T/N: ไปเจอบทความอันนี้มาโดยบังเอิญนะคะ เจ้าของบล็อกที่ฉันไปเอามานี่ เธอไปเอามาจากบล็อกภาษาญี่ปุ่นอีกที ซึ่งจากบล็อกต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นเจ้าของบล็อกอันนี้เขาก็ใส่ความเห็นของเขา พอคนนี้เอามาแปลเขาก็ใส่ของเขาเข้าไปอีก หลายซับหลายซ้อนดีแท้

เจ้าของบล็อกต้นฉบับเขาแยกบทความอันนี้ออกเป็นสองตอนเพราะเขาโพสต์ลงคนละวันนะคะ แต่บล็อกภาษาอังกฤษเขาจับมารวมกันเลย ซึ่งก็อย่าได้แปลกใจถ้าเกิดจะอ่านๆไปแล้วมี ตอน 2 โผล่ขึ้นมา อย่างไรก็ตามเธอออกตัวไว้เลยว่า ไม่ได้แปลมาแบบคำต่อคำ คือเลือกที่จะข้ามคำที่มันแปลแล้วไม่เมคเซ้นส์ไปซะ อย่างไรก็ตาม ก็ให้แน่ใจว่าเก็บส่วนสำคัญมาครบก็แล้วกันค่ะ

************************

Sato Takeru's talk show @ Jumonji University

(ตอนที่ 1)

ฉันมีโอกาสได้เดินทางไปมหาวิทยาลัยจูมงจิมาค่ะ

[พูดถึง Mei-chan]

“คงจะไม่มีใครไม่รู้ถึงความรู้สึกของ Kento แน่ๆ แม้เขาจะรู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ (ที่จะชนะใจ Mei) แต่ความจริงที่ว่าเขาไม่เคยยอมแพ้นั้น ทำให้ผมรู้สึกว่าน่าประทับใจมาก เพราะถ้าเป็นผมจริงๆ คงทำแบบเขาไม่ได้แน่ๆ”


[พูดถึง ROOKIES]

“พวกเราเข้าขากันดีมากครับ ดังนั้นช่วงเวลานั้นจึงเป็นเวลาแห่งความสุขจริงๆ Nakao Akiyoshi กับผม เราอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน และเราก็เด็กที่สุดในกองถ่ายแล้ว เพราะอย่างนั้น เราก็เลยได้รับการดูแลอย่างดีแถมยังมีคนพาไปกินอะไรบ่อยๆด้วย”


[พูดถึง MR.BRAIN]

"คุณKimura (Takuya) เป็นคนที่น่าประทับใจเหมือนกับที่ได้เห็นผ่านทางทีวีเลยครับ คุณ Mitzushima Hiro เองก็มักจะเป็นคนที่ใส่ใจกับความรู้สึกของคนอื่นๆอยู่เสมอ เขาเป็นคนใจดีมากครับ การเล่นเปียโนในละครเรื่องนี้ยากมาก... ผมจำได้ถึงตอนที่ต้องเล่นโน้ตตัวยากๆ แล้วยังต้องฝึกเคลื่อนไหวร่างกายด้วยการดูคนอื่นเล่นเปียโนแล้วก็ต้องมีครูมาสอนด้วยนะ”


[พูดถึง HonKowai] (ชื่อเต็มคือ Hontou ni Atta Kowai Hanashi ตอน Kao no Michi)

"ผมไม่ชอบเรื่องน่ากลัวเลย ผมก็เลยไม่เข้าใจความรู้สึกของคนที่ชอบมันเท่าไหร่ การที่ตั้งใจให้ตัวเองกลัวขนาดนั้นเป็นเรื่องที่ผมไม่เข้าใจจริงๆ แต่การถ่ายทำกลับไม่มีอะไรที่น่ากลัวเลย ผมต้องนั่งอยู่ข้างๆคนที่เล่นเป็นผีซึ่งเธอจะต้องแต่งหน้าเป็นผีอยู่ตลอดด้วยนะ พอต้องมาร่วมงานมันก็เข้าใจได้ แต่ก็แปลกนะครับที่ต้องทักกันว่า “ฉัน XX รับบทเป็นผีค่ะ” แบบนั้น”


[พูดถึง BECK]

"เรื่องนี้ผมได้เล่นกับคุณ Mitzushima Hiro อีกแล้ว ตอนนั้นผมคิดจริงๆนะว่า “นี่มันชะตากรรมหรืออะไรกันนี่” Beck เป็นเรื่องเกี่ยวกับวงดนตรี ซึ่งถ้าเราไม่ได้เป็นเพื่อนกันจริงๆล่ะก็ ละครก็คงออกมาไม่น่าเชื่อนัก ดังนั้นคุณ Hiro ก็เลยเป็นคนเดินเข้าไปคุยกับทุกคน แถมเรื่องนี้ ผมยังได้กลับมาแสดงกับ (Mukai Osamu) อีกครั้งนึงด้วย ระหว่างที่เราถ่ายทำ Mei-chan กันนั่นเราได้ไปออกรายการ Nep League กันแล้วก็ได้เงินมากันตั้ง 5 ล้านเยนแน่ะ ซึ่งต้องขอบคุณ Mukai มากๆเลย

ผมต้องฝึกเล่นกีตาร์ในเรื่องนี้ด้วย แต่นิ้วผมแข็งกว่าคนทั่วไปอยู่พอสมควร ก็เลยดูเหมือนจะเล่นออกมาได้ไม่ค่อยดีนัก ทุกวันนี้ผมก็ยังคงเก็บกีตาร์นั่นเอาไว้อยู่ นานๆครั้งก็จะหยิบมาเล่นเสียทีน่ะครับ”

 

 

และเนื่องจากว่า สถานที่ที่จัดงานนั้นเพิ่งจัดงานอีเว้นต์ของ Mukai ไปเมื่อวานนี้ พิธีกรในงานก็เลยถือโอกาสถาม Mukai เกี่ยวกับ Takeru ด้วยเสียเลย แล้วก็นำมาบอกกล่าว Takeru ในวันนั้นด้วย

พิธีกร: ฉันมีโอกาสได้ดำเนินรายการในช่วงที่เรียกว่า Let’s Mail แล้ว Mukai ก็พูดถึง Takeru ด้วยว่า ‘เขาเป็นคนน่ารักแล้วก็เจ้าเล่ห์มาก เป็นคนให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคนในครอบครัวเลย’

Takeru: นั่นก็ฟังดูเป็น Mukai เหมือนกันครับ

พิธีกร: ใช่เลย เราก็เลยมีโอกาสได้แอบสังเกตด้านที่เป็น S (น่าจะย่อมาจาก Sadism) ของเขาด้วย

Takeru: คนที่มีด้าน S เขาว่าเป็นน่ากลัวนะครับ ตอนที่เขารับบทเป็น Yoshi เขามักจะถอดเสื้อโชว์ร่างกายช่วงบนเสมอเลย นั่นน่ะไฮไลต์เชียวนะ

พิธีกร: Mukai บอกเองเลยว่าเขาไม่ชอบเลยนะที่จริง

Takeru: เอ๋... แต่ตอนช็อตสุดท้ายนั่น ผมได้ยินเขาพูดกับผู้กำกับเองเลยนะว่า ‘จะเป็นไรไหม ถ้าผมถอดเสื้อออก’

[พูดถึงโฆษณา Fit's]

"ผมต้องไปถ่ายที่เมืองนารา ในขณะที่ Nozomi ได้ไปถ่ายที่บ้านเกิดของเธอที่อากิตะใช่ไหมครับ ก็เลยทำให้คนมาถามผมใหญ่เลยว่า ‘Takeru เกิดที่นาราใช่ไหม’ และทุกครั้งผมก็จะตอบพวกเขาไปว่า ‘ผมเกิดที่ไซตามะครับ’ เหตุผลที่ผมต้องไปถ่ายทำที่นารา ก็เพราะตอนที่ทีมงานเอามาสคอตประจำแต่ละเมืองมาเรียงกันดูแล้ว พวกเขาคิดว่า Manto-kun น่ารักดี มันก็เลยกลายเป็นนาราไป ส่วนที่ไซตามะก็จะเป็น Kobanton ครับ ผมเองก็อยากให้ไปถ่ายที่ไซตามะเหมือนกัน แต่การที่ต้องร้องว่า ‘Sa-i, Sa-i, Saitama~♪’ นี่อาจจะยากไปซักหน่อย

เราต้องไปถ่ายทำกันที่สวนนารากันแล้วก็มีผู้ดูแลกวางเข้ามาช่วยเราจัดระเบียบกวางกันด้วย แต่ระหว่างที่เต้นอยู่น่ะ บางทีพวกมันก็หายไปเฉยเลย ที่ถ่ายไปก็เลยใช้ไม่ได้ซักที ก็หนักหนาเหมือนกันครับ”


[พูดถึง Ryoumaden]

“ผมเคยไปดูไลฟ์ของคุณ Fukuyama Masaharu มาก่อน เราก็เลยคุ้ยเคยกันมาบ้างแล้วก่อนที่จะมาร่วมงานกัน ตอนนั้นผมไปกับ Hiraoka (Yuta), Kamiki (Ryunosuke) แล้วก็ Sakamoto (Shogo) จู่ๆคุณ Fukuyama ก็ตะโกนออกมาว่า “เย้ AMUSE!” (T/N: ชื่อเอเจนซีที่ทั้ง Takeru และ Fukuyama Masaharu สังกัดอยู่) บทที่ผมได้รับก็คือมือสังหาร Izou ที่จริงมันเป็นบทที่เศร้ามากทีเดียวนะครับ ผมต้องฝึกฟันดาบด้วย สนุกดีเหมือนกัน แต่ในโลกแห่งความจริง ผมคงไม่อยากจะไปฆ่าฟันกับใครเขาหรอก ผิดกฎหมายกันพอดี”


[พูดถึงเรื่องอายุครบ 20 ปี]

“ที่จริงก็ไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเท่าไหร่หรอกครับ แต่ก็มีเรื่องที่ทำได้เพิ่มมากขึ้นเหมือนกัน ก่อนอายุจะครบ 20 ผมพยายามหลีกเลี่ยงพวกร้านอิซากายะ (ร้านเหล้าที่เสิร์ฟอาหาร) แต่ตราบใดที่ผมไม่ดื่มล่ะก็ จะไปก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ”

 

**************************

ตอนที่ 2

เมื่อวานนี้ (เจ้าของบล็อกต้นฉบับเขียนตอนแรกหนึ่งวันก่อนหน้านี้) ฉันลืมเขียนถึงช่วงที่พูดคุยถึงหนังเรื่อง MW ด้วย

 [พูดถึง MW Dai-0-sho]

“ตอนนั้นผมต้องเล่นกับ Tamaki (Hiroshi) แต่เขาเป็นคนที่ออกจะแปลกๆอยู่ซักหน่อย เพราะเขาชอบจะใส่แต่รองเท้าแตะเท่านั้น ถ้าหากเสื้อผ้าเป็นชุดสูท เขาก็สวมรองเท้าดีๆอยู่หรอก แต่พอเสร็จจากการถ่ายเมื่อไหร่ จะมีสตาฟที่เดินเข้ามาพร้อมกับรองเท้าแตะแล้วเขาก็จะเปลี่ยนรองเท้าทันทีเลย เขาบอกว่า ‘ฉันชอบเปลือยเท้า’ แล้วยังบอกด้วยว่า ‘ฉันไม่ชอบถุงเท้า’”

ในช่วงที่สองนี้ ถือเป็นช่วงถามตอบเป็นหลัก

ก่อนจะเริ่มงาน เราจะได้รับแจกกระดาษเปล่าเพื่อที่ให้เขียนคำถามอะไรก็ได้ แล้วก็ใส่ลงไปในกล่อง Takeru จะเป็นคนจับคำถามเหล่านั้นขึ้นมาอ่านเอง แล้วก็จะตอบให้ทุกคำถาม

โดยจะเริ่มจากการอ่านชื่อเจ้าของคำถามก่อน แล้วจึงจะอ่านคำถาม ก่อนที่เจ้าตัวจะถามอีกครั้งเพื่อเป็นการยืนยัน หลังจากนั้นเขาก็จะตอบคำถามนั้นด้วยการมองไปที่เจ้าของคำถามโดยตรง นับเป็นความใส่ใจเล็กๆน้อยๆที่น่าชื่นชมทีเดียว

ส่วนตัวฉันเอง ก็เขียนคำถามลงไปแบบไม่ได้เรียงหัวข้อแบบเป็นเรื่องเป็นราวนัก

Q: คุณจำเจ้าหนูอะตอมได้หรือเปล่า

A: เจ้าหนูอะตอมที่อยู่ในทีมฟุตบอลช่วงมัธยมต้นใช่ไหมครับ จำได้สิ ตอนแรกผมนึกว่าคุณหมายถึงเจ้าหนูอะตอม (Astro Boy ที่มีชื่อเรียกว่า Tetsuwan Atomu ในภาษาญี่ปุ่นนั่นเอง –  ตอนพูดถึงตรงนี้ Takeru โพสท่าบินแบบเจ้าหนูอะตอมด้วย) เสียอีก จำได้สิครับ

Q: ช่วยบอกวิธีที่จะตั้งใจเรียนในห้องเรียนโดยที่ไม่ง่วงนอนไปเสียก่อนให้หน่อย

A: ถามผิดคนแล้วล่ะครับ!! ผมน่าจะนอนหลับในห้องเรียนมากกว่าคุณอีก แต่ถ้าคุณลองม้วนผ้าขนหนูแล้ววางลงบนพจนานุกรมล่ะก็ มันจะกลายเป็นหมอนที่เจ๋งมากเลยล่ะ

Q: ปฏิทินของปีหน้าจะออกมาเป็นยังไงบ้าง

A: ก็น่าจะเล็กกว่าขนาดปกติน่ะครับ แต่ว่าจะมีภาพถ่ายเพิ่มขึ้น (แต่เจ้าตัวไม่ได้บอกว่าจะมีกี่รูปนะ) หนนี้จะไม่ใช่แบบหนึ่งหน้าต่อหนึ่งภาพแล้ว แต่ว่าจะมีภาพที่หลากหลายขึ้นในหนึ่งหน้า ขอให้ตั้งตารอดูนะครับ


Q: มีแผนจะออกโฟโต้บุ๊กบ้างไหม

A: ยังเลยครับ แต่ถ้ามีแล้วอยากจะให้ออกมาเป็นยังไงดีครับ เอ๋... นู้ดเหรอ? เหมือนของอย่าง Mukai น่ะหรือครับ? ถึงตอนนี้เรายังไม่มีแผนการจะออกโฟโตบุ๊กกันเลยครับ

Q: คุณมีกำหนดจะไปปรากฏตัวใน Samurai Highschool หรือเปล่า

A: ไม่ครับ (ตอบชัดเจนมาก - เพราะการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องงานเป็นเรื่องที่ห้ามเด็ดขาดนั่นเอง) หรือถ้าหากผมจะได้ทำจริงๆ ผมก็บอกคุณไม่ได้อยู่ดี มันก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ

Q: คุณอยากจะลองทำอะไรอีกบ้าง

A: อยากจะลองทำอะไรงั้นหรือ? (มีเสียงจากคนดูบอกว่า นักสืบ ไม่ก็ร้องเพลง) ผมก็อยากจะลองรับบทเป็นนักสืบแล้วก็ร้องเพลงดูเหมือนกันนะ ที่จริงผมก็อยากลองทุกอย่างนั่นแหละครับ

Q: ตอนนี้ คุณอยากจะไปไหนบ้างหรือเปล่า

A: โอกินาว่าครับ ผมไม่เคยไปที่นั่นก็เลยอยากจะลองไปดูบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีอยากจะทำอะไรเป็นพิเศษหรอกนะครับ

Q: คุณติดนิสัยอะไรบ้าง

A: อันนี้แม้แต่ผมเองก็ยังไม่รู้เลย (หันไปทางคนดู) คิดว่ายังไงกันบ้างครับ? (‘ชอบเลียริมฝีปาก’ บ้างก็ว่า ‘ชอบขยิบตา’) ขยิบตาเหรอ? อันนี้ไม่ใช่นิสัยผมแล้วล่ะ คือมันก็ไม่เชิงแบบนั้นนะครับ แต่บางทีผมก็จะหรี่ตาลงแค่ข้างเดียวมันก็เลยดูเหมือนขยิบตาไป ดังนั้นผมก็อาจจะพูดได้ไม่เต็มปากนักว่าไม่ใช่เรื่องจริงน่ะนะ

พิธีกร: ว่ากันว่า คนที่ชอบเลียริมฝีปากน่ะ เป็นเพราะอยากจะแสดงให้เห็นความเซ็กซี่ของตัวเองนะ

Takeru: จริงหรือครับ (หัวเราะ)

Q: สำหรับ Takeru ที่มีแฟนอยู่มากมาย คิดว่าคุณมีเสน่ห์อะไรที่ดึงดูกให้คนมาชอบคุณ

A: นี่ก็ไมใช่คำถามที่คุณควรจะมาถามผมอีกเหมือนกันนะ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันครับ คุณคิดว่าอะไรดีล่ะ? (คำตอบส่วนใหญ่บอกว่า ดวงตา) ตาของผมหรือ? (พูดถึงตรงนี้ เจ้าตัวก็มองไปที่คนที่นั่งอยู่แถวหน้าด้วยสายตาที่เรียกเสียงกรี๊ดขึ้นมาทันที) ผมก็สงสัยเหมือนกันว่าอะไรนะ... น่าจะเป็นเพราะผมเป็นคนใจดีมังครับ

(หลายคนที่น่าจะรู้จัก Takeru เป็นอย่างดี ต่างก็พร้อมใจกันหัวเราะออกมา ไม่ใช่เพราะเขาไม่ใช่คนใจดีอย่างที่ว่า เพียงแต่ทุกคนรู้ดีว่าเสน่ห์ดึงดูดใจ ไม่น่าจะอยู่ที่ความใจดีหรอก)

Q: อยากจะลองทำทรงผมแบบไหนต่อไปดี

A: ไหนๆก็ไหนๆ ผมก็เลยอยากจะถือโอกาสถามพวกคุณเสียเลย ระหว่างผมตรงกับผมดัด คุณว่าแบบไหนดี? (ดูเหมือนคนส่วนใหญ่ในงานที่เป็นแฟนของ Takeru จะบอกว่าชอบผมตรงมากกว่า แต่เพราะครึ่งหนึ่งของคนส่วนใหญ่ในงานจะเป็นนักศึกษา พวกเขาก็เลยบอกว่าชอบผมดัดมากกว่า) อ้อ... งั้นคนส่วนใหญ่ชอบผมดัดสินะครับ แต่อาจจะเป็นเพราะวันนี้ผมทำผมเป็นลอนแบบนี้มา คนส่วนใหญ่ก็เลยอยากจะพูดเอาใจผมก็ได้นะ

เมื่อหมดเวลา ก่อนที่จะจบงานวันนี้ลง Takeru จึงถือโอกาสแจ้งข่าวก่อนจะลาจากทุกคนไป

Takeru: ในงาน Act Against Aids ที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ ผมมีกำหนดที่จะต้องไปร่วมงานด้วย เมื่อสองปีที่แล้วผมได้ร้องเพลงร่วมกับ Miura Haruma แต่สำหรับปีนี้ ผมเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะต้องทำอะไรบ้าง แต่ก็หวังว่าจะเป็นอะไรที่สนุกครับ ดังนั้นถ้าใครพอจะมีเวลาก็ขอเชิญไปร่วมงานในปีนี้กันดูนะครับ

ส่วนช่วงฤดูหนาวนี้ ผมมีกำหนดออก "Takeru Magazine Plus" ถือเป็นเวอร์ชั่นที่เพิ่มอะไรขึ้นมากมายจากเวอร์ชั่นเก่า นอกจากนี้ยังมีแบบสอบถามให้ทุกคนได้ร่วมกันตอบอีกด้วย ดังนั้นรบกวนด้วยนะครับ


ดูเหมือนว่า พิธีกรของงานวันนี้มีกำหนดทำหน้าที่ดำเนินรายการงานของ Mitzushima Hiro ในวันพรุ่งนี้ด้วย เธอก็เลยถือโอกาสถาม Takeru ว่าจะฝากอะไรไปถึงเขาบ้าง

Takeru: ช่วยบอกเขาด้วยนะครับว่า ไม่ว่ายังไงเขาก็ดูดีอยู่นั่นเองต่อให้ไว้หนวดก็ตาม


*** สำหรับคนที่อยากจะเอาบทสัมภาษณ์นี้ และงานแปลชิ้นต่อๆไป ไปเผยแพร่ที่ไหน เจ้าของบล็อกไม่หวงไม่ห้ามแต่อย่างใดค่ะ ขอแค่ใส่เครดิตให้เรียบร้อยแล้วก็อย่าลืมทำ Hot Link ให้ด้วยก็พอ ^^


Comment

Comment:

Tweet

มีเม้าท์มุไคด้วย แอร๊

#2 By ปิยะ (125.26.140.230|125.26.140.230) on 2014-01-25 19:31

มีเม้าท์มุไคด้วย แอร๊

#1 By ปิยะ (125.26.140.230|125.26.140.230) on 2014-01-25 19:31