18 เมษายน 2555

                ทิ้งช่วงหายไปจากเอ็นทรี่ที่แล้วนานเกินสิบวัน คิดว่าหลายท่านที่แวะเข้ามาแล้วไม่เห็นความคืบหน้าในการอัปอะไรของคนเขียนเลยคงพอจะเดาได้นะคะ... ถูกต้องค่ะ คนเขียนหายไปเพราะเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดในช่วงสงกรานต์ แถมกลับไปคราวนี้ยังนานกว่าทุกครั้งเสียด้วย เพราะบินกลับตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน และเพิ่งจะบินกลับมาเมื่อวันที่ 17 เมษายนนี่แหละ สิริรวมทั้งสิ้นก็ 9 วัน นานมากเลยใช่มั้ยล่ะ

                ก่อนหน้านั้นไม่คิดว่าจะเขียนถึงอะไรสักเท่าไหร่เพราะว่า มันไม่มีอะไรน่าสนใจนัก เมื่อเทียบกับคนอื่นที่เขากลับไปเที่ยวและเล่นน้ำกัน ส่วนฉันน่ะหรือ เอาแต่อ่านหนังสือแล้วก็นั่งอยู่เฉยๆเป็นหลัก น่าเบื่อจะตาย แต่สบายใจดีนะ

                แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีอะไรน่าเขียนถึงเสียทีเดียว ก็เลยมานั่งคิดตอนขาบินกลับกรุงเทพฯนี่แหละว่า น่าจะเขียนเล่าเรื่องเก็บตกตามประสาคนช่างสังเกตเล่นๆดีกว่า ก่อนที่บล็อกจะเงียบไปกว่านี้ เดี๋ยวคนเขาจะเบื่อเสียก่อนว่า แวะเข้ามาทีไร ไม่ยอมอัปอะไรใหม่ๆให้อ่านบ้างเลย

                ก่อนอื่นขอบอกไว้ก่อนตรงนี้นิดนึงนะคะว่า ถึงแม้จะเป็นคนชียงราย แต่ปัจจุบันย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ที่กรุงเทพฯแล้วเป็นที่เรียบร้อยค่ะ ถึงอย่างนั้นก็ยังรักเชียงรายและคิดว่าที่นั่นเป็นบ้านอยู่เสมอ แถมมีญาติพี่น้องเพื่อนฝูงครูบาอาจารย์อยู่ที่นั่นอีกเพียบ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรที่แม้ พ่อแม่พี่น้องรวมถึงตัวฉันเองจะย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ แต่พอช่วงเทศกาลสำคัญอย่างสงกรานต์ ฉันจึงต้อง “กลับบ้าน” ทุกปี

                และที่เก็บตกมาเท่าที่พอจะจำได้ก็เช่นว่า.....

- ไฟลต์บินเมื่อวันที่ 8 นั้น ฉันบินไปพร้อมกับน้องๆวง Candy Mafia และศิลปินในค่าย Mono นั่นแหละ น้องๆแต่งตัวกันโดดเด่นมาก พอลงจากเครื่องก็เห็นมีน้องๆหนูๆแฟนๆมาต้อนรับกันด้วยนะเออ

- ทันทีที่เครื่องแลนดิ้งจะรู้สึกว่าสปีดทุกอย่างลดลงไปมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเหิน ขับรถ คิดอ่านทำอะไรก็ตาม เพราะไม่รู้จะรีบไปทำไม ทุกอย่างช้าลงหมด... หัดใช้ชีวิตช้าๆลงบ้างก็ดีเหมือนกัน

- อากาศที่เชียงรายดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับเมื่อตอนมีนาคมที่หมอกควันท่วมท้นเต็มจังหวัดไปหมด น้ากับป้าบอกว่า เพิ่งจะได้เห็นท้องฟ้าใสๆแบบนี้ก็เพิ่งจะวันสองวันก่อนที่ฉันจะไปถึงนี่เอง พอฝนตกทุกอย่างก็ดีขึ้น อากาศสดชื่น ท้องฟ้าสดใส เย็นใจสุดๆ

- และเพราะฝนตกนี่เองที่ทำให้อากาศเย็นลงจนน่าตกใจ ความเย็นของมันก็ประมาณว่าเวลานอนไม่ต้องเปิดแอร์และสามารถห่มผ้านวมผืนนึงได้อย่างสบายโดยไม่ต้องห่วงเรื่องเหงื่อตกตอนกลางคืน แถมตอนเช้าก็เย็นซะจนนึกว่าเป็นช่วงต้นปี ขนาดที่ว่านั่งอ่านหนังสืออยู่หน้าบ้านยังต้องหาผ้ามาคลุมเพิ่มความอุ่นกันเลยทีเดียว

- อากาศเย็นมีให้ได้ชื่นชมเพียงสองวัน ก่อนจะกลายมาเป็นร้อนตับแล่บภายในเวลาต่อมาและแทบไม่เย็นขึ้นอีกเลย T_T

- แต่อากาศร้อนที่เชียงรายนั้น มันร้อนแดด ไม่ได้ร้อนอบอ้าวเหมือนอย่างในกรุงเทพฯ ร้อนแบบเชียงรายนั้น เข้าที่ร่มแล้วจะดีขึ้นเอง แต่ร้อนแบบกรุงเทพฯ เข้าห้องแอร์เถอะ... ไม่ไหวจะเพลียนะคะ -*-

- เนื่องจากกลับบ้านเร็วกว่าปกติ กว่าจะรู้สึกถึงความเป็นสงกรานต์ก็ปาเข้าไปตั้งวันที่ 11 โน่นแน่ะ

- ปีนี้เป็นสงกรานต์ที่ฉันไม่เปียกน้ำเลยสักหยด ที่จริงเลิกเล่นมาหลายปีแล้ว เนื่องจาก... ไม่รู้เป็นอะไร พออายุเยอะขึ้น กลายเป็นคนขี้หนาวหนักกว่าเดิมอีก การเล่นน้ำสงกรานต์แล้วนั่งบนหลังรถกระบะทั้งที่ตัวเปียกๆเนี่ย หนาวนะคะคุณ

- กลับบ้านคราวนี้ได้ไปวิ่งออกกำลังกายที่สนามบินเก่า ที่ตอนนี้กลายเป็นสนามบินของกองทัพอากาศไปแล้ว แต่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นสถานที่ออกกำลังกายในตัว รันเวย์ของสนามบินเก่าแห่งนี้ ระยะทางไปกลับประมาณ 3 กิโลเมตร สมัยเด็กๆ กว่าจะวิ่งครบรอบ เกือบตาย รู้สึกมันไกลเหลือเกิน พอโตเป็นผู้ใหญ่ แถมยังออกกำลังกายมาตลอด 4-5 ปีมานี้ 3 กิโลนี่สบายมาก ต้องวิ่งสัก 2 รอบถึงจะเหนื่อยพอดี สิริรวมเป็นระยะทาง 6 กิโลเมตร บ้าไปแล้วรึไง!!!

- การวิ่งบนสายพานในฟิตเนสให้อารมณ์คนละแบบกับการออกไปวิ่งข้างนอก... พื้นที่แข็งกว่าข้างนอกทำให้เหนื่อยเร็วกว่า แรงกระแทกก็มีมากกว่า แต่อากาศมันก็ดีกว่าจริงๆนั่นแหละ

- เชียงรายมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เยอะขึ้นทุกปี ดูก็รู้ว่าชาวต่างชาติเหล่านี้รักเชียงรายแค่ไหน อันนี้ไม่รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ก็มากมายมหาศาลอยู่แล้วนะคะ

- อาหารพื้นเมืองที่เชียงรายอร่อยมาก มีร้านอาหารที่อร่อยจัดเต็มกระจายตัวอยู่มากมาย และขอบอกว่า “น้ำเงี้ยว” ของเชียงราย ไม่เหมือนน้ำเงี้ยวของที่อื่น เพราะที่นี่น้ำจะเข้มข้นกว่า แถมคนเชียงรายชอบกิน “ก๋วยเตี๋ยวน้ำเงี้ยว” กันเป็นล่ำเป็นสันทีเดียว

- จำนวนร้านกาแฟที่เชียงรายนั้นมีมากมาย เพราะผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด ฉันคงบอกไม่ได้ว่าร้านไหนดีหรือไม่ดีนอกจากจะได้ไปลองกันเอง เพราะของอย่างนี้มันอยู่ที่ความชอบส่วนตัวล้วนๆ แต่จะบอกว่าร้านกาแฟที่ฮ็อตที่สุดในตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้นร้านกาแฟที่ชื่อ “ชีวิตธรรมดา” ที่ตั้งอยู่ริมน้ำกก ฉันไปมา 4 ครั้ง ไม่ใช่แค่บรรยากาศดี รสชาติกาแฟ เครื่องดื่ม และขนมยังอร่อยมากด้วย อย่างไรก็ตาม แม้จะใช้ชื่อว่า “ชีวิตธรรมดา” แต่ราคาไม่ธรรมดาเท่าไหร่ ยกเว้นว่าใครเป็นคอกาแฟและเป็นแฟนของร้านกาแฟอย่าง Starbucks เรื่องนี้จะไม่เป็นปัญหาแล้วล่ะค่ะ เพราะราคาถูกกว่า Starbucks เล็กน้อยนะคะร้านนี้

- ถ้าจะให้แนะนำร้านกาแฟหรือเบเกอรี่อร่อยๆ เท่าที่พอจะมีความรู้อยู่บ้าง เชิญทานเค้กอร่อยๆได้ที่ “บ้านกลางเวียง” หรือไม่ก็ร้าน “Le Petit Café” ส่วนกาแฟก็ลอง “ร้านกาแฟดอยช้าง” หรือ “ชีวิตธรรมดา” ดูได้ค่ะ และถ้าไปเซ็นทรัลเชียงราย ก็ยังมี Starbucks ให้เลือกดื่มได้เหมือนกัน ส่วนร้านอื่นๆ... ไม่ค่อยได้แวะไป จึงไม่ทราบว่าเป็นยังไงน่ะค่ะ ^^’’’

- สงกรานต์ที่เชียงรายที่จริงก็หนักหน่วงไม่แพ้ที่เชียงใหม่หรือที่ไหนๆนะคะ จึงอย่าได้แปลกใจว่าสถิติคนบาดเจ็บช่วงสงกรานต์ในเชียงรายจะสูงติดอันดับท็อปอยู่เรื่อย และปีนี้ก็เป็นอีกทีที่รถแน่นและติดยังกะปลากระป๋องในเชียงรายเพราะเล่นน้ำสงกรานต์กันนี่แหละ ขนาดที่ว่านัดกับใครไว้ก็เลทกันหมดถ้วนหน้าเลยก็แล้วกัน

- สก๊อยและแวนซ์ก็มีให้เห็นได้ทั่วไปตามถนนเหมือนกันนะคะ -_-'

- ปีนี้เป็นปีแห่งการนัดเจอเพื่อนเก่า เก่าชนิดย้อนไปถึงสมัยเรียนชั้นประถม ยาวไปถึงมัธยม เก่าชนิดที่ว่าเพื่อนทักแล้วต้องลากเพื่อนมาถามว่า “เธอชื่ออะไรนะ” แบบไม่กลัวเพื่อนเสียความมั่นใจกันเลยทีเดียว

- ไอ้คำพูดที่ว่า ผู้หญิงแก่เร็วกว่าผู้ชายนั้น ขอบอกว่าไม่จริงเสมอไป เพราะได้เห็นและพิสูจน์มาแล้วกับตาตัวเอง ^^’’’ (ขอโทษนะเพื่อนๆ)

- เพื่อนที่ยังโสดเยอะมาก ในขณะพวกที่แต่งงานแล้วบางคนก็ลูกโตซะจนน่าตกใจ

- แต่ครูบาอาจารย์ส่วนใหญ่แทบไม่เปลี่ยนเลย อาจจะดูมีอายุกันขึ้นแต่ก็ยังดูดีกันอยู่ ในขณะที่บางท่านก็ล้มหายตายจากไปแล้ว นึกไปก็น่าใจหายอยู่เหมือนกัน

- หัวข้อในการพูดคุยระหว่างเพื่อนฝูง หรือแม้แต่กับครูบาอาจารย์ที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุดก็ยังคงเป็นเรื่องการเมืองนี่แหละ

- เวลากลับเชียงรายแล้วชอบมีคนถามว่า ไปแม่สายหรือเปล่า อยากจะบอกว่า ไปแม่สายช่วงสงกรานต์นั้น นรกชัดๆ!

- กลับบ้านช่วงเทศกาลทีไร รูปร่างมีแนวโน้มจะเจ๊งทุกที เพราะมันจะต้องมีเหตุให้กิน กิน และกินอยู่ตลอดเวลา จะบ้าตาย! ปีที่แล้วถึงกับอาหารเป็นพิษกันเลยทีเดียว -*-

- แต่การกินอาหารท้องถิ่นมันดีตรง... ปลอดโปร่งโล่งสบาย ไร้ปัญหาท้องผูกฮ่ะ ^///^

- เจ็บใจนักที่ปีนี้ไม่ได้ไปเดินตลาดสดเลย ทั้งที่ตลาดสดเชียงรายนี่เป็นอะไรที่น่าเดินสุดๆ อาหารหลากหลาย ข้าวของมากมาย ที่สำคัญถูกมากจนน่าตกใจ

- ข้างบ้านที่ปกติจะเอาเครื่องเสียงพร้อมลำโพงขนาดใหญ่เปิดเผื่อแผ่ให้คนทั้งชุมชนได้ยินกันถ้วนหน้าในช่วงปีก่อนๆ ปีนี้แอดวานซ์ถึงขนาดยกวงดนตรีมาเล่นกันเลย กลอง เบส กีตาร์ แอมป์ ไมค์พร้อมมาก คาดว่าจะเป็นเพื่อนๆของลูกชายเจ้าของบ้านนั่นแหละ ไม่อยากวิจารณ์เรื่องเสียงร้องเท่าไหร่ แต่ก็แอบชื่นชมในความพยายามสร้างสรรค์ความบันเทิงที่แปลกใหม่ให้กับตัวเอง แต่พอวันถัดไปมันก็เปิดเพลงแดนซ์รีมิกซ์รถบั๊มเหมือนเดิม ซึ่งน่ารำคาญมาก แล้วใครเป็นคนบอกเรอะว่า เบสหนักๆแปลว่าเครื่องเสียงดี มีรสนิยม!!!

- เชียงรายเดี๋ยวนี้มีอพาร์ตเม้นต์และหอพักผุดขึ้นมากมายเป็นดอกเห็ดยิ่งกว่าร้านกาแฟเสียอีก สาเหตุคงเกิดจากความเจริญที่เข้ามา และที่กำลังจะเข้ามาในอนาคตอันใกล้นั่นเอง ขนาดบ้านฉันก็ยังคิดจะทำอพาร์ตเม้นต์กันอ่ะนึกดู ^^’’’

- กลับบ้านคราวนี้เหมือนเป็นการตอกย้ำความแก่ของตัวเองเบาๆ ไม่เพียงแต่หลานน้าหลานอาจะโตขึ้นจนน่าตกใจ แถมยังเพิ่มจำนวนขึ้นจากเดิม ตอนนี้ก็บังเกิดมีหลานปู่หลานย่าขึ้นมาให้สะเทือนขวัญขึ้นมาอีกทั้งที่ตัวเองยังไม่แก่เท่าไหร่เลย (T_T)

- ฉันคิดถึงเสียงสวดมนต์สำเนียงแบบพระทางเหนือเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

- มีครูท่านหนึ่งที่ฉันแวะไปกราบอยู่ทุกปี ปีนี้ก็หาโอกาสได้แวะไปอีก และยังคงได้รับอะไรดีๆกลับมาเหมือนเช่นเคย ที่ดีใจมากขึ้นไปอีกคือปีนี้มีโอกาสได้กราบคุณครูอีกหลายๆท่าน ก็ยิ่งทำให้รู้สึกดีมากจริงๆ นอกจากพ่อแม่แล้วก็มีครูนี่แหละที่ถือเป็นผู้มีพระคุณใหญ่หลวง และทำให้ฉันเป็นฉันอย่างทุกวันนี้ล่ะ

- ความคิดที่ว่า อยากจะเอางานไปนั่งทำที่บ้านช่วงสงกรานต์ ไม่เวิร์กเลย และไม่เคยสำเร็จเลยจริงๆให้ตายเถอะ

- พอกลับเชียงรายทีก็จะได้ดูรายการจากทางฟรีทีวีสักที เพราะมันไม่มีช่องเคเบิ้ลอื่นใดให้ได้ดูนั่นเอง

- กลับบ้านคราวนี้ มีปัญหาเรื่องการนอนมากเป็นพิเศษ นอนหลับๆตื่นๆอยู่ตั้ง 2-3 คืน กว่าจะนอนได้มากขึ้นหน่อยในวันถัดๆไป ขอบตางี้คล้ำเป็นหมีมาแต่ไกล... เสียบุคลิกนะเนี่ย -_-'''

- ยิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่ ผู้ใหญ่ที่เหลือพอจะให้เรารดน้ำดำหัวได้ ก็น้อยลงไปเรื่อยๆ

- เคยไม่ชอบอากาศร้อนยังไง ก็ยังคงไม่ชอบมันอย่างนั้นเหมือนเดิม ร้อนไปนะประเทศไทย

- เดี๋ยวนี้เวลาไปไหนไกลๆแล้วกลับมาที่กรุงเทพฯ ก็ไม่รู้สึกโหยหาอาลัยเหมือนอย่างแต่ก่อนอีกแล้ว คิดว่า ตัวเองรักกรุงเทพฯมากขึ้นกว่าเดิม และรู้สึกว่ามันเป็นบ้านมากขึ้นกว่าแต่ก่อน คงเพราะมีครอบครัว เพื่อนฝูง และคนที่รักอยู่ที่นี่มากขึ้นด้วยล่ะมั้งนะ

ค่อยว่ากันใหม่อีกทีปีหน้านะสงกรานต์... เดี๋ยวเจอกัน ^_^

 

18 เมษายน 2555 @ บ้าน (กรุงเทพฯ นี่แหละ)

Comment

Comment:

Tweet

สนุกดีจ้ะ เล่าได้ครบของบรรยากาศเชียงรายเลยจริงๆ ที่สำคัญ เล่าถึงน้ำเงี๊ยวเชียงราย อันนี้ยกมือหนับหนุน เห็นด้วยมากๆ

#1 By ติ้ม (223.206.182.215) on 2012-04-18 23:31