สัมภาษณ์ yukihiro อัลบั้ม Butterfly

posted on 07 Apr 2012 17:59 by fingers-crossed in Entertain

มาค่ะ ในที่สุด Mission ก็เสร็จสมบูรณ์ ไม่น่าเลยว่าจะทำเสร็จจนได้ ของยูกิฮิโร่นี่ตอนแรกนึกว่าจะไม่ทันเสียแล้ว เพราะวันพรุ่งนี้จะเดินทางไปต่างจังหวัดค่ะ แต่ปรากฏว่าแปลรวดเดียวจบได้เหมือนกัน คราวก่อนบอกไปว่าของยุกกี้มีแค่ 3 หน้าใช่ไหมคะ แต่พอเปลี่ยน font เปลี่ยน pnt ให้เป็นแบบปกติเท่านั้นแหละ ล่อเข้าไป 6 หน้ากันเลยทีเดียว

 

แม้ว่ายุกกี้จะพูดน้อย แต่ศัพท์เทคนิคบางอย่างนี่ทำเอาคนแปลแทบหงายหลังตกเก้าอี้ไปหลายดอก ดังนั้นขอออกตัวไว้ตรงนี้เลยค่ะว่า หากนักดนตรีคนไหนเข้ามาอ่าน และเห็นถึงศัพท์แสงทางดนตรีที่อาจจะประหลาดไปสักหน่อย ก็ขออภัยอย่างยิ่งนะคะ

 

และตามธรรมเนียมที่ต้องชี้แจงกันเสียก่อนอีกครั้งว่า สามารถนำไปเผยแพร่ได้ ไม่หวง ไม่ห้าม โดยมีเงื่อนไขคือต้องไม่มีการตัดทอนเปลี่ยนแปลงใดๆทั้งสิ้น และต้องไม่ลืมลงเครดิตรวมไปถึง Link ด้วยแค่นั้นเองค่ะ

-------------------------------- 

Q: ความคิดเห็นแบบตรงไปตรงมาของคุณหลังเสร็จสิ้นจากการบันทึกเสียงอัลบั้มใหม่ Butterfly คือ?

ยูกิฮิโร่: ผมไม่ได้ทำงานแบบต่อเนื่องสักเท่าไหร่ ก็เลยไม่ค่อยรู้สึกอะไรนักที่มัน “เสร็จสิ้น” ลงแล้ว!!

Q: อย่างนี้เอง การบันทึกเสียงก็คงใช้เวลาไม่นานใช่ไหม

ยูกิฮิโร่: ครับ มันก็นาน แต่... ส่วนใหญ่เราจะใช้เวลาประมาณสามเดือนสำหรับการบันทึกเสียงกัน แบบนั้นมันก็จะให้ความรู้เหมือนกับว่าเรากำลังบันทึกเสียงกันอยู่นะ แต่คราวนี้ เราทำกันแค่เพลงหรือสองเพลง แล้วก็ทำอย่างอื่นกันด้วย แล้วก็กลับเข้าสตูดิโอกันใหม่ ดังนั้น ขนาดวันสุดท้าย ยังรู้สึกเลยว่า “อ้าว จบแล้วเหรอ”

Q: เหมือนกับมันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้วแบบนั้นหรือเปล่า

ยูกิฮิโร่: ก็ไม่ถึงขนาดนั้นครับ (หัวเราะ)

Q: ถ้าแบบนั้น มันจะไม่ยากหรอกหรือในการรักษาแรงกระตุ้นในการทำงานของคุณเอาไว้ให้ได้น่ะ

ยูกิฮิโร่: ก็ไม่นะ ไม่เป็นไรหรอกครับ

Q: แล้วคุณเริ่มบันทึกเสียงกันเมื่อไหร่

ยูกิฮิโร่: อัลบั้มนี้รวมซิงเกิ้ลเอาไว้หลายเพลง ซึ่งถ้านับเพลงพวกนั้นด้วยล่ะก็ ต้องถือว่าเป็นการบันทึกเสียงที่ยาวนานมากทีเดียว (หัวเราะ) แต่ผมคิดว่าน่าจะประมาณกันยายน ปี 2010 นะที่เราเริ่มมาพูดคุยเรื่องอัลบั้มกัน

Q: คิดยังไงบ้างหลังจากที่ได้ฟังอัลบั้มทั้งหมดแล้ว

ยูกิฮิโร่: ผมว่ามันเป็นอัลบั้มที่มากเชียวล่ะ มีเพลงที่พวกเราปล่อยออกมาตั้งแต่สองสามปีที่แล้วอยู่ด้วย แต่มันกลับลงตัวมากเมื่อนำมารวมเอาไว้ในอัลบั้มนี้ ขนาดเพลงตั้งแต่เมื่อสี่ปีที่แล้วยังมีเลย

Q: ใช่แล้ว เพลงที่เก่าที่สุดก็คือ DRINK IT DOWN (วางจำหน่าย 31 มกราคม 2008)

ยูกิฮิโร่: ใช่ครับ เราก็เลยมีทั้งเพลงแบบนั้นแล้วก็เพลงที่ใหม่สุดๆ... แต่ดูเหมือนว่ามันจะลงตัวกันมากเมื่อถูกนำมารวมเอาไว้ในอัลบั้มนี้

Q: จำได้ว่า คุณเคยพูดเอาไว้ว่า “เรื่องของการวางธีมเฉพาะสำหรับอัลบั้มเป็นเรื่องที่เรากังวลกันน้อยที่สุด” สมัยที่สัมภาษณ์ถึงอัลบั้ม KISS

ยูกิฮิโร่: ผมพูดแบบนั้นเหรอ (หัวเราะ)

Q: ส่วนตัวแล้วฉันคิดว่าฉันได้เห็นความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า และเหมือนอย่างที่คุณเคยพูดเอาไว้ว่า “เพื่อท้าทายกับสิ่งใหม่” ซึ่งเป็นคีย์เวิร์ดของอัลบั้ม BUTTERFLY นี้

ยูกิฮิโร่: หนนี้พวกเราสนุกกับงานโปรดักชั่นมากๆครับ

Q: หมายความว่าคุณสามารถรับมือกับเพลงในคราวนี้ได้อย่างเต็มที่หรือเปล่า

ยูกิฮิโร่: ใช่ครับ ช่วงบันทึกเสียงมันสนุกมากเลย

Q: แล้วพอได้ฟังเพลงในอัลบั้มนี้ ฉันก็รู้สึกได้ว่าเพลงของคุณได้ขยายขอบเขตกว้างออกไปอีก

ยูกิฮิโร่: ใช่ครับ ผมเองก็คิดแบบนั้น

Q: เพลงไหนที่ทำให้คุณประหลาดใจมากที่สุดในช่วงของการทำเดโม

ยูกิฮิโร่: คงต้องบอกว่า XXX ผมยังคิดเลยว่า ใครนะที่ทำเพลงที่สุดยอดแบบนี้ออกมา ผมถึงขนาดทำอะไรไม่ถูกเลยล่ะ (หัวเราะ) มันทำเอาผมประหลาดใจมากๆ

Q: เพลงที่สาม Bye Bye เป็นเพลงเก่านี่ ใช่ไหม แล้วทำไมมันมาลงเอยอยู่ในอัลบั้มนี้ได้ล่ะ

ยูกิฮิโร่: เรานึกอยากที่จะปล่อยเพลงนี้ออกมาซักวันนึง มันก็เลยบังเอิญได้มารวมอยู่ในอัลบั้มชุดนี้ครับ

Q: เพลง Bye Bye ในโชว์ของคุณ โน้ตกลองที่ละเอียดอ่อนมากๆในท่อนเวิร์ส แล้วพอถึงท่อนบริดจ์แล้วมันกลายเป็นคอรัสที่เรียบง่ายนั่น เป็นอะไรที่โดดเด่นทีเดียว แถมยังช่วยส่งเสริมตัวเพลงทั้งหมดด้วย ในช่วงที่ทำเพลงนี้ คุณคิดอะไรในใจบ้าง นอกเหนือไปจากเรื่องของเทมโป

ยูกิฮิโร่: ผมพยายามที่จะตรงไปตรงมากับมันมากที่สุด แล้วก็สมาชิกในวงก็มีมาขอให้ผมทำนั่นทำนี่ด้วยเหมือนกัน

Q: สมาชิกในวงมาขออะไรคุณในเพลง Bye Bye ด้วยหรือ

ยูกิฮิโร่: ผมคิดว่าแรกเริ่มเดิมทีน่ะ พวกเขาอยากได้ท่อนกรู๊ฟแบบโน้ตคู่ 8 ที่มีฟลอร์ทอมด้วย แล้วผมก็เลยลองพยายามที่จะยืดท่อนนั้นออกไปอีกจากตรงนั้นหลังจากที่แพ็ตเทิร์นสำเนียงท็อปบีตถูกวางเอาไว้แล้ว ใครคนนึงนี่แหละ อยากจะทำให้มันออกมาฟังเหมือนเพลง Be My Baby ของ Vanessa Paradis (นักร้อง นักแสดง นางแบบชาวฝรั่งเศส ภรรยาของ Johnny Depp/ ผู้แปล) ที่โปรดิวซ์โดย Lenny Kravitz แต่ผมจำไม่ได้แล้วนะว่าใครเป็นคนขอมา

Q: ได้ยินมาว่าคุณลดท่อนกลองลงระหว่างการบันทึกเสียงอัลบั้ม KISS แล้วคราวนี้เป็นยังไงบ้าง

ยูกิฮิโร่: ครั้งนี้ก็ไม่เยอะเหมือนเดิมครับ

Q: เพราะอะไรหรือ

ยูกิฮิโร่: ผมว่าผมได้เรียนรู้ที่จะปล่อยวางบ้างแล้วน่ะครับ (หัวเราะ)

Q: ฉันคิดว่า อาจจะเป็นเพราะคุณมีอิเมจที่ชัดเจนของ L’Arc-en-Ciel อยู่ในหัวอยู่แล้ว แล้วตอนนี้คุณก็รู้ว่าจะเข้าถึงมันโดยใช้ทางลัดให้มากที่สุดได้อย่างไร

ยูกิฮิโร่: อย่างหนึ่งก็คือ น่าจะเป็นเพราะว่าคุณภาพเดโมของทุกคนมันสูงขึ้นด้วยน่ะครับ แล้วเมื่อก่อนเวลาที่มีเสียงกลองเข้ามาเยอะๆ ต่อให้ทุกคนจะบอกว่ามันโอเคแล้วก็ตาม ถ้าผมไม่ชอบผมก็จะต้องขอลองทำใหม่อีกครั้ง แต่ตอนนี้ ผมตัดสินว่าน่าจะปล่อยให้คนอื่นช่วยตัดสินใจบ้างดีกว่า

Q: แล้วคุณชอบมากกว่าหรือเปล่าล่ะ

ยูกิฮิโร่: เวลาที่เราอัดกันหลายๆเทค อารมณ์ในสตูดิโอมันก็จะมอดไปได้เหมือนกัน (หัวเราะ) แต่ตอนนั้นน่ะ ผมแค่ไม่อยากจะปล่อยผ่านมันไปโดยที่ตัวเองยังไม่ค่อยรู้สึกพออกพอใจกับมันเลย แต่เวลาที่มีการตัดสินใจเรื่องกลองได้เร็วขึ้น ผมก็จะเผชิญหน้ากับซาวนด์เซ็ตต่อไปได้เร็วขึ้นเช่นกัน ซึ่งมันช่วยสร้างอารมณ์ของผมขึ้นได้เยอะเลย แล้วก็เมื่อตอนที่บันทึกเสียงอัลบั้ม KISS น่ะ ผมรู้สึกได้ถึงความปลาบปลื้มของตัวเองเลยล่ะที่ไม่ต้องเทคบ่อยๆ เวลาที่เล่นเพลงยากๆได้ภายใน 2 หรือ 3 เทค ผมก็จะแบบ ‘เยส!’ ดังนั้นก็เลยอยากจะรู้สึกแบบนั้นให้ได้อีกครั้งน่ะครับ (หัวเราะ)

Q: อย่างนี้นี่เอง ฉันยังได้ยินมาด้วยว่า คราวนี้คุณได้ทำงานร่วมกับเคนซังมากขึ้นด้วย

ยูกิฮิโร่: ใช่ครับ เคนจังเข้ามาช่วยเพลงผมเยอะเลย

Q: เขาทำอะไรบ้าง

ยูกิฮิโร่: ในส่วนของเดโม ผมมีแค่เมโลดี้ คอร์ดโปรเกรสชั่น แล้วก็ตัวอย่างแพ็ตเทิร์นกลองอันนึงเท่านั้น ซึ่งมันทำให้คนอื่นๆเข้าใจอารมณ์เพลงได้ยากมาก ผมก็เลยช่วยกันลุยทำกับเคนจังน่ะครับ

Q: เหมือนกับมีล่ามมาช่วยแปลเพลงของคุณออกมาอีกทีสินะ

ยูกิฮิโร่: ใช่ครับ ผมก็จะบอกเขาประมาณว่า ผมมีเทปยาวอยู่แค่นี้ แต่จริงๆอยากจะทำให้มันออกมาเป็นแบบนี้นะ... แล้วเคนจังก็จะสร้างแพ็ตเทิร์นขึ้นมาอีกสองสามอัน เราก็ค่อยๆเริ่มจากตรงนั้นกันต่อ

Q: เพลงที่ 6 shade of season ที่คุณแต่งทั้งเนื้อร้องและทำนองก็ถูกทำขึ้นมาแบบนี้เลยหรือเปล่า

ยูกิฮิโร่: ใช่แล้วครับ ผมทำเมโลดี้ คอร์ดโปรเกรสชั่น แล้วก็กลอง ส่วนอื่นๆก็ได้เคนจังนี่แหละคิดให้ (หัวเราะ) ส่วนซาวนด์ของซินธิไซเซอร์ ผมเอากลับบ้านแล้วก็เป็นคนทำมันอีกที

Q: ทั้งเสียงกีตาร์ที่ดังอยู่ตลอด เสียงของซินธิไซเซอร์ ช่องว่างระหว่างซาวนด์ หรือแม้แต่อิเมจของเนื้อเพลง... ทุกอย่างมันฟังดูลึกลับมาก ฉันรู้สึกว่าเคยได้ยินแต่ละอันจากที่ไหนมาก่อนสักแห่ง แต่พอมันมารวมกันแล้ว ฉันกลับรู้สึกว่าไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้เลย อิเมจแต่แรกเริ่มเดิมทีของมันเป็นยังไงหรือ

ยูกิฮิโร่: ผมทำเมโลดี้แล้วก็คอร์ดโปรเกรสชั่นออกมาก่อนพร้อมกับแพตเทิร์นของจังหวะแบบคร่าวๆ ดังนั้นก็เลยทำโครงสร้างของจังหวะขึ้นมาจากตรงนั้นเอง แล้วก็ค่อยมาแก้ไขในขั้นตอนของการทำพรีโปรดักชั่นกับเคนจังอีกที

Q: มันให้ความรู้สึกแบบโพสต์ร็อคแฝงอยู่ด้วย

ยูกิฮิโร่: ใช่ครับ พูดถึงเรื่องของจังหวะแล้ว ผมอยากที่จะทำเพลงออกมาให้เป็นสไตล์โพสต์ร็อค แต่พอได้เคนจังมาช่วยในส่วนของการเรียบเรียง มันก็เริ่มมีกรูฟแบบนิวเวฟเข้ามา เราก็เลยเริ่มคิดว่า มันก็ฟังดูดีเหมือนกัน แล้วมันก็เลยพลอยมีสไตล์แบบนั้นออกมาด้วยครับ

Q: ฉันคิดว่าในเนื้อเพลง “ความทรงจำ” น่าจะเป็นคีย์เวิร์ดของมันนะ

ยูกิฮิโร่: ผมอยากจะทำให้เนื้อเพลงมันมีโทนที่แปลกแยกออกไปน่ะครับ

Q: ฉันแอบรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ไม่ค่อยมั่นคงอย่างประหลาดในเพลงนี้ แม้แต่ในเมโลดี้เองก็ด้วย ยิ่งเนื้อเพลงนี่จะชัดเจนที่สุดเลย

ยูกิฮิโร่: ตอนที่ผมเลือกทุกๆคำมาใส่ในเนื้อเพลงนั่น มันก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ตอนที่คุณพูดถึงสภาวะไม่มั่นคงนั่น ผมถึงได้คิดว่าสงสัยจะใช่ ผมไม่เคยนึกถึงมันว่าเป็นสภาวะที่ไม่มั่นคงอะไรแบบนั้น แต่นั่นก็น่าจะอธิบายถึงวิธีการเลือกคำมาใช้ได้ชัดเจนที่สุดของผมเลยนะ

Q: เบสก็เยอะทีเดียว

ยูกิฮิโร่: เคนจังมาช่วยเล่นเบสให้ผมครับ ผมไม่ได้อัดเบสเอาไว้ในเดโมน่ะ (หัวเราะ) เคนจังมาช่วยเล่นเบสให้ผม แล้วเท็ตสึยะคุงก็มาเล่นอีกทีในแบบที่เขาตีความขึ้นเอง

Q: แล้วหลักใหญ่ใจความสำคัญเกี่ยวกับจังหวะล่ะ

ยูกิฮิโร่: อยู่ตรงท่อนเวิร์สกับท่อนบริดจ์ครับ เป็นแพ็ตเทิร์นปกติที่เกิดจากการพัฒนาให้กลายเป็นกรู๊ฟแบบโน้ตคู่แปดในส่วนของคอรัส แล้วก็สแนร์ที่ลื่นไหลออกมา

Q: ยิ่งได้ฟัง ก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเจ๋งขึ้นเรื่อยๆ

ยูกิฮิโร่: จริงหรือครับ (หัวเราะ) ขอบคุณครับ

Q: ฉันว่าอิเมจของความเป็นป๊อปในแบบของคุณก็น่าจะเป็นแบบนี้แหละ

ยูกิฮิโร่: ใช่ครับ ตอนที่ทำน่ะผมก็คิดนะว่ามันเป็นป๊อป

Q: ยูกิฮิโร่ซัง แล้วตอนทำเพลงนี้คุณอยู่ในโหมดการแต่งเพลงแบบไหน

ยูกิฮิโร่: ผมอยากได้กีตาร์แบบร็อค ซาวนด์ของวงดนตรีในแบบที่มีกีตาร์แบบอัลเทอร์เนทีฟร็อคน่ะครับ สำหรับ shade of season ผมอยากจะให้กีตาร์เล่นไปในโทนเดียวกันตั้งแต่ต้นจนจบเพลง

Q: ให้ย้อนกลับไปมองดูตอนที่กำลังบันทึกเสียงเพลงนี้แล้วเป็นยังไงบ้าง

ยูกิฮิโร่: มันเป็นเพลงสุดท้ายที่เราใส่เสียงร้องเข้าไป ทั้งที่เป็นเพลงแรกที่เราอัดเสียงกลองลงไป ก็เลยรู้สึกอินกับมันนิดหน่อยครับ

Q: เอาเรื่องทีเดียว (หัวเราะ)

ยูกิฮิโร่: ใช่ครับ ผมว่าผมควรต้องพูดถึงมันสักหน่อย (หัวเราะ)

Q: มันคือเพลงอะไรล่ะ

ยูกิฮิโร่: wild flower ครับ

Q: แล้วมีอะไรที่สร้างแรงบันดาลใจให้อย่างมากในการบันทึกเสียงครั้งนี้บ้างไหม

ยูกิฮิโร่: ถ้าสร้างแรงบันดาลใจ... ก็ต้องบอกว่า XXX ล่ะครับที่สร้างผลกระทบใหญ่หลวงมาก ไฮด์คุงตั้งใจทำเพลงนี้มาก แล้วผมก็คิดว่ามันเป็นเพลงที่ยอดเยี่ยมมากจริงๆ

Q: ฉันได้ยินมาว่ามีงานฟีเจอร์ที่รวมอยู่ในอัลบั้มเวอร์ชั่นลิมิเต็ดด้วย เห็นว่าพวกคุณมี CD ของ P’UNK-EN-CIEL ที่ชื่อ P’UNK IS NOT DEAD ออกมา ฉันเห็นภาพถ่ายของ YUKI P’UNK ซังแล้วชอบหน้ากากกันแก๊สพิษนั่นมาก (หัวเราะ)

ยูกิฮิโร่: (หัวเราะ) ผมเคยสวมหน้ากากกันแก๊สพิษในคอนเสิร์ตมาก่อน ตอนที่เราเล่นเพลงของ P’UNK-EN-CIEL พอตอนที่รู้ว่าพวกเราต้องถ่ายภาพโปรโมตสำหรับ P’UNK-EN-CIEL ด้วย สตาฟคนนึงก็พูดขึ้นมาว่าหน้ากากกันแก๊สพิษเป็นไอเดียที่เข้าท่าดี ผมเองก็เห็นด้วยเหมือนกัน

Q: แล้วอิเมจความเป็นพังก์ในแบบของคุณล่ะ

ยูกิฮิโร่: (หัวเราะ) ก็อย่างที่บอกครับ ผมคิดว่าพังก์มันเป็นเรื่องของข้างในมากกว่า แต่ถ้าถามผม ผมว่า The Damned น่าจะเป็นวงที่ผมคิดว่าเจ๋งที่สุดแล้วในแวดวงดนตรีพังก์

----------------------- END ------------------------

แปลและเรียบเรียงโดย fingers-crossed

Note: สามารถนำไปเผยแพร่ได้ ไม่หวง ไม่ห้าม โดยมีเงื่อนไขคือต้องไม่มีการตัดทอนเปลี่ยนแปลงใดๆทั้งสิ้น และต้องไม่ลืมลงเครดิตรวมไปถึง Link ด้วยค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

ว้าว!! แอบรอบของพี่กี้อยู่เลยค่ะ
เห็นด้วยกับคุณ Hipponite เลยค่ะ พูดเยอะเชียว
อ่านไปก็เปิดอากู๋ไป
ฟังเพลง shade of season ไปด้วย
เพื่อที่จะเข้าถึงพี่เค้า...อิอิ (เป็นเอามาก ^///^)

ขอบคุณนะคะ

#3 By Noonkoko (58.11.231.120) on 2012-04-19 13:03

ขอบคุณมากนะคะที่แปลมาให้อ่านกัน ^ ^

#2 By # Hyokito # on 2012-04-08 13:16

เป็นคนลึกลับ แต่ตรงไปตรงมาดี พูดเรื่องทำเพลงปุ๊ปนี่พูดเก่งเลย ^^

#1 By Hipponite (125.25.109.229) on 2012-04-08 02:33