สัมภาษณ์ ken อัลบั้ม Butterfly

posted on 02 Apr 2012 19:29 by fingers-crossed in Entertain

หลังจบจากการแปลในส่วนของเท็ตสึยะ หัวหน้าวงไปคราวก่อน และเห็นความยาวจากการสัมภาษณ์ของเคนแล้ว ให้นึกหวั่นใจว่า มันจะมีศัพท์เทคนิคอะไรออกมาให้ปวดหัวอีก แล้วมันก็มีจริงๆค่ะ เพลียมากเลย เพราะไอ้เราก็ไม่ได้รู้เรื่องดนตรีในเชิงลึกขนาดนั้นสักหน่อย แต่ก็รอดพ้นไปได้อีกครั้งจนได้ในที่สุด

 

เท่าที่แปลบทสัมภาษณ์ของเคน เคนเป็นคนอารมณ์ดีค่ะ แต่ก็แอบติสต์เบาๆตรงที่เวลาไม่คิดว่าจะตอบอะไรยาวๆ พี่แกก็ร่ายซะอื้อหือ... แต่พอคำถามถามมาอย่างยาว แกตอบสั้นมาก งงกะแกเบาๆ

 

หนนี้จังหวะว่ามันใกล้จะวันหยุดยาว และพอจะมีเวลา เลยจัดหนักแปลมันรวดเดียวจบ แล้วลงมันทีเดียวเลย เพราะกลัวว่า เดี๋ยวทำไม่ทันช่วงวันหยุดจะทิ้งช่วงยาวเกินไปค่ะ ดังนั้นบทสัมภาษณ์ของเคนจะยาวมาก แต่ก็ปิดจบไปเลยทีเดียวเหมือนกัน

 

ส่วนของยูกิฮิโร่ ไม่ต้องห่วงค่ะมีอยู่ 3 หน้า ถ้าแกไม่ติสต์มาก ก็น่าจะปิดจบได้ในเร็ววัน เทียบกับ ไฮด์ที่มี 9 หน้า เท็ตสึยะ 8 หน้า และเคนที่มี 7 หน้า ถือว่าเบาไปเลย

 

และตามธรรมเนียมที่ต้องชี้แจงกันเสียก่อนอีกครั้งว่า สามารถนำไปเผยแพร่ได้ ไม่หวง ไม่ห้าม โดยมีเงื่อนไขคือต้องไม่มีการตัดทอนเปลี่ยนแปลงใดๆทั้งสิ้น และต้องไม่ลืมลงเครดิตรวมไปถึง Link ด้วยแค่นั้นเองค่ะ

 

----------------------------------

 

Q: หลังจากผ่านไปนานถึง 4 ปี  3 เดือน สตูดิอัลบั้มชุดใหม่ BUTTERFLY ก็เสร็จสิ้นลงจนได้ รู้สึกอย่างไรบ้าง

เคน: รู้สึกดีมากครับ!

Q: ประมาณว่า เสร็จซักที แบบนั้นหรือเปล่า

เคน: ถ้าพูดในเรื่องของระยะเวลาล่ะก็ แบบนั้นเลยครับ เราเริ่มงานโปรดักชั่นกันเมื่อไหร่นะ? ทำเดโมประมาณช่วงฤดูร้อนของปี 2020 แล้วเราก็มารวมตัวกันอีกทีตอนกันยายนใช่ไหม?

Q: ก็แปลว่าใช้เวลามากกว่าหนึ่งปี

เคน: ใช่ครับ ถ้านับตั้งแต่ทำเดโม ก็น่าจะราวๆนั้น

Q: ในช่วงที่ทำงานอัลบั้มใหม่ คุณได้วางกรอบหรือธีมอะไรเอาไว้ในใจหรือเปล่า เคนซัง

เคน: ไม่เลยครับ ในช่วงต้นปี 2011 เรามีโชว์ L’A HAPPY NEW YEAR กัน ซึ่งตอนนั้นก็ถือว่าทิ้งช่วงที่เราได้ขึ้นโชว์บนเวทีด้วยกันไปนาน ก็เลยเป็นความรู้สึกที่ยังงงๆกันนิดหน่อย แต่พอเราได้เริ่มเล่น 20th L’Anniversary LIVE ในช่วงพฤษภาคม ตอนนั้นแหละที่ผมค่อยรู้สึกว่า “เราได้กลับมาเป็นวง L’Arc-en-Ciel กันอีกครั้ง” เสียที

Q: อย่างนี้เอง

เคน: ดังนั้นตอนที่เรามาทำเพลงกัน เราก็เลยไม่ได้มานั่งทำเดโมโดยมีไอเดียอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับคอนเซ็ปต์ของอัลบั้มเลย เราก็คิดกันว่า... คือผมว่าผมเคยพูดแบบนี้ไปครั้งหนึ่งแล้วตอนที่ให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการช่วง CHASE ว่า ดนตรีจริงๆแล้วมันก็เป็นแค่ดนตรี ผมก็เลยอยากจะสนุกไปกับความรู้สึกที่ดนตรีมันได้สร้างขึ้นมา มันเอาจจะเศร้า อาจจะสุข... ซาวนด์ของมันทำให้คุณนึกถึงความรู้สึกเฉพาะที่คำพูดไม่อาจจะอธิบายออกมาได้ นั่นน่าจะเป็นอะไรที่ผมอยากจะเขียนถึงนะผมว่า อย่างน้อย นั่นก็เป็นสิ่งที่ผมคิดเอาไว้เวลาที่แต่งเพลงน่ะครับ มันก็ไม่เชิงว่าเกี่ยวกับอัลบั้มทั้งหมดในภาพรวมหรอก แต่เป็นเพราะเรามีซิงเกิ้ลอยู่แล้วหลายเพลง ผมก็เลยคิดแค่ว่าจะทำอะไรที่มันไปกับอัลบั้มได้ดี

Q: คุณแต่งเพลงเอาไว้ทั้งหมดกี่เพลง

เคน: น่าจะ 2 เพลงพร้อมๆกันเลย

Q: ก็คือ CHASE กับอีกสองเพลงในอัลบั้มถูกใหม่

เคน: ตอนที่ผมทำเดโมก่อนสองเพลงนั่น สตาฟของเราไม่ได้คิดหรอกว่าผมกำลังแต่งเพลงอยู่ พวกเขาเอาแต่สงสัยว่าเมื่อไหร่ผมจะหยุดเล่นเสียทีมากกว่า (หัวเราะ)

Q: ประมาณว่าคุณเอาแต่ง่วนอยู่กับการลองซาวนด์ใหม่ๆแบบนั้นหรือเปล่า

เคน: ที่จริงผมค่อนข้างจะตื่นเต้นเวลาที่กำลังจะได้ฟังว่า ตัวเองทำอะไรออกมา ผมมีอาการแบบนี้อยู่นานตั้ง 6 เดือนถึงปีนึง ผมเอาแต่ทำนั่นทำนี่ แต่ส่วนใหญ่ที่ออกมาจะไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ และจากงานเหล่านั้น ก็เกิดเป็นเมโลดี้ที่แบบที่ได้ยินใน wild flower นั่นแหละ

Q: ฉันเดาว่าการแต่งเพลงคงทำให้คุณนึกอะไรไม่ออก ก็เลยพยายามลอง