Day 8: อำลาซัปโปโร มุ่งหน้าสู่โอซาก้า

เราตื่นกันแต่เช้าเลยค่ะวันนี้ แต่เนื่องจากมันเป็นวันสุดท้ายที่ซัปโปโรใช่ไหม ฉันเลยลืมจำว่าเช้าของเราน่ะมันกี่โมง รู้แต่เช้ามาก และเราก็ต้องเช็กเอาท์ออกจากโรงแรมกันแต่เช้า เพื่อจับรถไฟรอบเช้า ไปถึงสนามบิน New Chitose แต่เช้าเหมือนกัน แหม... ฟังดูน่าหดหู่เชียว แต่จะบอกว่าโชคดีมากที่เราเลือกกลับกันวันนี้เนื่องจากว่า มันเป็นวันเสาร์น่ะค่ะ พอมันเป็นวันเสาร์ปุ๊ป เราก็ไม่ต้องห่วงเรื่องคนจะแน่นสถานีรถไฟ จะต้องแย่งกันขึ้นอะไรต่อมิอะไร เพราะมันไม่ใช่ชั่วโมงเร่งด่วนเหมือนวันธรรมดาไงคะ

อย่างไรก็ตาม พอลากกระเป๋าขึ้นรถไฟได้ ก็ปรากฏว่าไม่มีที่นั่งอยู่ดี ก็ไม่เป็นไรก็ยืนเฝ้ากระเป๋ากันตรงทางเชื่อมระหว่างโบกี้เอาก็สบายดีอยู่ เมื่อยนักก็นั่งบนกระเป๋าเดินทางนั่นก็ได้ แข็งแรงรับน้ำหนักได้อยู่แล้ว คนก็ไม่ได้แน่นอะไรมาก คนเริ่มเยอะก็อีตอนที่มีน้องๆเด็กนักเรียนมัธยมขึ้นมากันซะเต็มตู้นี่แหละ อยากจะถามนักว่า วันเสาร์แท้ๆโรงเรียนไม่หยุดหรือคะหนู ใส่ยูนิฟอร์มกันมาเต็มยศเลยนะนั่น แต่ก็เห็นทยอยลงกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพอใกล้ถึงสนามบินนั่นแหละค่ะ บางตาไปเลย

การที่เราเดินทางมาถึงสนามบินแต่เช้า มันดีตรงที่เราได้เช็กอินกันเร็ว ไม่ต้องต่อคิวให้วุ่นวาย แต่หนนี้เราแยกกันเช็กอินเป็นสองกลุ่มค่ะ แม้ว่าเราจะไปลงกันที่สนามบินคันไซกันทั้งหมด แต่เนื่องจากว่าอีก 4 คน จะต้องไปเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อบินกลับกรุงเทพฯ ส่วนอีกสองคนจะไปพักที่โอซาก้าต่อกันอีก ก็เลยต้องแยกกันเช็กอิน แอบเคืองว่าตอนน้องพนักงานชั่งกระเป๋า เรายังไม่ทันดูน้ำหนักกระเป๋าเราเลยว่าเท่าไหร่ แหม... มันยังต้องมีแวะซื้อของที่โอซาก้าอีกหลายอย่างนะคะเนี่ย

เคาน์เตอร์เช็กอินของ Japan Airlines ที่สนามบิน New Chitose

เนื่องจากเรามาถึงสนามบินกันแต่เช้า เหมือนว่าจะ 8 โมงหรืออะไรสักอย่างน่ะค่ะ ยังไม่ 9 โมงเลย ตอนที่เดินหามื้อเช้ากัน มันก็มีร้านที่ยังไม่เปิดอยู่หลายร้านทีเดียว ทีแรกก็เล็งว่าไปกินราเม็งกันไหม เพราะมีโซนเฉพาะอาหารประเภทราเม็งให้เลือกสรรกันหลายร้าน ปรากฏว่า ยังไม่มีร้านไหนเปิดเลยซักร้าน เต็มที่ก็เห็นยังอบรมปลุกใจพนักงานกันอยู่ ใครจะไปกล้ารบกวนล่ะคะ

เรามากันแต่เช้า ร้านรวงก็เลยยังไม่ค่อยเปิด คนก็โล่งกันซะอย่างที่เห็นนี่ล่ะค่ะ

ก็พอดี๊... ไปเจอร้านนึงเข้า ก็มีอาหารให้เลือกกันประมาณนึง ก็เอาละ... อย่าคิดมากเลย เอาร้านนี้ก็แล้วกัน ง่ายๆนะ เราก็เข้าไปสั่งค่ะ ไม่ยากหรอกสั่งอาหารจากเมนูที่มีรูปภาพอยู่แล้วเนี่ย แต่พอดีว่า น้องพนักงานที่มารับออเดอร์เราเนี่ย เธอเป็นสาวน้อยหน้าตาน่ารักที่ช่างพูดช่างคุยมาก พอเห็นฉันพอจะพูดญี่ปุ่นได้หน่อย น้องถามนู่นถามนี่เป็นชุดเลยค่ะ มาจากไหนคะ ประเทศไทยหรือคะ ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง สนุกมั้ยคะ อากาศเย็นหรือคะ อ้าวแย่เลย... อ้าว ดีหรือคะ อ๋อ เพราะประเทศไทยร้อนมากนี่เอง... นี่เพื่อนฉันก็ไปเมืองไทยค่ะ ทุกคนชอบมาก ฉันก็อยากไป... อู้หู ชวนคุยราวกับสนิทกันมาน้านนาน แต่มันก็ทำให้ฉันรู้สึกดีนะว่า ภาษาญี่ปุ่นแบบไก่กาของเรานี่มันก็สื่อสารกับเขารู้เรื่องใช้ได้เหมือนกัน

หน้าตาของร้านที่เราไปฝากท้องมื้อเช้ากัน

อาหารหน้าตาไม่เลวทีเดียว

ปริมาณก็ไม่น้อย

มื้อเช้าของฉัน... เนื้อที่ให้มาแอบน้อยไปหน่อยนะ

สำหรับอาหารที่นี่ถือว่าใช้ได้ค่ะ ไม่ได้ถึงกับเลิศเลออะไร แต่ก็โอเคทีเดียว พอกินอะไรเสร็จก็มีการแยกย้ายไปหาซื้อของกันตามอัธยาศัยอีกนิดๆหน่อยๆ เรามานัดเจอกันตรงโซนขายของที่ระลึกกันข้างล่าง แต่ฉันเห็นว่าเขามาตั้งบูธเหมือนเป็นนิทรรศการอะไรสักอย่างกันตรงลานกว้างนั่น ปรากฏว่าเป็นอะไรที่เกี่ยวกับการ์ตูนอนิเมชั่นน่ะค่ะ น่าเสียดายที่เป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลย แต่เอาจริงๆ ฉันก็ไม่ได้ตามงานอนิเมชั่นของญี่ปุ่นมาตั้งนานแล้ว ถ้าเป็นพวกมังงะก็พอจะไหวหน่อย ก็เลยได้แต่เดินทัศนาดูภาพที่เขาเอามาโชว์กันแบบเพลินๆไป

มุมหนึ่งของลานด้านล่าง

ส่วนมุมนี้เป็นมุมกิจกรรมอนิเมที่จัดขึ้นแบบเป็นเรื่องเป็นราวมาก

ฉันไม่ค่อยมีความรู้เรื่องอนิเมเท่าไหร่แล้วค่ะเดี๋ยวนี้ ไม่ได้ตามเลย ก็ลองทัศนากันดูนะคะ

นี่ก็เป็นอีกมุมนึง คนก็ให้ความสนใจไม่น้อยเหมือนกันนะ โดยเฉพาะเด็กๆนี่ เห็นวิ่งไปวิ่งมากันสนุกสนานเชียว

ยังพอมีเวลาเราก็เลยตัดสินใจขึ้นไปหากาแฟกินกันต่อชั้นบนๆโน่นล่ะค่ะ ปรากฏว่าข้างบนนี้มันมีโซนที่เรียกว่า Doraemon Waku Waku Sky Park ด้วย เรียกว่าใครเป็นแฟนพี่ม่อนก็มีกรี๊ดกันล่ะค่ะ เพราะแลดูเป็นเรื่องเป็นราวเหลือเกิน อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้