Day 9: เช่ารถยนต์ขับไปเที่ยวเกาะอาวาจิและโกเบ

จริงอยู่ที่เช้าวันนี้ เราตื่นสายกันได้เพราะไม่ได้ต้องรีบจะไปไหนกัน แต่... ตอน 8.30 น. มีคนมากดกริ่งหน้าห้องเรา ฉันเป็นคนตื่นไว รีบปลุกพี่สาวทันทีเพราะมั่นใจว่า คงเป็นเพื่อนนางที่นัดว่าจะมาหานั่นเอง พี่สาวฉันก็ไวพอที่จะกระโจนไปเปิดประตูแล้วยื่นหน้าออกไปบอกว่าสักเก้าโมงครึ่งค่อยมาอีกทีได้ไหม (แหะ แหะ) หลังจากนั้น เราทั้งคู่ก็เลยต้องตื่นมาทำธุระกันให้เรียบร้อย ก็พอดีที่ฉันเองก็นัดให้ชินมาเจอกันที่ห้องตอนสิบโมงเช้าเหมือนกัน

ห้องเราแน่นมากค่ะ เมื่อ Clair และสามีที่ชื่อ Joseph มาแวะแต่งตัวกันที่ห้องของเราซึ่ง ลำพังอยู่กันแค่สองคนบวกกับกระเป๋าเดินทางนี่ก็ว่าเต็มที่แล้ว พอมาเพิ่มอีกสองคนเรียกว่าแออัดเป็นสลัมเชียวล่ะค่ะ แต่ทั้งสองคนที่เป็นหนุ่มสาวชาวอเมริกันก็น่ารักและนิสัยดีกันมาก เรียกว่าคุยกันถูกคอล่ะค่ะ บทสนทนาของเราก็เลยมีตั้งแต่เรื่องอาหารการกินไปจนถึงเรื่องไปเที่ยวเมืองไทยกันเลยทีเดียว

ประมาณสิบโมงมีเสียงกดกริ่งหน้าห้อง คาดว่าเพื่อนชินคงจะมาถึงแล้ว ไม่น่าแปลกใจค่ะที่ส่องลอดช่องตาแมวแล้วจะเห็นผู้ชายญี่ปุ่นตัวสูงๆทำหน้าฮาๆรออยู่ เรื่องตลกและนิสัยขี้เล่นต้องยกให้เขาค่ะ เปิดประตูออกไปปุ๊ปนี่กิ๊วก๊าวกันมากเชียวล่ะ ค่าที่ว่าเราคุยกับทางโซเชียลมีเดียกันเสียเยอะ ไม่ได้เจอหน้ากันก็เรียกว่าเป็นปีมาแล้ว จึงดีใจกันเป็นธรรมดาเมื่อได้มาเจอกันที่นี่

เราแนะนำชินให้รู้จักกับเพื่อนใหม่อีกสองคน แต่ดูทรงแล้วไม่ควรจะอยู่นาน เพราะห้องจะระเบิดแล้วค่ะ... แน่นเอี้ยดไปหมด ฉันกับชินก็เลยขอตัวออกไปเที่ยวกันก่อน ปล่อยให้สามคนที่เหลือแต่งองค์ทรงเครื่องไป