ฤดูร้อน 2013: 25 กรกฎาคม – Otaru

posted on 17 Sep 2013 13:34 by fingers-crossed in TravelAround directory Travel

Day 6 – เดินเที่ยวเมืองเล็กๆอย่างโอตารุ ที่ว่ากันว่าโรแมนติกสุดๆ

วันนี้จะเป็นวันเที่ยวแบบสบายๆของเรา เพราะเรามีจุดหมายกันแค่ที่เดียวนั่นก็คือเมืองเล็กๆที่อยู่ไม่ไกลจากซัปโปโรที่มีชื่อเรียกว่า โอตารุ ดังนั้นเช้าวันนี้จึงเป็นวันที่ทุกคนสามารถจะทำอะไรก็ได้ตามอัธยาศัย ไม่ว่าจะเป็นการเดินเที่ยวเล่นในโซนที่ไม่ไกลจากโรงแรม หรือแม้แต่จะหามื้อเช้ากินกันเองเลยก็ยังได้ ส่วนฉันกับพี่สาวนั้น พอดีว่าเมื่อคืนก่อนกลับเข้าโรงแรม เราได้แวะซื้อมื้อเช้าแบบเบาๆเป็นต้นว่า ข้าวปั้น ขนมมันจู นม กาแฟ หรือแม้แต่โยเกิร์ตมาเตรียมเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็เลยไม่ต้องรีบตื่น แล้วก็กินมื้อเช้ากันในห้องนั่นแหละ เทียบกับหลายๆวันที่ผ่านมา มื้อเช้าวันนี้ต้องถือว่าเบาที่สุดแล้ว

มื้อเช้าที่มีเพียงนมกล่องและขนมมันจู

เช้าวันนี้มีฝนตกปรอยๆที่ซัปโปโร และเท่าที่ดูจากพยากรณ์อากาศ เมืองโอตารุที่เราจะไปช่วงเช้านี้ก็จะมีฝนตกด้วยเช่นกัน ส่วนอากาศในช่วงบ่ายจะมีเมฆมาก มานึกดูดีๆถือว่าคิดถูกแล้วที่ตัดสินใจไปนากาฟุราโน่และบิเอกันเมื่อวานนี้ เพราะว่าถ้าอากาศเป็นอย่างวันนี้ล่ะก็ ไม่เพียงแต่จะต้องพกร่มหรือเจอกับบรรยากาศชื้นแฉะไปทั้งวันเท่านั้น ถ่ายรูปออกมา ภาพก็คงจะไม่สวยแจ่มสักเท่าไรด้วย แต่ที่แน่ๆ... สภาพอากาศวันนี้ ทำให้ซัปโปโรยิ่งลมแรงและอากาศเย็นลงได้อีก

เราออกจากโรงแรมเพื่อไปขึ้นรถ Airport Rapid Train ที่สถานีซัปโปโรกันตอนประมาณ ยังไม่สิบโมงดีด้วยซ้ำ ถ้าจำไม่ผิดขบวนที่เราขึ้นกันน่าจะออกจากสถานีประมาณ 10.14 น. และใช้เวลาประมาณ 32 นาทีเพื่อไปถึงสถานีโอตารุ ที่เกลียดคือ ทำไมต้อง 10.14 ไม่ใช่ 10.15 แล้วที่บอกว่า 32 นาที มันก็คือ 32 นาทีเป๊ะจริงๆ บางทีก็น่ากลัวไปนะประเทศนี้! แต่ที่ประทับใจมากก็คือเส้นทางรถไฟไปโอตารุนี่ล่ะค่ะ ขณะที่รถกำลังแล่นอยู่ ด้านฝั่งขวามือของขบวนรถจะเห็นวิวทะเลที่กว้างใหญ่ไพศาลชัดเจนมาก สวยงามดีค่ะ ได้บรรยากาศจริงๆเลย นั่งรถไฟไปแล้วยังได้ชมวิวสวยขนาดนี้

วิวนอกหน้าต่างรถไฟมุ่งหน้าไปโอตารุ

สถานีโอตารุ เป็นสถานีที่อาจจะเล็กก็จริง แต่ก็ไม่เล็กมาก ที่สำคัญมันแลดูเป็นสถานีที่น่ารักบอกไม่ถูก มีร้านเล็กๆที่จะบอกว่าเป็นคอนวีเนียนสไตร์หรือก็ไม่น่าใช่ เพราะจริงๆมันเหมือนซูเปอร์มาเก็ตขนาดเล็กที่ขายของสดด้วยมากกว่า ฉันเดินเข้าไปส่องดูว่าเขาขายอะไรกันบ้าง โอ้โห อยากจะกรี๊ด เพราะเห็นเชอร์รี่ขาวที่สวยน่ากินมากวางขายแพ็กละ 580 เยนเท่านั้น ขนาดเท่าๆกับแพ็กที่เราเห็นกันตามห้างใหญ่แล้วก็ติดราคา 580 เหมือนกัน เพียงแต่ของเราเป็น 580 บาทเท่านั้นเอง จริงๆนะ ถ้าไม่ใช่ว่าเราจะไปเดินกันทั้งวัน ฉันซื้อไปแล้วจริงๆ

สถานีโอตารุ

KIOSK ขายขนมที่เป็นของฝากขึ้นชื่อของทั้งที่โอตารุและฮอกไกโด

ห้องน้ำห้องท่าที่นี่สะอาดสะอ้านมากค่ะ มีตู้ล็อกเกอร์หยอดเหรียญเอาไว้อำนวยความสะดวกให้กับคนที่ไม่อยากถือของพะรุงพะรังด้วยนะ นอกจากนี้ฉันยังเห็นมีร้านขายขนมเล็กๆด้วย (ร้านเล็กๆแบบนี้ มักจะติดป้ายว่า Kiosk นะคะ) แน่นอนว่า มาถึงสถานีแล้ว สิ่งที่ต้องทำกันเป็นประจำราวกับเป็นธรรมเนียมก็คือการเดินเข้า JR Information Center เพื่อขอรายละเอียดและแผนที่นั่นเอง แผนที่เมืองโอตารุ มีหลายเวอร์ชั่นให้เลือกจริงๆ แต่ละแบบน่ารัก และอ่านง่ายดูง่ายเอามากๆ บอกไว้เลยค่ะว่า เมืองนี้เดินเที่ยวได้ง่ายมากต่อให้มีหรือไม่มีแผนที่ก็ตาม (แต่มีไว้ก็ดีนะ)

แผนที่เมืองโอตารุ มีหลายแบบให้เลือก อ่านง่ายแถมน่ารักด้วย

โอตารุ เป็นเมืองติดทะเล ที่นี่ดูเหมือนจะมีการอนุรักษ์ตึกรามบ้านช่องที่เก่าแก่เอาไว้เป็นอย่างดี ก็เลยไม่เพียงแต่จะมีความน่ารักเท่านั้น ยังมีความสวยงามโรแมนติกอยู่ด้วย ระหว่างเดินเนี่ย เราถ่ายรูปกันไปตลอดทางนะคะ เมืองอะไรก็ไม่รู้ จุดไหนก็ดูน่าถ่ายรูปเก็บเอาไว้หมดเลยจริงๆ และแม้ว่าท้องฟ้ามันจะครึ้มตลอดเวลาบวกกับมีละอองฝนโปรยลงมาเบาๆ แต่กลับทำให้เมืองนี้ดูสวยไปอีกแบบไปซะงั้น หรือเป็นเพราะส่วนตัวฉันชอบบรรยากาศฝนตกแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้เหมือนกัน (แต่ตกเป็นพายุนี่ไม่เอานะ)

บรรยากาศครึ้มฝน 

ตอนที่เราเดินข้ามถนนเพื่อจะเดินเลียบคลองโอตารุที่ขึ้นชื่อที่สุดของที่นี่ ปรากฏว่าฝนเริ่มลงเม็ดหนักขึ้น ปกติถ้ามันเป็นละอองฝน ลำพังแค่เสื้อมีฮู้ดที่ฉันใส่มาก็เอาอยู่นะ แต่พอฝนตกขนาดนี้มีแววเลยว่าจะเปียกเอาแน่ๆ ก็เลยคิดว่าสงสัยจะต้องหาซื้อร่มเสียแล้ว ก็อาศัยเข้าร่มของคนอื่นๆไปก่อน แต่พอถ่ายรูปกันแบบไม่เกรงกลัวฟ้าฝนกันไปได้สักพัก ฝนก็หยุดเฉยเลย

คลองโอตารุในวันฝนพรำ

นักท่องเที่ยวที่ยินดีล่องเรือชมบรรยากาศริมฝั่งคลองที่ไม่หวั่นสายฝนแบบนี้ มีให้เห็นกันตลอดทั้งวันนะคะ

เราไปถ่ายรูปกันตรงมุมสุดฮ