ITALY 2014: Day 7 – Capri, Sorrento, Amalfi Coast, Ravello and Salerno

posted on 04 Jul 2014 13:17 by fingers-crossed in TravelAround directory Travel

17 เมษายน 2014

                เห็นรายชื่อเมืองที่เราจะต้องเดินทางผ่านและแวะกันในวันนี้แล้วเรียกว่ามากมายใช่ไหมล่ะคะ ก็ไม่น่าแปลกใจหรอกค่ะที่การเดินทางของเราวันนี้จะเป็นการนั่งรถเที่ยวกันเป็นหลัก ส่วนจะสนุกและน่าสนใจแค่ไหนก็ลองติดตามอ่านกันดูนะคะ ตอนนี้ขอลงไปทานมื้อเช้าก่อนก็แล้วกัน

วิวด้านนอกโรงแรมตอนค่ำๆ

                พี่เวอร์ได้แจ้งแก่เราเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่า เนื่องจากคาปรีเป็นเกาะนะคะ แม้โรงแรมจะเข้าท่าในระดับที่ดีเพียงไร ไอ้การที่จะมาคาดหวังอาหารเช้าจะหรูหราอู้ฟู่ อู้หูเหลือเกินนี่ มันก็อาจจะไม่ขนาดนั้น แต่ถามว่าโอเคไหม เรียกว่าโอเคมากและเพียงพอกับความต้องการมื้อเช้าของเราพอดิบพอดี เสียอย่างเดียว กาแฟที่โรงแรมนี้รสชาติน่าผิดหวังมาก พูดอย่างสุภาพก็คือไม่ถูกปาก แต่ให้พูดอย่างไม่ไว้หน้า ก็บอกได้คำเดียวล่ะค่ะว่าทั้งกลิ่นและรสชาติเหมือนดินดีๆนี่เอง หรือเค้าอาจจะเน้นกาแฟแบบ earthy คะ?

                กินอิ่มกันเรียบร้อย ทุกคนก็ทยอยขึ้นไปหยิบข้าวของสัมภาระกันบนห้อง ประเมินดูแล้วมีฉันกับป้าของฉันนี่แหละที่สัมภาระน้อยนิดกว่าใครเพื่อน ก็ดีไปอย่าง เพราะฉันก็เลยได้บริการหอบหิ้วกระเป๋าให้แม่ได้อย่างสะดวกโยธินดีเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม เท่าที่ประเมินคร่าวๆ ดูเหมือนว่าเมื่อวานนี้จะมีการช็อปปิ้งแบบเสียเลือดเสียเนื้อกันไปเล็กน้อย เพราะหลายๆท่านสัมภาระดูจะเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทีเดียว

                เราเดินออกจากโรงแรมกันแต่เช้า คนก็เลยไม่ได้พลุกพล่านอะไรมากมาย เรียกว่าค่อยๆลากกระเป๋า หอบหิ้วอะไรกันไปได้แบบสบายๆล่ะค่ะ เราขึ้นไปหยุดรอกันอยู่ตรงจุดที่เราเดินขึ้นมาจากสถานีรถรางเมื่อวานกันเหมือนเดิม ในขณะที่พี่เวอร์แกวิ่งไปจัดการเรื่องหาซื้อตั๋วให้กับทุกคน ฉันที่ทำหน้าที่ดูแลกระเป๋าสัมภาระให้แก บวกกับสัมภาระของพ่อกับแม่ด้วยก็เลยถือโอกาสถ่ายภาพความสวยงามด้านบนนี้เก็บไปอีกด้วยสักนิดสักหน่อย เช้าๆอย่างนี้อากาศสดชื่นเชียวค่ะ แม้ว่าจะหนาวเหน็บดีไม่มีตกเลยก็ตาม

วิวยามเช้า สวยสดชื่น

ถนนหนทาง ยังไม่มีผู้คนเลย เพราะเช้าเอาเรื่องทีเดียว

                ฉันก็มีถามๆพี่เวอร์บ้างเหมือนกันว่า ดูจากลักษณะแล้ว ฤดูร้อนของที่นี่คงจะคึกคักมากทีเดียว พี่เวอร์แกถึงกับทำหน้าเพลียประกอบการเล่าว่า มันเหมือนนรกแตกเลย คนเป็นล้าน แออัดยัดเยียดมหาศาล ผมถึงไม่รับทำทัวร์ช่วงหน้าร้อน... พี่พูดซะน้องเห็นภาพเลยค่ะ เราสั่งลาวิวสวยๆเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะลงไปชึ้นรถรางกัน ใช้เวลาไม่นานนักก็ลงมาถึงเบื้องล่างอย่างปลอดภัย ช่วงที่ลงมาแล้วนี้ เรายังมีเวลาเหลือกันอีกประมาณนึงกว่าเรือของเราจะมาเทียบท่า หลายๆคนก็เลยเลือกทำกิจกรรมกันตามอัธยาศัย

                ฉันเดินไปถ่ายรูปตามมุมต่างๆที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันนั้น ไหนจะถ่ายให้ญาติผู้ใหญ่ ถ่ายให้คุณอาบางท่านที่ก็คุ้นเคยกันดีราวกับเป็นสมาชิกในครอบครัวกันไปแล้ว แล้วก็อดไม่ได้ ขอเดินเข้าไปในร้านขายของที่ระลึกหน่อยก็แล้วกัน คือส่วนตัวแล้วฉันเป็นคนซื้อของไม่เก่งหรอกค่ะ จะออกแนวไม่รู้จะซื้ออะไรมากกว่า บ่อยครั้ง เวลากลับจากการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ฉันถึงได้เหลือเงินกลับมาเยอะเลย แต่หนนี้ฉันแอบได้เสื้อยืดเนื้อนุ่มของ Capri กลับไปฝากคนที่บ้านด้วยตัวนึง คือคนที่บ้านเขาก็บอกล่ะค่ะว่าไม่ต้องซื้ออะไรมาฝากเขาหรอก เพราะเขาไม่ได้อยากได้อะไร แต่มาถึงนี่แล้ว เมื่อวานฉันก็ยังถอยเสื้อยืดให้ตัวเองตัวตัวนึง (สนนราคา 10 ยูโรค่ะ) มันก็ไม่ได้หนักหนาอะไร มาถึงนี่แล้ว จะไม่ได้อะไรไปฝากเขาหน่อยก็ออกจะกะไรอยู่เหมือนกันนะคะ

                เรือมาเทียบท่าตรงเวลาค่ะ เราไปยืนรอขึ้นเรือกัน ในขณะที่ผู้โดยสารขามาก็ทยอยเดินออกมากัน ระหว่างรอฉันก้มลงมองดูน้ำเบื้องล่าง เรียกว่าใสแจ๋วเชียวค่ะ อะไรมันจะสะอาดขนาดนั้นก็ไม่รู้ทั้งๆที่วันนึงเรือมาเทียบท่าแห่งนี้ไม่รู้ตั้งกี่รอบต่อกี่รอบตลอดทั้งปี พอขึ้นเรือเท่านั้นแหละ ปรากฏว่า เราเป็นเพียงผู้โดยสารเพียงกลุ่มเดียวของเรือใหญ่ลำนี้ค่ะ อาจจะไม่ได้ใหญ่โตมากเท่ากับขามา แต่การที่ได้เป็นผู้โดยสารเพียงกลุ่มเดียวบนเรือมันก็แลดูเลิศเลอเอาการอยู่นะ