ตั้งชื่อให้ฟังดูเท่ๆไปอย่างนั้นเองค่ะ... เอนทรี่นี้จะนำเอาบทความสั้นๆที่พูดถึงตัวภาพยนตร์และความเห็นจากปากของซาโต้ ทาเครุ มาลงให้ได้อ่านกัน แต่ว่าจะเป็นเรื่องราวในภาคแรกเท่านั้นนะคะ ดังนั้นบทความเหล่านี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2012 โน่นแล้ว ถึงจะเก่าไปสักหน่อย แต่ก็อยากเอามาลงให้อ่านเป็นการเรียกน้ำย่อยกันก่อน เพราะว่าแปลเอาไว้ล่วงหน้านานแล้ว เห็นว่ามันน่าสนุกดี จะไม่เอามาลงเลยก็น่าเสียดาย แต่ก็คงจะไม่ได้ยืดยาวอะไรนัก เพราะคาดว่าแฟนๆหลายคนคงจะพอได้ดูภาพยนตร์ภาคแรกกันมาบ้างแล้ว (ถ้ายังก็ลองไปหาดูกันนะคะ แผ่นดีวีดี มีขายอยู่ที่ร้านแมงป่องค่ะ) เอนทรี่หน้าก็จะได้เอาบทความและสัมภาษณ์ของภาคใหม่มาให้ได้อ่านกันเสียที
 
หวังใจไว้ว่าจะได้เอามาลงให้ได้อ่านกันก่อนวันที่ 5 หรือ 6 กันยายน (2557) นี้ เพราะไม่อย่างนั้นต้องรออีกเป็นเดือนค่ะ เพราะข้าพเจ้าจะปฏิบัติธรรมเข้มข้น จึงต้องงดสื่อออนไลน์ทุกชนิด นี่อยากเอามาลงให้ได้อ่านกันก่อนเพราะหนังภาคสองจะฉายต้นเดือนตุลาคมนี้แล้วน่ะค่ะ...
 
*** อยากที่เคยๆบอกกันมา คนแปลไม่หวงเลยถ้าอยากจะนำไปเผยแพร่ ขอแค่นิดเดียวว่าช่วยลงเครดิตพร้อม Hot Link ให้ด้วยก็พอค่ะ ***
 
****************************************
 

สัมภาษณ์ Sato Takeru โดย WOWOW

Rurouni Kenshin ถือเป็นมังกะที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในช่วงยุค 1990 และในที่สุดมังกะเรื่องดังก็ถูกนำมาถ่ายทอดในรูปแบบภาพยนตร์เป็นครั้งแรกเมื่อเข้าฉายที่ญี่ปุ่นในเดือนสิงหาคม ปี 2012 โดยมีนักแสดงหนุ่มซาโต้ ทาเครุ มารับบทเป็นมือสังหารในตำนานที่ปฏิญาณกับตัวเองเอาไว้ว่า เขาจะไม่คร่าชีวิตผู้อื่นอีกต่อไป

สำหรักตัวนักแสดงนำอย่างซาโต้ ทาเครุนั้น เจ้าตัวถึงกับออกปากว่า รู้สึกสนุกกับการถ่ายทำที่มีขึ้นในเมืองเก่าอย่างเกียวโตเป็นอย่างมากแม้ว่าจะต้องใช้เวลาไปกับการถ่ายทำในครั้งนี้ยาวนานถึง 4 เดือนก็ตาม เขามีโอกาสได้ร่วมงานกับผู้กำกับมากฝีมืออย่าง โอโทโมะ เคอิชิ รวมถึงเพื่อนนักแสดงที่เคยร่วมงานกันมาแล้วในภาพยนตร์เรื่อง Ryomaden อีกทั้งยังมีนักแสดงอย่าง อาโอกิ มุเนทากะ ที่กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกัน ก็ยิ่งทำให้บรรยากาศในการถ่ายทำเป็นไปด้วยความราบรื่น แม้ว่าหลายๆฉากที่ถ่ายทำกันนั้นจะยากลำบากอยู่บ้างก็ตาม สำหรับเขาแล้ว ฉากที่ท้าทายและประทับใจมากที่สุดในภาพยนตร์ก็คงจะหนีไม่พ้นฉากการต่อสู้กับ คิคาว่า โจวจิ (ที่รับบทเป็น อุโด จิเนะ นั่นเอง)

เมื่อถูกถามว่ารู้สึกอย่างไรที่ได้รับเลือกให้มารับบทเคนชินในครั้งนี้ ซาโต้เผยว่า เขารู้สึกว่าตัวเองโชคดีมาก และยังบอกด้วยว่า เขาเคยดูเวอร์ชั่นอะนิเมมาก่อนอีกทั้งยังเคยเลียนแบบท่าทางการต่อสู้ของเคนชินกับเพื่อนๆสมัยที่ยังเป็นเด็กมาแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น เขายังฝึกซ้อมฉากการต่อสู้อย่างหนักและพยายามที่จะเลียนแบบการแสดงออกทางสีหน้าและท่าทางของตัวละครที่เป็นทั้งมือสังหารและซามูไรพเนจรเป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน ซาโต้เผยว่าเขารู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่อาจารย์วะทสึกิ (ผู้วาดมังกะ) ชอบบทบาทเคนชินของเขา

ซาโต้ยังถูกถามต่อไปอีกว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีภาคต่อ Kyoto Arc ออกมา (T/N: ถึงวันนี้ก็ทำภาคต่อออกมาเสร็จสมบูรณ์แล้วทั้งสองภาคนะคะ) เจ้าตัวบอกว่าเขาสนุกกับการถ่ายทำหนังภาคแรกเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงหวังเช่นกันว่าจะมีหนังภาคต่อออกมาและหวังว่าแฟนๆจะเรียกร้องให้มีภาคต่อออกมาอีก เมื่อถูกถามถึงความนิยมในมังกะในกลุ่มแฟนๆชาวต่างชาติ นักแสดงหนุ่มหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แฟนๆเหล่านั้นจะชื่นชอบเวอร์ชั่นภาพยนตร์นี้ไม่แพ้กัน อย่างไรก็ตามเขาเองก็ยังคาดเดาไม่ได้ว่าปฏิกิริยาจากแฟนๆต่างชาติที่มีต่อภาพยนตร์จะเป็นอย่างไร ก่อนจะทิ้งท้ายเอาไว้ว่า ถ้าเป็นไปได้ เขาก็อยากจะลองออกไปทำงานต่างประเทศดูบ้างเช่นกัน

ภาพยนตร์ Rurouni Kenshin นั้นมีกำหนดฉายที่ญี่ปุ่นในวันที่ 25 สิงหาคม (2012) โดยจะเปิดฉายรอบพิเศษล่วงหน้าในวันที่ 22, 23 และ 24 สิงหาคม

 

CR: http://rk-club.deviantart.com/journal/WOWOW-Interview-with-Sato-Takeru-318912027

****************************************
 

สัมภาษณ์ ซาโต้ ทาเครุ จาก Oricon.co.jp ว่าด้วยการรับบทนำใน Rurouni Kenshin

1. ทาเครุไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะได้มารับบทเป็น เคนชิน เรื่องของเรื่องก็คือ Ruroken (T/N: ชื่อย่อภาษาญี่ปุ่นของ Rurouni Kenshin ค่ะ) เป็นหนังสือการ์ตูนเรื่องโปรดของเขามาตั้งแต่สมัยเด็กๆ เจ้าตัวก็เลยไม่อยากจะเชื่อว่าวันหนึ่งตัวเองจะได้รับบทเป็นฮีโร่คนโปรด ทาเครุยังบอกด้วยว่า ผู้ชายวัยเดียวกับเขาแทบทุกคนต่างก็ชอบ Ruroken กันทั้งนั้น

2. สิ่งหนึ่งที่ทาเครุชอบมากที่สุดในตัวเคนชินก็คือ เคนชินจะไม่ถือโทษกับเรื่องเลวร้ายใดๆก็ตามที่เกิดขึ้นกับตัวเขา คุณจะมีเรื่องกับเขา ทำให้เขาอับอายขายหน้าหรือดูถูกดูแคลนเขาอย่างไรก็ได้ แต่เขาจะไม่โกรธคุณเลย เคนชินจะโกรธก็ต่อเมื่อคนที่สำคัญในชีวิตเขาถูกทำร้ายนั่นแหละ ทาเครุจึงชื่นชมในคุณสมบัติข้อนี้ของเคนชินเป็นอย่างมาก แต่ไม่ว่านักข่าวคนใดมาสัมภาษณ์และพยายามจะถามว่าเขามีคุณสมบัตินี้เหมือนเคนชินหรือไม่ เจ้าตัวจะตอบปฏิเสธไปเสียทุกครั้ง

3. ทาเครุเล่าว่า ระหว่างการถ่ายทำที่เกียวโต ทีมนักแสดงเคยไปร้านอาหาร โรงหนัง หรือแม้แต่สถานที่ที่มีชื่อเสียงด้วยกันมาแล้ว ทาเครุเคยต้องทานอาหารปริมาณเยอะมากเพราะเขาต้องใช้พลังงานกับการถ่ายทำฉากแอ๊กชั่นไปไม่น้อย แน่นอนว่าในอาหารแต่ละมื้อจะต้องมีเนื้อเป็นอาหารหลักเสมอ ทาเครุจำได้ว่าเพราะเหตุนี้แหละ ทำเอา คากาว่า เทรุยูกิ (รับบทเป็นคันริว) ถึงกับต้องออกปากถามเขาอยู่บ่อยๆว่า “นี่นายยังไม่หยุดสั่งอาหารอีกหรือเนี่ย?!” ด้าน อาโอกิ มุเนทากะ (รับบทเป็นซาโนะ) เองก็กินเก่งพอๆกับทาเครุเหมือนกัน

4. ทาเครุบอกว่าเขารู้สึกประทับใจ ทาเคอิ เอมิ (รับบทเป็นคาโอรุ) เป็นอย่างมาก เพราะเป็นเรื่องยากจะเชื่อว่าเธออายุแค่ 17 ปี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนิสัยใจคอของเธอไม่เหมือนเด็กในวัยเดียวกันเลย อาโออิ ยู (รับบทเป็นเมกุมิ) เองก็คิดเหมือนกันกับเขา ทาเครุคิดว่า พฤติกรรมที่ดูเป็นผู้ใหญ่ของเอมิน่าจะเป็นเพราะการเลี้ยงดูเป็นอย่างดีจากครอบครัวนี่เอง เขายังสังเกตด้วยว่า เอมิทุ่มเทตั้งใจเป็นอย่างมากที่จะซ้อมการเคลื่อนไหวของตัวเองแบบซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

5. เทเครุแอบเปิดเผยเรื่องฮาๆเกี่ยวกับการแสดงของเอมิด้วยว่า เวลาที่เธอ... ยกตัวอย่างเช่นจะมองไปที่ใดที่หนึ่ง แทนที่จะแค่หมุนคอ แต่เธอจะหมุนทั้งตัวกันเลยทีเดียว นอกจากนี้เธอยังออกจะทำอะไรเยอะเกินไปนิดนึงด้วย ซึ่งเรื่องนี้ ทาเครุแอบปิดท้ายด้วยว่ามันกลับทำให้เธอดูน่ารักมากขึ้นไปอีก

6. เมื่อถูกถามว่าเขาชอบผู้หญิงแบบไหนระหว่าง คาโอรุ และ เมกุมิ หนุ่มทาเครุตอบแบบไม่ลังเลเลยว่า คาโอรุเป็นผู้หญิงแบบที่ชอบ เขาตกหลุมรักเธอมาตั้งแต่ตอนที่อ่านการ์ตูนเรื่องนี้ครั้งแรกแล้วด้วยซ้ำ สิ่งที่ทำให้เธอมีเสน่ห์ในสายตาของทาเครุก็คือ คุณสมบัติแบบที่เรียกว่า “ซึนเดเระ” นั่นเอง เป็นต้นว่า ภายใต้บุคลิกนักดาบหญิงผู้มุ่งมั่นกลับซ่อนบุคลิกแบบเด็กสาวที่จิตใจไม่ค่อยมั่นคงเอาไว้ด้วย ทาเครุบอกว่าลักษณะตัวละครผู้หญิงแบบนี้ (ซึ่งมีเยอะในหนังสือการ์ตูน) เป็นแบบที่เขาชอบมากอยู่แล้ว ดังนั้นการที่ได้มารับบทเคนชินต่อหน้าตัวละครแบบที่เขาชอบจึงถือเป็นความสมใจอย่างหนึ่งของเขาเลยก็ว่าได้

7. ทาเครุบอกว่า อาโออิ ยู เองก็ได้รับบทบาทที่มีเสน่ห์มากไม่แพ้กัน นั่นก็คือบทของหญิงสาวที่มีเสน่ห์ชวนหลงใหลชนิดที่ทำให้ใครต่อใครลุ่มหลง แน่นอนว่าทาเครุถึงกับทึ่งกับความเป็นนักแสดงที่มีฝีมือของเธอ นอกจากนี้เขายังรู้สึกประทับใจกับความทุ่มเทในการรับบทนี้ของเธอมากด้วย ตอนแรกเธอถึงกับจะถอนขนคิ้วตามคาแร็กเตอร์ของเมกุมิเลยด้วยซ้ำ แต่ทีมงานห้ามเอาไว้และใช้วิธีย้อมขนคิ้วให้เป็นสีอ่อนลงแทน ทาเครุคิดว่า ยูเป็นคนสร้างสีสันให้ตัวละครเมกุมิให้มีความน่าสนใจใหม่ๆมากขึ้น

8. หนึ่งในความทรงจำดีๆจากการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้สำหรับทาเครุก็คือฉากที่ไซโต้ใช้เทคนิคจับดาบแบบ Gatotsu ในฐานะที่เป็นแฟนตัวยงของ Ruroken ทำเอาทาเครุรู้สึกปลาบปลื้มกับลักษณะเฉพาะอันนี้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ทาเครุยังเห็นว่า บทคันริวของเทรุยูกินั้นน่าทึ่งอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าเสริมส้น ฟันปลอม รวมถึงแว่นตาที่มักจะกดแน่นอยู่บนจมูกนั่น ทำเอาเขากลายเป็นคนละคนไปเลย

 

CR: http://kateviardo.tumblr.com/post/28633311248/sato-takeru-interview-from-oricon-co-jp-translation

Comment

Comment:

Tweet

#1 By (171.100.192.40|171.100.192.40) on 2015-01-13 16:45