มาต่อตอนที่สองแล้วค่ะ การแปลบทสัมภาษณ์ของเท็ตสึยะมันมีความยากตรงศัพท์เทคนิคเกี่ยวกับดนตรีหลายๆอย่างค่ะ แต่ก็ไม่ถึงกับเกินมือเท่าไหร่ เพราะว่าเคยแปลเกี่ยวกับเรื่องดนตรีมาเยอะ จึงพอจะมีความรู้อยู่บ้าง ข้อมูลส่วนไหนที่เข้าใจยาก ก็ลองค้นใน google ดูนะคะ น่าจะพอมีอยู่บ้าง ไม่เหมือนกับไฮด์ที่มันจะยากตรงการถ่ายทอดความรู้สึกของเจ้าตัวผ่านตัวหนังสือ ลึกซึ้งเกิ๊นบางที...

 

ตอนนี้เป็นตอนจบของเท็ตสึยะแล้ว คราวต่อไปก็คงจะเป็นของเคน ซึ่งยาวพอๆกันเลย รอหน่อยนะคะ ใช้เวลาน่าดูเหมือนกัน แถมงานก็เยอะอีกต่างหาก ^^’’’

 

-------------------------------------

Q: คุณอาจจะมีวิธีในการรับสารเวลาคุณฟังเพลงในแบบที่แตกต่างออกไปก็ได้ ปกติมือกีตาร์ก็จะฟังเสียงกีตาร์เป็นหลัก มือกลองก็จะนึกถึงโน้ตของกลอง อย่างเท็ตสึยะซังนี่เรียกว่าน่าจะได้ยินทุกเสียงพร้อมกันนะ

เท็ตสึยะ: ผมเป็นมือเบส ดังนั้นผมจึงสามารถได้ยินไลน์เบสได้โดยไม่ต้องคิดอะไรเลย ดูเหมือนว่าผมจะไม่ใช่แค่ฟังเสียงเบสเท่านั้นครับ

Q: ถ้าอย่างนั้นมาคุยเรื่องเบสกันดีกว่า อัลบั้มนี้เหมือนเป็นบทสรุปโดยรวมของสิ่งที่คุณทำในช่วงหลายปีมานี้ ในฐานะมือเบสคุณได้สร้างธีมอะไรขึ้นมาหรือเปล่า

เท็ตสึยะ: ตั้งแต่ที่ผมได้ร่วมงานในโปรเจ็กต์ที่มีชื่อว่า Creature Creature ผมก็เริ่มใช้เบสห้าสายมาโดยตลอด น่าจะตั้งแต่ปี 2005 แล้ว ใช่ไหมนะ นับแต่นั้นผมก็เลยคิดว่าตัวเองเล่นเบสแบบ... ถูกต้องเสียที (หัวเราะ)

Q: อะไรกัน ก่อนหน้านั้นคุณก็เล่นเบสคุณภาพสูงมากอยู่แล้วใม่ใช่หรือ (หัวเราะ)

เท็ตสึยะ: อืม ก็ ผมว่าผมก็เล่นไลน์เบสที่มีความเป็นเอกลักษณ์สูงอยู่นะ ก็น่าจะเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมคนอื่นถึงเลียนแบบได้ยากด้วยแหละ มันเป็นสไตล์แบบออริจินอลของผมนี่นา

Q: หมายความว่า คุณเล่นมันออกมาเพราะคุณว่ามันเท่หรือไม่ก็รู้สึกดีแค่นั้นเองหรือ

เท็ตสึยะ: มันคงรู้สึกแย่เป็นบ้าเลยถ้าหากคุณไม่สามารถเล่นเบสได้ในแบบที่คุณต้องการในเพลงใดเพลงหนึ่ง ดังนั้นผมถึงต้องเก่งพอที่จะทำแบบนั้นได้ แต่เอาจริงๆผมแทบไม่ได้ฝึกฝนอะไรเลย (หัวเราะ) ผมจะออกแนวค่อยมาฝึกหนักก่อนเล่นจริงแบบนั้นมากกว่า ดังนั้นมันก็เลยไม่ใช่เรื่องของเทคนิคแล้วล่ะ แต่ในช่วงระยะเวลา 5-6 ปีมานี้ ผมพัฒนาการฟังขึ้นได้เยอะเลย

Q: เห็นได้ชัดว่า นั่นทำให้คุณเล่นได้แม่นยำและจับใจขึ้น ส่วนตัวแล้วการแสดงที่น่ามองอีกทั้งยังดึงดูดใจที่กลมกลืนไปกับคนอื่นๆของคุณนั่นล่ะที่ทำให้ฉันรู้สึกสนอกสนใจเป็นพิเศษ

เท็ตสึยะ: ก่อนหน้านั้นผมแย่มากเลย

Q: คุณเป็นที่รู้จักในเรื่องของท่อนฮุกที่ติดหู แต่ฉันกลับคิดว่าเซ้นส์ในเรื่องของจังหวะของคุณก็ดีมากไม่แพ้กัน

เท็ตสึยะ: โอ๊ย ไม่ ไม่ ไม่ ผมไม่มีความมั่นใจในเรื่องของเซ้นส์ด้านจังหวะเลย (หัวเราะ) ส่วนตัวแล้ว ผมจะมั่นใจเรื่องพิทช์มากกว่า ถ้าพูดเรื่องพิทช์ขึ้นมาเมื่อไหร่ ผมก็โรคจิตดีๆที่เอง (หัวเราะ)

Q: ถ้าอย่างนั้น ในช่วงระยะเวลาสองสามปีหลังๆมานี้ ก็ไม่ใช่ว่าคุณทุ่มเทให้กับเรื่องของจัวหวะหรอกหรือ

เท็ตสึยะ: บางทีเรื่องจังหวะของผมอาจจะดีขึ้นเพราะว่าหูของผมดีขึ้นอย่างนั้นหรือเปล่านะ ผมเดาเอาว่าเรื่องที่ผมออกงานเดี่ยวคงถือเป็นเรื่องใหญ่พอดู ผมคิดว่าหูของผมแตกต่างไปจากเมื่อก่อนหน้าจนหลังจากทำอัลบั้ม COME ON! นั่นแหละ ระหว่างทำงานเดี่ยวทำให้ผมต้องแม่นเรื่องของซาวนด์ทุกอย่าง ในขณะที่เวลาอยู่ในวง ผมสามารถไว้ใจแล้วก็ปล่อยแต่ละส่วนให้สมาชิกคนอื่นดูแลได้ ก็เลยไม่ต้องเป็นห่วงในส่วนอื่นๆเลย ในอัลบั้มเดี่ยว ผมต้องกำหนดทิศทางสำหรับทุกอย่างแล้วยังต้องมีความรับผิดชอบมากด้วย L’Arc-en-Ciel นั้นถูกสร้างขึ้นโดยสมาชิกสี่คน แต่พอมาเป็นงานเดี่ยวแล้ว ผมต้องทำงานเพิ่มขึ้นอีกสี่เท่าจากที่เคยทำเลยล่ะ

Q: ถ้าเป็นทางกายภาพล่ะก็ คุณพูดถูกเลย งั้นก็น่าจะเป็นจุดนั้นแหละที่ทำให้คุณได้ฝึกเซ้นส์ของตัวเองในเรื่องของพิทช์ที่เป๊ะขึ้นด้วยใช่ไหม

เท็ตสึยะ: ยกตัวอย่างเช่น เวลาที่ทุกคนบอกว่า มันโอเคแล้ว ก็จะมีผมคนเดียวนี่แหละที่รู้สึกว่ามันไม่ใช่ เคยได้ยินเรื่องที่ว่าคนเราสามารถเห็นเสียงได้ในรูปแบบของคลื่นใช่ไหม ผมก็เลยลองเช็กในจุดที่ตัวเองรู้สึกแปลกๆดู ปรากฏว่าพิทช์มันเพี้ยนไปนิดหน่อย บางทีผมยังอดรู้สึกไม่ได้เลยว่า “เราบ้าไปแล้วหรือเปล่าเนี่ย” (หัวเราะ)

Q: เป็นบ้าเลยหรือ (หัวเราะ) แต่ความเข้มงวดในเรื่องของพิทช์นั่นก็ถือเป็นเรื่องสำคัญมากในการเล่นเฟร็ตเลสเบส (เบสที่ไม่มีเฟร็ต/ ผู้แปล) ไม่ใช่หรือ ในเพลง Miraisekai คุณเองก็เล่นอัปไรต์เบส (เบสใหญ่หรืออะคูสติกเบส/ ผู้แปล) ด้วยนี่ใช่ไหม

เท็ตสึยะ: เคนจังมาขอให้ผมเล่นอัปไรต์เบสให้หน่อย ผมเองก็มีเบสอัปไรต์อยู่ตัวนึง แต่ไม่เคยได้เอามันมาเล่นจริงๆจังๆสักที ผมก็เลยไม่ค่อยแน่ใจว่ามันจะเป็นเบสที่เหมาะจะนำมาเล่นในการบันทึกเสียงหรือเปล่า และผมก็ยังมีเบสอยู่ในสตูดิโออยู่แล้วประมาณ 10 ตัว ผมก็เลยเริ่มต้นจากการหาอัปไรต์เบสที่มีซาวนด์ดีที่สุดออกมา แล้วพอกลับบ้านก็เลยต้องไปรื้ออัปไรต์เบสออกมาแล้วก็ฝึกเล่นอยู่ในห้องนั่งเล่นนั่นแหละ (หัวเราะ) ผมทำแบบนั้นอยู่พักนึงทีเดียว

Q: แล้วมันก็ยังมีท่อนเบสโซโล่ด้วย แต่ดูเหมือนคุณจะปรับเปลี่ยนซาวนด์ด้วยใช่ไหม

เท็ตสึยะ: ผมอยากจะเปลี่ยนอารมณ์ของช่วงโซโล่ ผมก็เลยเล่นพาร์ตนั้นด้วยเบสไฟฟ้า เป็นครั้งแรกเลยนะในการบันทึกเสียงที่ผมเล่นเฟร็ตเลสของ Wal ที่ซื้อมาจากแอลเอประมาณซักสิบกว่าปีที่แล้วน่ะ

Q: การที่คุณเล่นเบสที่แตกต่างกันสองตัวในเพลงเดียวกันนี่... ต้องบอกว่าคุณมีพรสวรรค์เป็นอย่างมากเลยนะในการที่จะดึงข้อดีที่สุดของเพลงออกมา

เท็ตสึยะ: แน่นอนสิครับ ผมมั่นใจมากว่าตัวเองเล่นเบสได้เจ๋งมาก แต่นอกเหนือไปจากนั้น ถ้าให้พูดเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวกับเบส ผมก็นึกไม่ออกแล้ว แต่ที่ผมมั่นใจมากๆเกี่ยวกับมันก็คือเรื่องพิทช์นี่แหละ

Q: เข้าใจแล้ว ในอัลบั้ม BUTTERFLY เวอร์ชั่นลิมิตเต็ด เห็นมีดีวีดี 20th Anniversary Special Program แล้วก็อัลบั้มแรกของ P’UNK-EN-CIEL ที่ชื่อ P’UNK IS NOT DEAD ด้วย ฉันว่าก็น่าจะพูดได้เต็มปากอยู่นะว่านี่เป็นอัลบั้มที่รอมานานของ P’UNK-EN-CIEL ว่าแต่ คุณพอจะบอกเราหน่อยได้ไหมว่าวงนี้เริ่มก่อตั้งขึ้นได้อย่างไร

เท็ตสึยะ: ก็ในตอนแรก มันเริ่มจากการที่เราแลกตำแหน่งกันเล่นในคอนเสิร์ต บางทีก็เล่นเพลงของ TOKIO เป็นเพลงอังกอร์ก็มี (หัวเราะ) เราคัฟเวอร์เพลง LOVE YOU ONLY ภายใต้ชื่อ KIOTO ที่ผวนมากจาก TOKIO นั่นแหละ แล้วเราก็ตั้งวงฮาร์ดคอร์ที่มีชื่อว่า D’Ark-en-Ciel ขึ้น หลังจากที่ยุกกี้เข้ามาร่วมวง เราก็เลยเรียกชื่อวงเสียใหม่ว่า P’UNK-EN-CIEL ผมคิดว่าไอ้การทำกันเล่นๆของเราเนี่ยมันมาจากการที่เราได้เห็นวง ACTION ทำวงที่ใช้ชื่อว่า Insuu Bunkai แบบนั้นเลยล่ะครับ

Q: คุณอาจจะเริ่มจากการเล่นสนุกกันในคอนเสิร์ต แต่ก็ตัดสินใจบันทึกเสียงมันออกมาในที่สุด

เท็ตสึยะ: ใช่เลย (หัวเราะ) ตอนที่เรามานั่งคุยกันเรื่องทำเพลงบีไซด์ของซิงเกิ้ลกันน่ะ เราก็คิดว่าคงน่าสนุกถ้าได้ทำ P’UNK-EN-CIEL แล้วตอนบันทึกเสียงน่ะเราก็สลับตำแหน่งกันเล่นจริงๆ มันก็เลยเป็นความพังก์ในการได้ทำอะไรบ้าๆออกมากันอย่างจริงจังขนาดนี้

Q: คนเรียบเรียงเองก็เปลี่ยนไปตามเพลงด้วย เพลงที่ออกมาก็เลยมีสไตล์ที่หลากหลาย ดูเหมือนว่านั่นก็เป็นจุดสำคัญเหมือนกันสินะ

เท็ตสึยะ: ไฮด์ เคนจัง ยุกกี้ แล้วถึงเป็นผม ผมก็เอารูปแบบนี้แหละเป็นตัวตั้ง เราต่างก็เลือกเพลงที่ตัวเองอยากจะเรียบเรียงมาทำกัน โดยวนสลับกันไปแบบนี้สามรอบ แล้วก็ทำเพลงออกมา 12 เพลง ก็เลยถึงเวลาสำหรับอัลบั้มเต็มเสียที

Q: คุณเลือกเพลง Promised land 2005, I Wish 2007 และ metropolis 2011 มาเรียบเรียงใหม่

เท็ตสึยะ: ผมก็แค่เลือกเพลงที่ตัวเองอยากร้องน่ะ แล้วก็ต้องดูเรื่องสมดุลย์ที่มีต่อเพลงอื่นๆด้วย I Wish 2007 เป็นเพลงบีไซด์ของ Hurry Xmas ตอนนั้นยังคิดเลยว่า ถ้าทำเพลงคริสต์มาสแบบพังก์ออกมาน่าจะดี

Q: แต่ถึงแม้จะเรียกว่าพังก์ มันก็ยังมีการเรียบเรียงออกมาในสไตล์แบบฮาร์ดร็อคแล้วก็เฮฟวี่เมทัลด้วย สนุกดีเหมือนกันนะที่ได้เห็นแต่ละคนในรสนิยมที่แตกต่างกันไป

เท็ตสึยะ: เราต่างก็ได้รับผลกระทบจากงานของกันและกัน และเราก็เริ่มต้นทำงานกันอย่างหนักเพื่อที่จะทำให้งานใหม่ดีกว่าอันเดิม (หัวเราะ) P’UNK ในที่นี้มันเป็นเรื่องของความคิดจิตใจมากกว่า ไม่ใช่เรื่องของดนตรี ดังนั้นในแง่ของการเรียบเรียง เราจึงสามารถมีได้ทั้งเฮฟวี่เมทัลและฮาร์ดคอร์... การที่ได้เอาเพลงพวกนี้มาทำและฟังมันในรูปแบบอัลบั้มอย่างนี้จึงน่าสนใจแล้วก็ดีมาก ผมมั่นใจแล้วก็รู้สึกภูมิใจกับมันมากเลย

Q: แม้ว่ามันจะเริ่มต้นจากความสนุกเท่านั้น แต่ฉันกลับคิดว่ามันมีความเป็นดนตรีอยู่สูงมากเลยนะ

เท็ตสึยะ: การนำเพลงของพวกเราเองมาเรียบเรียงใหม่พร้อมกับเปลี่ยนตำแหน่งกันเล่น... เอาจริงๆก็แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเรื่องตลกใช่ไหม ผมว่าแค่ได้ทำอะไรแบบนี้ออกมา ก็ถือว่ามีความเป็นพังก์แล้ว ผมไม่คิดด้วยว่าจะมีวงไหนในโลกทำแบบนี้ได้ด้วย

Q: มันก็สนุกสำหรับพวกเรามากด้วยเหมือนกัน ได้ยินมาว่าคุณได้ไปถ่ายรูปของศิลปินบางคนมาด้วย

เท็ตสึยะ: เราต่างก็ถ่ายรูปที่แต่งตัวแบบพังก์ในอิเมจของตัวเองออกมา คุณจะบอกว่าพังก์ยังไงก็ได้ แต่พังก์ในลอนดอนกับพังก์ในนิวยอร์กน่ะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลย ไม่เท่านั้น พังก์ในยุค 1970s แล้วก็พังก์อย่างในทุกวันนี่ก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเหมือนกัน ส่วนตัวแล้ว ผมอินกับอิเมจของ NANA มากเลย (หัวเราะ)

Q: แล้วจากมุมมองของ T.E.Z P’UNK สไตล์ของสมาชิกคนอื่นเป็นยังไงบ้าง

เท็ตสึยะ: ผมก็มีคิด อ๋อนี่สินะพังก์ของเคนจัง! (หัวเราะ) คิดด้วยว่าไฮด์น่าจะเล่นในหนัง NANA ได้เลย แล้วก็หน้ากากกันแก๊สของยุกกี้ (หัวเราะ) เขาน่าจะเป็นคนที่เท่ที่สุดบนเวทีแล้วล่ะ แต่เบสของเขาห้อยต่ำไปหน่อย คงเล่นท่อนที่ต้องลงรายละเอียดมากไม่ได้ (หัวเราะ)

Q: อันนั้นคงต้องดูกันต่อไป แล้ว P’UNK-EN-CIEL จะจบลงที่การออกอัลบั้ม P’UNK IS NOT DEAD เลยหรือเปล่า

เท็ตสึยะ: โอ๊ย ไม่หรอกครับ ดูชื่ออัลบั้มเสียก่อน (หัวเราะ) เราเลือกชื่อนี้ก็เพราะมันหมายถึงเราจะกลับอีกมาเมื่อไหร่ก็ได้ทั้งนั้น

Q: น่าตื่นเต้น แล้วก็น่าคิดนะว่ามันจะออกมาเป็นยังไง แต่ตอนนี้ก็มี BUTTERFLY ที่ทั้งเข้มข้นและเหมาะกับการครบรอบ 20 ปีของวงที่สุดออกมาแล้ว การฉลองครบรอบ 20 ปีก็จะยังมีต่อไป แต่คุณมีได้มองย้อนกลับไปมากน้อยแค่ไหน

เท็ตสึยะ: ผมว่ามันเป็นเรื่องยากนะที่จะหาวงไหนสักวงที่จะอยู่ด้วยกันนานถึง 20 ปีแล้วก็ยังมีงานออกมาต่อเนื่อง แม้แต่ในระดับโลกเองก็เถอะ

Q: แล้วคุณก็ยังติดอยู่ในระดับแถวหน้ามาได้นานขนาดนั้นด้วย

เท็ตสึยะ: ครับ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องยากมากสำหรับวงที่จะประสบความสำเร็จและจะรักษามันเอาไว้ไปเรื่อยๆ ต้องบอกว่าเรามีแฟนที่ซื่อสัตย์กับเราแบบถึงแก่นมากๆ และที่เรามากันได้ขนาดนี้ก็เพราะการสนับสนุนจากแฟนๆเหล่านี้นี่แหละ L’Arc-en-Ciel มันไม่ใช่แค่วงของเรา มันยังเป็นวงของแฟนๆด้วย และเราก็จะใส่ใจกับตรงนี้ให้มากๆครับ

Q: แล้วพวกคุณยังมีเสน่ห์มากด้วย เพราะว่าในด้านดนตรี พวกคุณมักจะก้าวไปข้างหน้าเสมอ และไม่เคยพอใจกับการนำเสนอ L’Arc-en-Ciel ในแบบที่ผู้คนคาดหวังอีกด้วย

เท็ตสึยะ: ใช่ครับ ประเภทของดนตรีไม่ใส่สิ่งสำคัญสำหรับผมเลย อะไรที่ผมรู้สึกว่าเจ๋งผมก็อยากทำทั้งนั้นแหละ ผมคิดว่าสมาชิกคนอื่นๆในวงก็ไม่ได้ใส่ใจกับตรงนี้แล้วเหมือนกัน แต่เราก็ยังคงมีสิ่งหนึ่งที่ยังคงยึดมั่นเสมอ นั่นก็คือการเป็นศิลปิน ผมหวังว่าเราจะสามารถก้าวข้ามความคาดหวังของทุกคนได้ต่อไปเรื่อยๆครับ

 

----------------------- END ------------------------

แปลและเรียบเรียงโดย fingers-crossed

 

Note: สามารถนำไปเผยแพร่ได้ ไม่หวง ไม่ห้าม โดยมีเงื่อนไขคือต้องไม่มีการตัดทอนเปลี่ยนแปลงใดๆทั้งสิ้น และต้องไม่ลืมลงเครดิตรวมไปถึง Link ด้วยค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

โว้ว!! ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ ไม่ธรรมดา
ชอบตรงที่ "ผมมั่นใจมากว่าตัวเองเล่นเบสได้เจ๋งมาก"

ศัพท์เทคนิคเยอะจริงค่ะ จากที่พี่ finger-crossed บอกความหมายไว้ให้ ก็ตามไปหาความรู้ต่อในอากู๋ เเต่ว่า..อิอิ ก็ได้เเต่อ่าน เเต่ไม่รู้เรื่องอยู่ดีค่ะ...

ขอบคุณ (ด้วยเสียงอันดัง) Big Hug ค่ะ

#3 By Noonkoko (180.214.213.41) on 2012-04-03 15:15

ตามมาอ่านต่อค่ะ

อ่านมาถึง P’UNK-EN-CIEL รู้สึกว่าคิดไม่ผิดจริงๆที่ซื้อ BUTTERFLY แบบ limited ไป ตอนเห็นลุคของป้าในแบบพังค์ครั้งแรก รู้สึกว่าป้าเหมือนนานะเลย แล้วก็ใช่จริงๆด้วย ที่ป้าติดอิมเมจของนานะ (อิๆๆ)

แล้วจะรออ่านตอนต่อไปค่ะ

#2 By bbL' (223.206.79.39) on 2012-03-30 15:56

อ่านจนจบแล้วค่ะ ศัพท์เทคนิคเยอะจริงๆด้วย

#1 By Meiko S. on 2012-03-29 19:49