จากนิตยสาร Junon (ฉบับเดือนเมษายน 2010)

T/N สำหรับบทสัมภาษณ์ตอนนี้ ถือเป็นพาร์ตที่สองอย่างเป็นทางการค่ะ เพราะว่าพาร์ตแรกน่ะลงไปแล้วก่อนหน้านี้ พาร์ตนี้ก็เลยถือเป็นการพูดคุยเรื่องทั่วไปจริงๆตามประสาเพื่อนซี้ของทั้ง Takeru และ Haruma ส่วนคราวหน้าก็จะเป็นการเอาบทสัมภาษณ์จาก Junon นี่เหมือนกันมาลงอีกที แต่ว่าเป็นเรื่องของ Bloody Monday ล้วนๆเลย เอาจริงๆ การที่สามารถแบ่งการพูดคุยออกได้เป็นสามพาร์ตยาวๆแบบนี้ได้ ก็แปลว่า น่าจะเป็นการสัมภาษณ์ที่ใช้เวลานานสุดๆเลยล่ะค่ะ

แต่ก็ดีนะคะ เพราะว่าทำให้ได้เห็นมุมน่ารักของสองนักแสดงต่างบุคลิกเพื่อนซี้คู่นี้ชัดเจนดีเหมือนกัน ไปติดตามอ่านกันเลยค่ะ

********************************************************************

ปิดท้ายการพูดคุยเรื่อง Bloody Monday!

บทสัมภาษณ์พิเศษตอนที่สอง

อีกสิบปีข้างหน้า เราจะเป็นยังไงนะ?

“พาภรรยานายมาด้วยสิ เราจะได้เดตแบบเป็นคู่กันไง!”

Miura Haruma x Satou Takeru

การพูดคุยเรื่อง Bloody Monday ผ่านไปแล้วครึ่งทาง Junon จึงนำตอนที่สองที่มีโอกาสได้พูดคุยกับสองนักแสดงนำของเรื่องมาลงให้ได้อ่านกันต่อ บทสนทนาครั้งนี้จะเน้นไปในเรื่องที่ว่า สองเพื่อนซี้คิดกับอีกฝ่ายยังไงบ้าง! อย่างไรก็ตามจะมีบทสนทนาที่เกี่ยวข้องกับละคร Bloody Monday ล้วนๆมาลงให้ได้อ่านกันกันด้วยตามสัญญาต่อไป!

เขาทำเสียงข้าวที่กำลังหุงอยู่ในหม้อได้ด้วยนะ (หัวเราะ)

Junon: ก่อนอื่นเลย ถ้าให้นึกภาพเพื่อนของคุณเป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง คิดว่าเขาน่าจะเป็นตัวอะไร

Haruma: Takeru น่าจะเป็นแมวดำนะ!

Takeru: นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่มีคนบอกว่าผมน่าจะเป็นแมวดำน่ะ แต่ก็มีตั้งหลายคนเหมือนกันที่บอกว่าผมเหมือนแมว...

Haruma: ก็นายให้ความรู้สึกดำๆมืดๆไง (หัวเราะ) ผมนายก็สีดำเหมือนกัน (T/N: ใน Bloody Monday ซีซั่นนี้ Takeru ย้อมผมกลับไปเป็นสีดำค่ะ)

Takeru: งั้นนายก็พูดถึงภาพลักษณ์ของฉันแล้วล่ะ ใช่ไหม

Haruma: ใช่แล้ว เสื้อผ้าของนายก็ด้วย ฉันหมายถึงนายมีเสื้อผ้าหลากหลายก็จริง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นสีดำทั้งนั้นเลยนี่นา

Takeru: Haruma น่าจะเป็น... คนส่วนใหญ่บอกว่านายเหมือนตัวอะไรกันบ้างนะ?

Haruma: สุนัข (หัวเราะ)

Takeru: สุนัขสินะ... ก็ไม่ใช่ว่านายจะไม่มีอะไรที่ทำให้คนอื่นคิดแบบนั้น... แต่ฉัน... รู้สึกว่าน่าจะมีอะไรอย่างอื่นที่เหมาะกับนายมากกว่า (หัวเราะ)

Haruma: เด็กผู้หญิงหลายคนบอกฉันว่า “เธอเหมือนสุนัขพันธุ์ชิบะล่ะ”

Takeru: หืม? เด็กผู้หญิงหลายคนเหรอ?! (หัวเราะ)

Haruma: ฉันหมายถึงจาพวกบทความอะไรอย่างนั้นต่างหาก พวกเขาจะพูดทำนองว่า “อ๋อ รู้แล้ว! รู้แล้ว! เหมือนสุนัขพันธุ์ชิบะไงล่ะ!” (หัวเราะ)

Takeru: “ฮะจิ!”

*** ฮะจิ คือชื่อเรียกสั้นๆของ ฮะจิโกะ สุนัขกตัญญูที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ถึงขนาดที่มีอนุสาวรีย์ฮะจิโกะตั้งขึ้นในแถบชิบุยะกันเลยทีเดียว

Haruma: นั่นมันพันธุ์อะกิตะไม่ใช่เรอะ ฉันไม่น่าจะเป็นสุนัขตัวโตขนาดนั้นสักหน่อย (หัวเราะ)

Junon: ตอนที่ไปถ่ายรูปกันคราวก่อน พวกคุณสองคนดูหนังเรื่อง Hachi ทางทีวีกันด้วยนี่ ใช่ไหม

Haruma: ตอนที่ดูนั่น ทำเอาผมเกือบร้องไห้ออกมาเลย (หัวเราะ)

Takeru: ช่าย (หัวเราะ) พอพูดถึงเรื่องนี้ ผมเพิ่งจะคิดอะไรขึ้นมาได้ว่า มันมีม้าที่ชื่อ Haruurara (ชื่อของม้าแข่งที่มีชื่อเสียงเรื่องการพ่ายแพ้แบบติดๆกัน) ด้วยใช่ไหม? (หัวเราะ)

Haruma: เฮ้ย ไม่เอานะ ถ้านายเรียกฉันว่า Haruurara ก็เหมือนกับบอกว่าฉันเป็นพวกขี้แพ้น่ะสิ (หัวเราะ)

Takeru: โอเค งั้นก็เอาแค่ตรงนายเหมือนกับสุนัขพันธุ์ชิบะก็พอ “ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างที่อยู่เหนือความเข้าใจ ผมก็เลยถูกเรียกว่าแบบนี้” ก็แล้วกัน (หัวเราะ)

Junon: ในฐานะเพื่อนสนิท คุณคิดว่าอีกฝ่ายควรจะแก้ไขอะไรในตัวเองอีกบ้าง

Haruma: ของ Takeru น่ะหรือครับ? น่าจะเป็นเสียงซาวนด์เอฟเฟ็กต์ที่เขาชอบทำนี่แหละ (หัวเราะ) คือมีอยู่หนนึงที่เรากำลังกินข้าวด้วยกัน จู่ๆเขาก็ทำเสียงข้าวที่กำลังหุงอยู่ในหม้อขึ้นมาเฉยเลย (หัวเราะ)

Takeru: ผมมักจะดื่มน้ำจากขวดแล้วก็ทำเสียงแบบเวลาที่เราเอาน้ำกลั้วคอ แล้วน้ำก็เลอะปากเลอะคอผมหมดเลย (หัวเราะ)

Haruma: อะฮะฮะฮะ... ทำบ้าอะไรของเขาก็ไม่รู้ ยังกับเด็กๆแน่ะ

Takeru: ถูกต้อง เหมือนเด็กไม่มีผิด (หัวเราะ) แต่ผมว่า Haruma ไม่น่าจะมีอะไรที่ต้องแก้ไขเลยนะ... นึกไม่ออกเลย ผมว่าที่เขาเป็นอย่างนี้ก็ดีอยู่แล้ว

Haruma: แปลว่าฉันสมบูรณ์แบบสินะ! (หัวเราะ)

Junon: อุ๊ยตาย คุณนี่ช่างมั่นใจในตัวเองจริงๆ (หัวเราะ)

Haruma: ล้อเล่นครับ! ล้อเล่น! ผมน่ะเป็นคนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลยล่ะ (หัวเราะ)

ไม่ว่าจะกับผู้ชายหรือผู้หญิง ผมก็ดีกับทุกคนเสมอล่ะครับ!

Junon: ระหว่างคุณสองคน ใครที่ปฏิบัติกับผู้หญิงได้ดีกว่า

Haruma: น่าจะเป็น...

Takeru: ผม!

Haruma: Takeru เป็นคนใช้สมองมากกว่าใช่ไหมล่ะ?

Takeru: เปล่านะ ฉันเป็นคนที่ดีออกมาจากจิตใจเลยต่างหาก

Haruma: เข้าใจล่ะ งั้นมาคุยกันเรื่องนี้สักหน่อยดีกว่า (หัวเราะ)

Takeru: ความใจดีนี่ถือเป็นคุณสมบัติที่เข้ามาชดเชยทุกอย่างของฉันเลยนะ

Haruma: นายก็เป็นสุภาพบุรุษจริงๆนั่นแหละ เขาดีกว่าผมหลายเท่าเลยกับเรื่องเล็กๆน้อยที่ควรจะใส่ใจเกี่ยวกับคนอื่น แล้วก็จะพยายามทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ด้วย

Takeru: ผมก็แค่ต้องฟังให้มากน่ะครับ

Haruma: นั่นแหละทำให้ผมถึงกับบอกตัวเองเลยว่า “คนอะไรแบบนี้เนี่ย ฉันอยากจะทำตามอย่างเขาบ้างจัง!”

Takeru: เพราะผมเป็นคนดีมากนั่นเอง! (หัวเราะ)

Junon: คุณทำดีกับสาวๆเพียงเพราะเขาเป็นผู้หญิงหรือเปล่า

Takeru: ไม่หรอกครับ มันไม่สำคัญหรอกว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ผมก็ดีกับทุกคนนั่นแหละ!

Haruma: แต่ว่า... เอ่อ ไม่เป็นไร (หัวเราะ)

Takeru: อะไรเล่า... (หัวเราะ)

Junon: คุณชอบอะไรของอีกฝ่ายหนึ่งบ้าง

Takeru: รอยยิ้มของเขาครับ! (ตอบทันที)

Haruma: เขาเป็นคนที่ซื่อตรงมากเสียจนทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า “ผมอยากจะเป็นกำลังใจให้เขาจริงๆ!” แล้วก็... (พูดเขินๆ) ผมว่าเขาเป็นคนประเภทที่ทั้งเท่ในขณะเดียวกันก็น่ารักด้วย ผมรู้นะว่าพอพูดแบบนี้แล้วมันอาจจะฟังดูแปลกๆ ใช่ไหมครับ แต่เขาเป็นคนที่ใช้ชีวิตอย่างซื่อตรงกับตัวเองมากเสียจนทำให้ผมอดคิดไม่ได้จริงๆว่า “เท่ชะมัดเลย”

Junon: คุณชอบทุกอย่างที่เกี่ยวกับ Takeru เลยใช่ไหมเนี่ย

Haruma: เอ่อ ช่วยหยุดถามอะไรแบบนี้เสียทีได้ไหมครับ (เขินใหญ่)

Junon: แล้วความประทับใจที่มีต่อกันในครั้งแรก ถึงตอนนี้มีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้างไหม

Haruma: ครั้งแรกที่เราได้อยู่ด้วยกันน่ะ Takeru ดูสงวนท่าทีมากครับ ผมรู้สึกเหมือนเขาเป็นคนเฝ้าสังเกตการณ์อะไรสักอย่างอย่างจริงจังเลย

Takeru: ฉันไม่ใช่คนเฝ้าสังเกตการณ์อะไรอย่างนั้นสักหน่อย (หัวเราะ) เราได้พบกันเป็นครั้งแรกใช่ไหม ฉันก็เลยคิดว่า “เขาเป็นคนแบบไหนกันนะ” แต่ถ้ามองข้ามภาพลักษณ์ของ Haruma ที่คนทั่วไปเข้าใจกันล่ะก็ ผมคิดว่า “เขาดูเป็นลูกผู้ชายแมนๆกว่าที่คิดเอาไว้” แบบนั้นแหละ

Junon: คุณสมบัติแบบไหนของเขาหรือที่คุณคิดว่าสมเป็นลูกผู้ชาย

Takeru: ผมรู้ว่าคุณจะต้องถามคำถามนี้ แต่ผมก็ไม่รู้จะพูดออกมายังไงดีเหมือนกันครับ คือเขาเป็นคนที่มักจะทุ่มเทให้กับทุกเรื่องเลยจริงๆ แล้วมันก็เลยทำให้ออร่าแล้วก็อารมณ์ของเขาดูเป็นแมนมากๆน่ะ

Haruma: ไม่ค่อยมีใครพูดถึงผมแบบนั้นเท่าไหร่หรอกนะ พอได้ยินแบบนี้แล้วรู้สึกดีใจจัง ตอนที่ผมทำงานละครเวทีน่ะ คุณ Kimura Yoshino แล้วก็คุณ Ooto Takuma ทั้งคู่เลยบอกว่า “เธอนี่ดูแมนกว่าที่ฉันคิดเอาไว้เยอะทีเดียว” ทำเอาผมดีใจมากเชียวล่ะ

“เวลาที่นายพูดเรื่องอะไรออกมาซัก 10 อย่าง มันจะต้องมีเรื่องที่ไม่เข้าท่าหลุดออกมาซักอย่างหนึ่งทุกที” (หัวเราะ)

Junon: แล้วเรื่องอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกอิจฉาอีกฝ่ายบ้าง

Haruma: Takeru เป็นคนที่หลักแหลมแล้วก็มีมุมมองต่อชีวิตที่กว้างไกลมาก ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมาก และผมก็รู้สึกอิจฉาคุณสมบัติอันนี้ของเขาจริงๆ เพราะนี่แหละคือส่วนที่ผมขาดไปล่ะ

Takeru: ผมว่าการที่ Haruma เป็นคนตรงไปตรงมาอยู่เสมอเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากนะ

Haruma: แต่มันก็มักจะหมายความว่า ผมจะหลุดปากพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดด้วยไงครับ (หัวเราะ) Takeru บอกผมว่า “เวลาที่นายพูดเรื่องอะไรออกมาซัก 10 อย่าง มันจะต้องมีเรื่องที่ไม่เข้าท่าหลุดออกมาซักอย่างหนึ่งทุกที” (หัวเราะ) แล้วผมก็จะพูดเรื่องพวกนี้ออกมาโดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าไม่ควรพูด หลายครั้งที่จู่ๆผมก็คิดคิดมาได้ว่า “โอ๊ย บ้าจริง! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันพูดอะไรแบบนั้นออกไป หวังว่ามันจะไม่เป็นไรนะ!” แบบนั้นเลย แต่ผมก็ไม่แย่เท่ากับ Shirota Yu คุงหรอกนะ (หัวเราะ)

Takeru: แต่คือนึกออกไหม แม้จะเป็นแบบนั้น ฉันก็ยังอดคิดไม่ได้อยู่ดีว่านิสัยแบบนี้ของนายเป็นเรื่องที่ดีนะ (หัวเราะ)

Junon: คุณมองว่าอีกฝ่ายเหมือนดอกไม้อะไร

Takeru: Haruma น่าจะเป็นดอกไม้อะไรสักอย่าง อาจจะทานตะวันหรือทิวลิป... ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน... น่าจะประมาณนั้น

Junon: อาจจะเป็นเพราะก่อนหน้านั้นคุณบอกว่าคุณชอบรอยยิ้มของเขาก็ได้นะ

Takeru: อา! น่าจะเป็นเหตุผลนี้แหละ!

Haruma: ผมกำลังคิดว่า “Takeru น่าจะเป็นดอกกุหลาบ” แต่ก็เหมือนจะไม่ใช่เสียทีเดียว... สงสัยเหมือนกันว่าเขาน่าจะเป็นอะไรดีนะ

Takeru: ฉันน่ะเหรอ? นายไม่คิดว่าดอกลาเวนเดอร์จะเหมาะหรอกเหรอ?

Haruma: ดอกลาเวนเดอร์สีน้ำเงินใช่ไหม? ฉันกำลังคิดเลยว่านายน่าจะเป็นดอกไม้สีน้ำเงินน่ะ แต่นึกไม่ออกว่าดอกอะไรบ้างที่เป็นสีน้ำเงินเท่านั้นเอง

Takeru: แต่ฉันก็เข้าใจที่นายคิดว่าฉันไม่น่าจะใช่ดอกกุหลาบนะ ฉันว่าเป็นดอกลาเวนเดอร์มันเหมาะกว่าจริงๆนั่นแหละ (หัวเราะ)

Haruma: ใช่เลย ฉันนึกภาพนายอยู่ในสวนดอกไม้อะไรแบบนั้นได้เลยล่ะ (หัวเราะ)

Junon: เวลาที่คิดถึงดอกลาเวนเดอร์ ก็จะอดคิดถึงกลิ่นหอมบำบัดแบบนั้นขึ้นมาไม่ได้ทุกที เหมือนเป็นอะไรที่ช่วยบำบัดจิตใจให้สบายขึ้นแบบนั้นใช่ไหม

Haruma: อา แบบนั้นล่ะลงตัวเลย เหมือนดอกลาเวนเดอร์ยามเย็นสินะ (หัวเราะ)

Takeru: ดอกลาเวนเดอร์ยามเย็นงั้นเชียว... (หัวเราะ)

Junon: แล้วถ้าให้เปรียบอีกฝ่ายเป็นสภาพอากาศล่ะ

Takeru: ผมน่าจะเป็นพวกอากาศอึมครึมหรือเปล่า?

Haruma: หา? Takeru ต้องเป็นอากาศที่สดใสอยู่แล้ว

Takeru: Haruma ก็สดใสเหมือนกัน

Haruma: แต่ทีนี้เพราะเราเป็นมนุษย์ใช่ไหม มันก็ต้องมีความสดใสที่แตกต่างกันบ้างล่ะ

Junon: เวลาที่อีกฝ่ายตกอยู่ในสภาวะอึมครึม คุณจะรู้เลยทันทีหรือเปล่า

Haruma: ธรรมชาติของ Takeru เขาจะเป็นคนนิ่งๆอยู่แล้ว มันก็เลยยากที่จะชี้ชัดไปว่าเขากำลังโกรธหรือรู้สึกอะไรอยู่หรือเปล่า เพราะเวลาที่เขารู้สึกอะไร เขาก็แทบจะไม่แสดงออกให้เห็นเลย

Takeru: ถ้าให้เปรียบเทียบกับคนส่วนใหญ่แล้ว ผมไม่ใช่คนที่จะโกรธใครหรอกครับ ปกติผมเป็นคนนิ่งมากอยู่แล้ว แต่ผมว่า Haruma ยิ่งดูเหมือนคนที่ไม่โกรธใครเลยมากกว่าผมอีก

Junon: พวกคุณไม่เคยทะเลาะกันเลยใช่ไหม

Takeru: มันก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้วยเหมือนกันนะ บางครั้งเขาก็ไม่ได้โกรธหรอก แต่บางครั้งผมคิดว่าเขาต้องโกรธอยู่แน่เลย แต่ก็ไม่เห็นเขาพูดอะไรเลย ก็เลยบอกไม่ได้เหมือนกันครับว่าที่จริงโกรธหรือไม่โกรธกันแน่

Haruma: นั่นแหละที่เขาเรียกว่าตีหน้าตายได้เก่ง (หัวเราะ)

Junon: เวลาคุณโกรธ มันไม่แสดงออกทางสีหน้าหรอกหรือ

Haruma: ไม่นะ ผมว่ามันก็แสดงออกแหละ ผมเป็นคนที่อ่านสีหน้าได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะครับ (หัวเราะ)

Takeru: แต่ถ้า Haruma โกรธอะไรอยู่ล่ะก็ หมายความมันต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆครับ คือตลอดเวลาที่เรารู้จักกันมาเนี่ย ผมยังไม่เคยเห็นเขาโกรธเลยซักครั้ง

เราต่างก็คิดอะไรไม่เหมือนกัน มันก็เลยสนุกดีเวลาที่ได้พูดคุยกัน

Junon: มีเรื่องอะไรที่อีกฝ่ายเคยพูดเกี่ยวกับตัวคุณที่คุณยังไม่เคยลืมเลย

Haruma: ก่อนหน้านี้ที่ Takeru พูดว่า “ผมชอบรอยยิ้มของ Haruma” น่ะ ผมก็คิดนะว่า “โอ้โห!” ผมดีใจกว่าที่คิดเอาไว้อีกตอนที่ได้ยินน่ะครับ

Takeru: เรื่องที่เขาพูดแล้วผมไม่เคยลืม... ก็มีอันนึงนะ แต่ไม่รู้จะเล่ายังไงดี (หัวเราะ)

Haruma: โอเค งั้นนายมาบอกฉันทีหลังก็แล้วกันนะ (หัวเราะ)

Takeru: ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ ตอนที่พูดเรื่องบางทีนายก็พูดถึงสิ่งที่ไม่ควรพูดในบางครั้งนั่นแหละ มีครั้งหนึ่งที่เราสองคนอยู่กับนักแสดงคนหนึ่งที่ก็เป็นเพื่อนของเราทั้งคู่เหมือนกัน แล้ว Haruma ก็บอกว่า “สำหรับตอนนี้เลยนะ ฉันคิดว่า Sato Takeru เป็นนักแสดงที่เจ๋งที่สุดแล้ว” แล้วก็พูดจริงจังมากด้วย (หัวเราะ) แล้วเขาก็หันไปหาเพื่อนของเรา สมมุติว่าชื่อ A คุงก็แล้วกันนะครับ “แต่ A คุง ฉันว่านายเองก็เจ๋งเหมือนกัน ถัดจาก Takeru น่ะนะ” (หัวเราะ)

Haruma: ฉันคงเผลอไปหยาม A คุงเข้าอย่างจังเลยสินะ (หัวเราะ)

Takeru: Haruma พูดออกมาในแบบที่สมกับเป็นเขาจริงๆ ผมว่าที่จริง Haruma เขาตั้งใจจะชม A คุงนั่นแหละครับ (หัวเราะ)

Haruma: ใช่อย่างนั้นเลย (หัวเราะ)

Takeru: แล้วตอนที่ผมได้ยิน Haruma พูดแบบนั้นน่ะ ผมคิดขึ้นมาเลย “ตาย! ตาย! Haruma นายนี่มันบ้าจริงๆ!” (หัวเราะ)

Haruma: อะฮะฮะฮะ!

Junon: คุณคิดว่าอีกฝ่ายมีความน่าลึกลับอะไรอยู่บ้าง

Takeru: นั่นก็น่าจะเป็นเรื่องที่พูดก่อนหน้านี้เหมือนกันครับ ที่ว่าผมไม่รู้เลยว่าจริงๆ Haruma ไม่ได้โกรธอยู่ หรือโกรธอยู่แต่แค่ไม่พูดอะไรกันแน่ เวลาที่เราอยู่ด้วยกันแล้วบางทีผมทำเสียเรื่องขึ้นมา Haruma ก็จะแบบ “อ๊ะ ไม่เป็นไรหรอก!” มันทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า เขาเป็นคนที่ดีมากจริงๆ

Haruma: ในหลายๆสถานการณ์ วิธีคิดของเรามันแตกต่างกันมากครับ ผมก็เลยมักจะถามเขาว่า “นายคิดยังไง” แล้วมันก็เป็นอะไรที่ดีมาก ต่อให้เขาพูดว่า “ฉันไม่เห็นเข้าใจเรื่องพวกนี้เลย” มันก็ยังฟังดูเยี่ยมมากอยู่ดี

Junon: คุณคิดว่าอีกฝ่ายทำอาหารอะไรได้ดีบ้าง

Haruma: คุณบอกว่า อีกคนทำอาหารอะไรได้ดีงั้นหรือครับ? (หัวเราะ)

Takeru: โอ๊ย หุบปากน่า (หัวเราะ) ฉันไม่ชอบทำอาหาร แต่ถ้าได้ลองทำฉันก็ทำได้หรอก!

Haruma: มีครั้งนึงที่เราไปออกรายการ Hanamaru Café แล้วผมก็ทำเมนูกะหล่ำใช่ไหมครับ แล้วก็เป็นเพราะ Takeru เขาได้ทำกับผมนี่แหละ มันก็เลยกลายเป็นเมนูที่เขาทำได้ดี ใช่ไหม? เรื่องมันเป็นแบบนี้ใช่ไหม?

Takeru: ก็ได้ ก็ได้ เมนูที่เขาทำใน Hanamaru แล้วก็นาเบะที่เขาทำกินที่นิวยอร์กนั่นมันก็อร่อยมากจริงๆนั่นแหละ แล้วก็มีอะไรอีกอย่างนึงที่เขาทำ ถ้าคุณได้ดูดีวีดี HT NY คุณจะรู้เองครับว่ามันคืออะไร (หัวเราะ)

Junon: คุณทั้งสองคนมีความลับอะไรที่รู้กันสองคนหรือเปล่า

Haruma: ครับ ก็ประมาณนั้นแหละ (หัวเราะ) แต่มันเป็นเรื่องที่ผมไม่ควรพูดนะ แต่ ถ้า Takeru บอกว่า “อะไร? อะไร? บอกฉันสิ!” แบบนั้นก็แปลว่า ผมคงจะเล่าได้ (หัวเราะ)

Takeru: มันเป็นแบบนั้นทุกทีเลยไม่ใช่เหรอ (หัวเราะ)

Haruma: แต่ถ้าผมหลุดปากบอกความลับที่ว่าไป ผมว่า Takeru จะต้องโมโหมากแน่ๆ (หัวเราะ)

Takeru: อะไรนะ? บอกฉันหน่อย เอาจริงๆสิ คือนายบอกพวกเขาตอนนี้ไม่ได้ใช่ไหม? งั้นมาบอกฉันตอนหลังได้ไหม? (หัวเราะ) ฉันไม่ได้มีความลับอะไรสักหน่อย

Haruma: เขาเล่าให้ผมฟังทุกเรื่องแหละ

Takeru: ก็เพราะผมไม่มีอะไรต้องปิดบังไงครับ ซึ่งปกติผมก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นหรอกนะ ก็แค่คิดว่า “ผมน่าจะเปิดเผยอะไรกับใครสักคนมากกว่านี้” แค่นั้นเอง

Junon: สุดท้ายแล้ว คุณจะมองเห็นตัวเองใน 10 ปี ข้างหน้าเป็นยังไงบ้าง

Haruma: นึกภาพไม่ออกเลยครับ

Takeru: นั่นสิ ผมก็นึกไม่ออกเหมือนกัน ก็มีคิดเหมือนกันว่า เขาน่าจะกลายเป็นผู้ชายที่ได้ขึ้นไปติดในอันดับหนึ่งของผู้ชายในโพลล์ของ Junon น่ะครับ (หัวเราะ) ส่วนผมน่ะนึกไม่ออกเลย แต่ก็เชื่อว่า พอ Haruma อายุ 29 เมื่อไหร่ เขาคงจะได้ขึ้นไปติดอับดับหนึ่งบนชาร์ตพวกนั้นแน่ๆ (หัวเราะ)

Haruma: ฮ่าฮ่าฮ่า อายุ 29 งั้นเหรอ ผมเองก็สงสัยนะว่าตอนนั้นตัวเองจะทำอะไรอยู่ เอางี้ไหม ฉันอยากจะให้เราสองคนนัดไปเจอกันที่ไหนสักแห่งแล้วก็พาภรรยาของเราไปด้วย!

Takeru: เดตกันเป็นคู่ล่ะสิ ก็น่าจะสนุกดีเหมือนกันนะ? (หัวเราะ)

 

Sato Takeru ในสายตาของ Haruma

เปรียบเป็นสัตว์ --> แมวดำ

สิ่งที่ควรจะเปลี่ยนแปลง --> นิสัยชอบทำเสียงเอฟเฟ็กต์ (หัวเราะ)

ใครดีกับผู้หญิงมากกว่า? --> ผมต้องยกให้ Takeru เขาครับ (หัวเราะ)

คุณชอบอะไรในตัวเขามากที่สุด --> ผมว่าเขาเท่แต่ก็น่ารักด้วย

สิ่งที่เปลี่ยนไปจากเมื่อตอนที่ได้เจอกันครั้งแรก --> คิดไม่ออกเลย

เรื่องที่คุณอิจฉา --> เขาเป็นคนที่ฉลาดมากแล้วก็มีมุมมองต่อชีวิตที่กว้างไกลมาก

เปรียบเป็นดอกไม้ --> ดอกลาเวนเดอร์

เปรียบเป็นสภาพอากาศ --> สดใส

คำพูดของเขาที่คุณไม่มีวันลืม --> “ฉันชอบรอยยิ้มของนาย”

เรื่องลึกลับเกี่ยวกับเขา --> ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเขานั่นแหละ (หัวเราะ)

เขาทำอาหารอะไรได้ดีบ้าง --> เมนูที่ผมทำในรายการ Hanamaru?!

ความลับของคุณ --> ไม่บอก (หัวเราะ)

เขาจะเป็นอย่างไรในอีก 10 ปีข้างหน้า --> ไม่อาจจะรู้ได้เลยจริงๆ

 

Miura Haruma ในสายตาของ Sato Takeru

เปรียบเป็นสัตว์ --> ผมขอเลือกสนัขพันธุ์ชิบะก็แล้วกัน

สิ่งที่ควรจะเปลี่ยนแปลง --> ไม่มีครับ

ใครดีกับผู้หญิงมากกว่า? --> ก็น่าจะเป็นผมล่ะ (หัวเราะ)

คุณชอบอะไรในตัวเขามากที่สุด --> รอยยิ้ม

สิ่งที่เปลี่ยนไปจากเมื่อตอนที่ได้เจอกันครั้งแรก --> เขาดูแมนกว่าที่ผมคิดเอาไว้มาก

เรื่องที่คุณอิจฉา --> ความเป็นคนตรงไปตรงมาของเขา

เปรียบเป็นดอกไม้ --> ดอกไม้สีเหลือง

เปรียบเป็นสภาพอากาศ --> สดใส

คำพูดของเขาที่คุณไม่มีวันลืม --> “ฉันคิดว่านายก็เจ๋งเหมือนกัน แต่ถัดจาก Takeru นะ”

เรื่องลึกลับเกี่ยวกับเขา --> ตรงที่ไม่รู้ว่าเขาไม่ได้โกรธจริงๆ หรือโกรธแล้วไม่พูดอะไรกันแน่

เขาทำอาหารอะไรได้ดีบ้าง --> อาหารที่เขาทำในรายการ Hanamaru กับนาเบะที่ทำตอนเราไปนิวยอร์กกัน

ความลับของคุณ --> ไม่มีเลยจริงๆครับ!

เขาจะเป็นอย่างไรในอีก 10 ปีข้างหน้า --> เขาคงจะติดอันดับหนึ่งในโพลล์ของผู้ชายครับ

*****************************************

*** ก็ด้วยเงื่อนไขเดิมๆนะคะ คือถ้าใครสนใจอยากจะเอาบทความในบล็อกนี้ไปลงที่ไหน เจ้าของบล็อกไม่หวงค่ะ นำไปได้เลยตามสบายแต่รบกวนลงเครดิตพร้อม Hot Link ให้ด้วยแค่นั้นเอง ***

ชี้แจงอีกเรื่องก็คือว่า บางที Exteen ก็เกเร อัปรูปขึ้นยากเย็น และบางทีก็บวกกับความขี้เกียจของเจ้าของบล็อก ก็เลยขออนุญาตไม่ลงรูปนะคะ มันใช้เวลาเยอะจริงๆค่ะ บทสัมภาษณ์ก็ยาวมากอยู่แล้ว ก็ขอให้โฟกัสที่เนื้อหาแทนไปก่อนก็แล้วกันเนาะ... ขอบคุณค่ะ

Comment

Comment:

Tweet