ITALY 2014: Day 9 Rome

posted on 14 Aug 2014 20:08 by fingers-crossed in TravelAround directory Travel

19 เมษายน 2014

                วันนี้จะเป็นวันเที่ยวโรมของเรากันค่ะ แถมเป็นเพียงวันแรกและวันเดียวที่เราไม่ต้องจัดเก็บกระเป๋าแล้วเอาไปวางไว้หน้าห้องกันด้วย เพราะเราจะพักกันที่นี่สองคืนเลย เนื่องจากว่าวันพรุ่งนี้เราจะกลับกันแล้ว ที่นี่จึงเป็นโรงแรมสุดท้ายของเราในอิตาลีสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวแบบไฮโซนี่นะคะ

                เช้านี้เราเดินลงไปกินมื้อเช้ากันที่ห้องอาหารเดิม ภาพที่เห็นก็คือ คนมาจากไหนกันเยอะแยะเนี่ย! ห้องอาหารเช้าวันนี้แน่นเป็นสลัมบอมเบย์เชียวค่ะ คือห้องมันไม่ได้ใหญ่โตนักใช่ไหมคะ บวกกับว่าลูกค้าโรงแรมเยอะด้วยล่ะค่ะ แล้วทุกคนก็พร้อมใจลงมากินมื้อเช้ากันช่วงเวลานี้เสียด้วย จึงค่อนข้างลำบากในการหาโต๊ะนิดนึง แถมต้องต่อแถวตักอาหารกันพอสมควร คือมันก็ไม่ได้แย่มากมายอะไรนะคะ แต่เมื่อเทียบกับวันที่ผ่านมา มันก็อดรู้สึกไม่ได้เท่านั้นเอง ขนาดจะดื่มกาแฟซักแก้ว ยังต่อคิวตั้งนาน เพราะน้ำร้อนหมดค่ะ ยืนรอให้พนักงานเอาน้ำมาเติมนานจริงๆเลย พี่เวอร์เห็นสภาพถึงกับส่ายหน้า และประกาศก้องหลังมื้ออาหารเช้าวันนั้นว่า “ผมยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับท่านอีกไม่ได้แน่ๆ” โห... พี่เวอร์อย่างแมนอ่ะ!

                วันนี้ถึงแม้ว่าเราจะเที่ยวกันอยู่ในโรมนี่แหละ แต่ประมาทไม่ได้ค่ะ เพราะว่าคิวเราแน่นมาก ที่เที่ยวเยอะและเราก็เหลือเวลาเที่ยวแค่วันนี้กันอีกแค่วันเดียวเท่านั้น ซึ่งจริงตอนแรกๆน่ะ เราก็คิดแค่ว่า เอาวะ... วันนี้ก็เที่ยวกันให้เต็มที่ก็แล้วกัน ทิ้งทวนวันสุดท้ายแล้ว... แต่ที่เราคิดไปไม่ถึงเลยก็คือคิวที่รวนหมดแบบวินาศสันตะโร เที่ยวกันอย่างอุตลุด ชุลมุนชุลเก และสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจเลย... แค่นึกถึงขึ้นมา ก็ถึงกับทำให้ฉันเกิดอาการรีๆรอๆที่จะเขียนถึงการเที่ยวโรมในวันนี้ขึ้นมาเลยเชียวนะคะ ธรรมดาที่ไหนล่ะ

                สิ่งแรกที่ฉันทำตอนที่ลงมารอคนอื่นๆที่ล็อบบี้ ก็คือการเช็กสภาพอากาศแบบง่ายๆที่ทำเองได้เลยด้วยตัวเอง นั่นคือการเดินออกไปข้างนอกโรงแรมค่ะ คือเช้านี้ที่จริงเท่าที่เห็นก็พอจะบอกได้แล้วว่าหนาวแน่ๆ เมฆก็มาก อากาศก็อึมครึม แถมพี่เวอร์ยังช่วยคอนเฟิร์มด้วยว่า วันนี้ฝนจะตกนะครับ โปรดเตรียมร่มไปกันด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่พอเดินพ้นประตูโรงแรมไป สัมผัสจากอากาศด้านนอกที่เยือกเย็นก็ปะทะเข้ากับใบหน้าพอดี... เรียกว่าไม่ผิดจากที่คาดนะคะ หนาวเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ ไหนคะ... ไหนที่ว่าพอลงใต้แล้วอากาศจะอุ่นขึ้น ไม่มี้!!!

                จุดหมายแรกของเราสำหรับการเริ่มต้นเช้าวันนี้ก็คือโคลีเซียมนั่นเอง... คือสงสัยมานานแล้วนะคะว่าตกลงอ่านยังไงแน่ โคลีเซียม โคลอสเซียม พอเปิดเข้าไปดูในวิกิพีเดียก็มีชื่อเรียกที่ไพเราะเรียกแขกเพิ่มขึ้นมาอีกว่า ทวิอัฒจันทร์ฟลาเวียน อลังการดีนะชื่อนี้ งั้น... ขออนุญาตเรียกโคลอสเซียมก็แล้วกันนะคะ เพราะรู้สึกคุ้นหูกว่าน่ะค่ะ เราเดินลงจากรถบัสที่จอดไม่ไกลจากโคลอสเซียมมากนัก ขณะเดินอยู่นั่นก็มีละอองสายฝนโปรยปรายลงมาเบาๆ ได้บรรยากาศดีเหมือนกัน แต่ทำให้วางตัวไม่ถูกนะว่าควรจะกางร่มดีไหม

                เราเห็นโคลอสเซียมอยู่ไกลๆแล้วล่ะค่ะ ก็ใหญ่โตอลังการสมกับที่เคยถูกใช้เป็นสนามประลองยุทธอันเลื่องลือในอดีตมาแล้ว มาพูดถึงตัวโคลอสเซียมกันสักนิดนะคะ ที่นี่เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เริ่มสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสเปเซียนแห่งจักรวรรดิโรมัน และสร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิไททัส ในคริสต์ศตวรรษที่ 1 อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน มีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆในปัจจุบัน ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 10 ปี และเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 โคลอสเซียมได้รับเลือกให้เป็น1 ในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ จากการลงคะแนนทั่วโลกทั้งทางอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ เป็นไงล่ะคะ ศักดิ์ศรีเธอไม่ธรรมดาเลยใช่ไหม

เห็นโคลอสเลียมอยู่ไกลๆแล้วใช่ไหมคะ

มุมใกล้ๆกันบ้าง คนมหาศาลทีเดียว

                อย่างไรก็ตามค่ะ วันนี้เราจะมีไกด์ท้องถิ่นที่ผูกปิ่นโตกับเราตล