านไปแล้ว 20 ปี แล้วหน้าปกและอาร์ตเวิร์กล่ะ เป็นอย่างไรบ้าง

เท็ตสึยะ: มันสวยมากๆ ดูมีรสนิยม แล้วก็มีความหมายด้วย นอกจากนั้นยังมีความเป็นศิลปะและมีวุฒิภาวะมากขึ้นด้วย

Q: นั่นก็ยิ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงเพลงที่พวกคุณทำออกมาด้วย อย่าง Bye Bye นี่นับว่าเป็นเพลงที่มีความโรแมนติกสูงทีเดียวจากการนำพวกเครื่องสายและเครื่องเป่าใส่เข้าไปด้วย

เท็ตสึยะ: ครั้งแรกที่เราเล่นเพลงนี้สดๆ คือในคอนเสิร์ต 15th L’Anniversary LIVE ที่โตเกียวโดม ดังนั้นตัวเพลงเองถือว่าแต่งขึ้นมาในช่วงของอัลบั้ม AWAKE และในที่สุดมันก็ถูกนำมารวมในอัลบั้มเสียที ผมเองก็จำรายละเอียดช่วงที่ทำเพลงนี้ไม่ได้เหมือนกัน แต่ผมว่าตอนนั้นผมน่าจะนึกไปถึงงานป๊อปของฝรั่งเศส แล้วก็ยังมีกลิ่นแบบแกลมร็อคผสมผสานเข้าไปด้วยตอนที่เรียบเรียงเพลงนี้ออกมา

Q: แม้ว่าพวกคุณจะเป็นวงร็อค แต่กลับไม่รู้สึกขัดเขินแต่อย่างใดที่มีเพลงแบบนี้รวมอยู่ด้วย ต้องถือว่าเป็นคุณภาพที่เยี่ยมยอดมากในแบบของ L’Arc-en-Ciel จริงๆ ถ้าอย่างนั้น เพลง GOOD LUCK MY WAY ก็ต้องถือว่าเป็นเพลงใหม่ล่าสุดของเท็ตสึยะซังเลยสินะ

เท็ตสึยะ: ใช่ครับ มันเป็นเพลงที่แต่งขึ้นปีนี้เอง (ปี 2011/ ผู้แปล) ผมกำลังอยู่ในช่วงทำโปรเจ็กต์ทัวร์โซโล่ของตัวเองระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ แต่ก็น่าจะเป็นตอนนั้นแหละที่เราจะต้องทำซิงเกิ้ลใหม่ของ L’Arc-en-Ciel ออกมา ดังนั้นหลังจากโชว์ที่โตเกียว ผมก็ลุยทำมันต่อเลยโดยที่ไม่สนด้วยซ้ำว่าจะมีปาร์ตี้หลังคอนเสิร์ตหรือเปล่า จิตใจผมหมกมุ่นอยู่แต่เรื่องงานโซโล่แท้ๆ แต่ผมก็ต้องพยายามน่าดูเพื่อที่จะเขียนเพลงของ L’Arc-en-Ciel ออกมาให้ได้ (หัวเราะ)

Q: คุณไม่ได้ใช้เพลงที่มีอยู่ในสต๊อก แต่กลับเขียนเพลงใหม่ออกมาแทนอย่างนั้นหรือ

เท็ตสึยะ: เพลงมันจะต้องถูกนำไปใช้ประกอบในหนัง Fullmetal Alchemist: The Sacred Star of Milos น่ะครับ แล้วผมก็ไม่มีเพลงในสต๊อกที่เหมาะจะเป็นเพลงธีมได้เลยจริงๆ ลูกค้าบอกเราว่าอยากได้เพลงที่ฟังดูคึกคักเหมือนกับเพลง READY STEADY GO น่ะ แล้วผมก็รู้เลยว่า มันจะต้องกลายเป็นซิงเกิ้ลแรกของ 20th L’Anniversary แน่ๆ ผมก็เลยต้องคิดถึงเรื่องนี้ด้วย

Q: ซึ่งคุณก็สามารถแต่งเพลงชั้นยอดแบบนี้ออกมาได้ทั้งที่ต้องแข่งกับเวลาด้วยเนี่ยนะ!

เท็ตสึยะ: ต่อให้ไม่มีเวลาผมก็ยังเขียนเพลงได้ครับ (หัวเราะ) ผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะผมไม่ใช่ศิลปินติสต์จ๋าอะไรมากมายด้วยแหละ  เรียกผมว่านักแต่งเพลงยังจะใกล้เคียงเสียกว่า ผมก็เลยค่อนข้างจะเข้าใจว่าลูกค้าต้องการให้เราทำอะไร แล้วผมก็มั่นใจมากว่าผมสามารถทำงานทุกอย่างออกมาให้เสร็จทันเส้นตายได้นะ

Q: คุณก็ต้องเป็นนักแต่งเพลงมืออาชีพแล้วล่ะ

เท็ตสึยะ: ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่านั่นถือเป็นนักดนตรีร็อคที่ดีได้หรือเปล่า ไม่อย่างนั้นผมก็คงเป็นแค่นักดนตรีร็อค ไม่ใช่นักแต่งเพลงแล้วล่ะ

Q: SHINE เองก็เป็นเพลงที่ถูกนำไปใช้ประกอบใน “Seirei no Moribito (Moribito: Guardian of the Spirit) ด้วยเหมือนกันนี่

เท็ตสึยะ: เพลงนี้ก็น่าจะซัก 5 หรือ 6 ปีมาแล้ว... หรืออาจจะนานกว่านั้น ผมว่าผมน่าจะแต่งเพลงนี้ช่วงอัลบั้ม SMILE นะ คงพอจะเดาได้นะครับว่า ผมคงจะจำรายละเอียดการทำงานไม่ได้แล้วว่าทำขึ้นมาเมื่อไหร่ยังไง

Q: การเรียบเรียงเสียงกีตาร์อะคูสติกทำออกมาได้หวือหวามาก แต่ว่ามันมีมาตั้งแต่เดโมแล้วหรือเปล่า ยังพอจำอะไรพวกนี้ได้ไหม

เท็ตสึยะ: ตอนที่ผมทำเดโมออกมานั่น ผมมักจะเริ่มด้วยการใช้กีตาร์อะคูสติกครับ ผมจะคิดถึงแพ็ตเทิร์นของจังหวะขึ้นมาก่อน แล้วก็เป็นเสียงเบสหลักๆ แล้วค่อยใส่เสียงกีตาร์อะคูสติกลงไป พอถึงขั้นตอนที่ต้องใส่อะไรเพิ่ม เวลาที่ผมใส่เสียงกีตาร์ไฟฟ้าลงไปแล้วก็คิดว่า ไม่ต้องใช้เสียงกีตาร์อะคูสติกแล้ว ผมก็จะตัดมันออกไป แต่ส่วนใหญ่ผมมักจะทิ้งมันเอาไว้แบบนั้นแหละ ดังนั้นกับเพลงนี้ก็น่าจะเหมือนกัน ผมว่าผมมีภาพอยู่ในหัวตั้งแต่แรกแล้วว่า ผมจะแต่งเพลงนี้ออกมาด้วยการใส่คอรัสลงไปเยอะหน่อยแล้วก็ค่อยขยายมันออกไปอีกด้วยเสียงร้องน่ะ

Q: ส่วนเพลง NEXUS4 ก็กลายมาเป็นซิงเกิ้ลดับเบิ้ลเอไซด์กับ SHINE

เท็ตสึยะ: ทั้งสองเพลงถูกปล่อยออกมาพร้อมกัน แต่ผมทำเพลง SHINE ออกมาก่อน ส่วน NEXUS4 น่ะเป็นอิเมจของกันดั้ม เมื่อปี 2007 เรามีคุยกันเรื่องทำเพลงประกอบ Mobile Suit Gundam 00 กัน แต่อนิเมซีรี่ของกันดั้มนี้มีเรื่องราวที่หนักและเข้มข้นพอดู (หัวเราะ) มันก็เลยมาลงท้ายที่เพลง DAYBREAK’S BELL นี่แหละ

Q: พอจะเดาออกอยู่บ้างนะถ้าหากว่าเรื่องราวมันไม่หม่นแล้วก็หนักขนาดนั้น

เท็ตสึยะ: ใช่ไหมล่ะครับ Mobile Suit Gundam 00 น่ะ ไม่ได้ต้องการเพลงที่มีความเป็นกันดั้มมากๆอย่าง NEXUS4 ก็จริง แต่ผมก็คิดว่ามันอาจจะไม่เข้ากับซีรี่ตอนอื่นๆก็ได้ แถมผมยังมีความรู้สึกแบบที่เป็นแนวอวกาศอยู่ในหัวด้วยซี

Q: แต่ฉันว่ามันยังลงตัวสำหรับใช้ประกอบรถยนต์ SUBARU Legacy ด้วยนะ เพราะมันให้อารมณ์ที่ทั้งไดนามิกแล้วก็แอ็กทีฟมากทีเดียว

เท็ตสึยะ: ใช่ครับ ผมทำมันออกมาให้เป็นเพลงที่คลาสสิกแบบเอาตายเลยล่ะ

Q: พอมามองย้อนกลับไปมองเพลงเก่าๆที่คุณแต่งขึ้น ฉันถึงได้ตระหนักว่ามันมีเมโลดี้ที่เยี่ยมมากๆทุกเพลงเลย เวลาที่คุณแต่งเพลง เรื่องทำนองมีความสำคัญมากแค่ไหน

เท็ตสึยะ: สำคัญที่สุดเลยครับ ถ้าหากเมโลดี้ไม่แข็งแรงพอผมว่ามันไม่คุ้มที่จะเรียบเรียงมันออกมาหรอก แต่ถ้ามีเมโลดี้ดีๆเป็นพื้นฐานมาก่อน ผมก็จะคิดแล้วว่าคอร์ดไหนนะที่จะไปด้วยกันได้ดี แล้วแพ็ตเทิร์นจังหวะล่ะจะเป็นแบบไหน จะใส่เสียงออเคสตร้าลงไปยังไง เป็นต้น ถ้าหากเมโลดี้ไม่แข็งแรงจริงๆ ผมก็มองไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะทุ่มเทให้กับมันเท่าไหร่

Q: ฉันคิดว่าแพ็ตเทิร์นที่ตรงกันข้ามกับที่คุณว่ามาดูจะเหมาะกับวงร็อคมากกว่านะ การคิดกีตาร์ริฟฟ์เท่ๆออกมาก่อนเป็นอย่างแรก แล้วค่อยคิดเมโลดี้ต่อแบบนั้นน่าจะเหมาะมากกว่า

เท็ตสึยะ: ใช่ครับ รูปแบบแบบนั้นก็มีเหมือนกัน แล้วที่จริงผมก็ทำแบบนั้นมาก่อนตั้งแต่สมัยเรียนม.ปลายแล้ว ผมจะคิดถึงขั้นตอนการวางคอร์ดก่อน แล้วก็จะพูดประมาณว่า นักร้องนั่นแหละที่จะสร้างทำนองเพราะๆกับเพลงได้เอง (หัวเราะ) ตอนหลังผมถึงได้รู้ว่า นั่นไม่ใช่วิธีการแต่งเพลงสักหน่อย แล้วจึงเปลี่ยนมาแต่งเพลงแบบนี้แทน

Q: มันไม่ใช่แค่ทำให้ทำนองเพลงออกมาเพราะเท่านั้น แต่รสนิยมในเรื่องของเมโลดี้ยังหลากหลายมากด้วย คุณแต่งเพลงมามากกว่า 20 ปีแล้ว เคยกังวลบ้างไหมว่าจะแต่งเพลงไม่ออกขึ้นมาสักวัน

เท็ตสึยะ: ผมก็มีคิดเรื่องนี้อยู่สองสามครั้งนะ แล้วก็คิดว่ามันน่ากลัวมากเลยถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆ (หัวเราะ) แต่พอผมเริ่มแต่งเพลงขึ้นมา ไอเดียก็พรั่งพรูออกมาไม่หยุด แล้วมันก็สนุกมากขึ้นเรื่อยๆ ผมชอบการแต่งเพลงนะ

Q: แสดงว่าคุณแต่งเพลงอยู่เรื่อยๆ ไม่ได้จำเพาะว่าจะต้องแต่งเพราะต้องออกผลงานแล้วอย่างนั้นหรือเปล่า

เท็ตสึยะ: ก็ไม่เชิงนะครับ เพราะว่าที่จริงแล้วผมยุ่งมากๆ (หัวเราะ) ผมไม่ค่อยมีเวลาแต่งเพลงสักเท่าไหร่ ดังนั้นตอนนี้ ถ้าหากเกิดไอเดียขึ้นในหัวเมื่อไหร่ ผมก็จะวาดภาพคร่าวๆของมันออกมา แต่ถึงขนาดที่จะทำออกมาให้เป็นรูปเป็นร่างเนี่ย พักนี้ผมไม่ได้ทำเลย เวลาที่ผมแต่งเพลงจริงๆ ผมจะต้องมีตารางเวลาที่จะทำให้ผมสามารถใช้เวลาอยู่ในสตูดิโอได้ประมาณนึงด้วย

Q: เมื่อไม่กี่ปีมานี้ คุณเคยพูดในการให้สัมภาษณ์ครั้งหนึ่งว่า คุณสามารถแต่งเพลงได้มากถึงวันละสามเพลงถ้าคุณอยากทำจริงๆ

เท็ตสึยะ: เมื่อก่อนผมเคยทำแบบนั้นนะ แต่ตอนนี้ต้องบอกว่า ขึ้นอยู่กับว่าผมจะทำเดโมออกมาได้แค่ไหนมากกว่า ถ้าสมมุติเป็นเดโมแบบหยาบๆผมก็อาจจะทำได้วันละสองเพลง แต่ระยะหลัง คุณภาพของเดโมที่พวกเราทำออกมามันชักจะสูงขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็ต้องใช้เวลาทำมากขึ้นด้วย

Q: ซึ่งก็หมายความว่า สมมุติเดโมเพลงหนึ่งสามารถสร้างคอร์ดได้จากกีตาร์อะคูสติกหนึ่งตัวพร้อมเมโลดี้ไลน์ แล้วยังไงต่อ

เท็ตสึยะ: ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมก็อาจจะทำเพลงได้วันหนึ่งถึงสามหรือสี่เพลง ถ้าผมสามารถแต่งเพลงได้วันละสามเพลงแบบนั้น ก็แปลว่าผมจะทำเพลงป๊อปสดใสออกมาได้ก่อนเป็นเพลงแรก ต่อด้วยเพลงที่ช้าลง แล้วก็เป็นเพลงหนักๆต่อจากนั้น ผมหมายถึงเพลงหนึ่งเพลงก็จะมีความยาวประมาณ 3-5 นาทีใช่ไหม ถ้าจะต้องทำอะไรแบบนั้น ก็แปลว่าคุณอาจจะต้องการเวลาซักชั่วโมงนึง ถูกไหม?

Q: อะไรนะ!? พูดเป็นเล่นไป!

เท็ตสึยะ: ไม่สิ ผมหมายถึงถ้าเอาแค่คอร์ดกับเมโลดี้ไง (หัวเราะ) พูดถึงเรื่องการแต่งเพลงเนี่ย ผมต้องขอขอบคุณพระเจ้าท่านเลยนะที่ประทานพรสวรรค์อันนี้มาให้ สำหรับผมแล้ว การที่สามารถแต่งเพลงได้หลายๆเพลงในวันเดียวนี่ถือเป็นเรื่องปกติมาก ดังนั้นสำหรับพรสวรรค์อันนี้... ผมหมายถึง ผมเองก็ไม่ได้มีความสามารถอะไรอื่นอีก (หัวเราะ) ดังนั้น ผมรู้สึกขอบคุณมากๆเลยเชียวล่ะครับ

 

----------------------- TBC Part II ------------------------

 

แปลและเรียบเรียงโดย fingers-crossed

 

Note: สามารถนำไปเผยแพร่ได้ ไม่หวง ไม่ห้าม โดยมีเงื่อนไขคือต้องไม่มีการตัดทอนเปลี่ยนแปลงใดๆทั้งสิ้น และต้องไม่ลืมลงเครดิตรวมไปถึง Link ด้วยค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

เป็นพรสวรรค์พิเศษจริงๆแหละค่ะ
แต่งเพลงได้วันละ 3 เพลงเนี่ย
แถมเป็นประเภทยิ่งมีเส้นตาย ยิ่งแต่งออกนี่ยิ่งหายาก melody เพลงของ L'arc เป็นอะไรที่โดนเด่นจริงๆ ยิ่งช่วงหลังๆ แต่ละเพลงฟังครั้งแรกก็ติดใจเลย

#6 By Noo (101.108.149.211) on 2012-03-31 21:37

ขอบคุณคุณ fingers-crossed สำหรับบทสัมภาษณ์ดีๆนะคะ :)) อ่านเพลินมากกก ไม่เคยเจอบทสัมภาษณ์ลาร์คที่พูดถึงการแต่งเพลงละเอียดขนาดนี้เลย ชอบวิธีการแต่งเพลงของป้าเท็ตมากๆค่ะ มิน่าเพลงป้าถึงเมโลดี้โดดเด่นมาก่อนตลอด ฟังไม่กี่ครั้งก็ฮัมตามได้

#5 By yoroha (110.168.190.111) on 2012-03-29 00:07

ยิ่งอ่าน ยิ่งอิน ยิ่งรู้สึกว่าวงนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ
ขอบคุณพี่ fingers-cossed มากเลยนะคะ
ไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากคำนี้ จะตามอ่านต่อไป
เป็นกำลังใจให้ค่ะ (ป.ล.ท่าทางจะแปลยากทีเดียว)

#4 By Noonkoko (180.214.213.201) on 2012-03-28 11:32

หลังผ่านไป 20 ปี มีอะไรมากมายที่คุณบอกไม่ได้จนกว่าจะได้ลองเสียก่อน ผมไม่ใช่นักวิ่ง แต่ผมคิดว่าความรู้สึกมันคงคล้ายกับ ‘แรงฮึดของนักวิ่ง’ นั่นแหละ ถ้าคุณหยุดกลางครันเวลาที่คุณรู้สึกว่ามันหนักหนาเต็มที หรือว่ารู้สึกเหนื่อยกับมันมากๆ คุณก็คงไม่มีวันรู้หรอก แต่ถ้าคุณอดทนและวิ่งต่อไปเรื่อยๆ จากจุดนั้นคุณจะเริ่มรู้สึกดีกับมัน

ตอนนี้กำลังเหนื่อยกับภาระงานที่ถาโถมพอดีเลยค่ะ พอมาอ่านแบบนี้แล้ว ก็รู้สึกฮึดขึ้นมา ขนาดลุงๆทำงานกันมายี่สิบปียังคิดแบบนี้ แล้วเราที่เพิ่งทำงานมาไม่กี่ปี จะมาท้อถอยและล้มเลิกไปได้ง่ายๆได้ยังไง

ขอบคุณสำหรับคำแปลบทสัมภาษณ์ดีๆค่ะ big smile

#3 By aki on 2012-03-28 08:18

ถ้าไม่ได้เป็นสาวก L'Arc~en~Ciel ต้องบอกว่าอิป้าพูดจาน่าหมั่นไส้มากกกกก แต่ผลงานที่ผ่านมาเป็นตัวพิสูจน์ได้เลยว่าการแต่งเพลงของป้านี่หนึ่งในแผ่นดินจริงๆ ขอซูฮก

ปล.ขอบคุณครับที่แปลมาให้อ่าน

#2 By haido7 (180.180.101.158) on 2012-03-27 21:30

ตามมาอ่านต่อค่ะ เท็ตสึเนี่ยเก่งมากจริงๆ คือนอกจากจะแต่งเพลงเก่ง(และเร็ว) มากแล้ว ฝีมือเบสแกก็ยังสุดยอดอีกตะหาก เป็นคนที่มีพรสวรรค์มากๆคนหนึ่ง และดูใส่ใจกับงานมาก ไม่ได้เอาอารมณ์ศิลปินมาทำงานอย่างเดียว แต่คำนึงถึงจุดประสงค์ของการมีอยู่ของเพลงนั้นๆด้วย เยี่ยมจริงๆ

#1 By Abandoned Star9k (192.168.11.117, 203.113.117.67) on 2012-03-27 21:26