Sato Takeru in SMAPxSMAP

posted on 01 Feb 2015 13:25 by fingers-crossed in SatoTakeru directory Entertainment

(รายการออกอากาศเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2014 ช่วงโปรโมตละครเรื่อง Bitter Blood กับคุณวาตานาเบะ อัตสึโร่)

Note: Stephany เจ้าของงานแปลชิ้นนี้ ออกตัวไว้นะคะว่า คงจะไม่แปลบทสนทนาทั้งหมด เพราะมันยิบย่อยมาก และหนักไปทางเรื่องอาหารการกิน เธอจึงเลือกแปลช่วงสนทนาที่นากาอิพิธีกรพูดคุยกับทาเครุ ซึ่งไม่ยาวนัก แต่มันน่ารักตรง พี่นากาอิ แกชมทาเครุไม่หยุดปากเลยล่ะค่ะ อย่างไรก็ตาม รายการนี้ข้าพเจ้าดูมาหลายรอบแล้วก็พอจะฟังออกอยู่บ้าง ก็เลยอาจจะหยิบเรื่องนั้นเรื่องนี้ที่ทุกคนพูดคุยกันมาแชร์ให้ได้อ่านเป็นระยะก็แล้วกันนะคะ

ใครที่อยากจะดูรายการ SMAPxSMAP ช่วง Bistro ที่ทาเครุกับคุณอัตสึโรไปออก ก็ตาม link นี้เข้าไปดูได้เลยค่ะ

https://www.youtube.com/watch?v=9kWqdLuPaSU

*** สำหรับใครที่อยากจะนำบทความนี้ไปเผยแพร่ เจ้าของบล็อกไม่มีปัญหาแต่อย่างใด สามารถนำออกไปได้เลย ขอแค่ลงเครดิตและลง Hot Link ให้ด้วยก็พอค่ะ

***********************************

T/N: สำหรับการมาออกรายการในคราวนี้นะคะ ทั้งทาเครุและคุณอัตสึโร่ออเดอร์เมนูแกงกะหรี่ที่ไม่ใช่ข้าวแกงกะหรี่ค่ะ ซึ่งถ้าสังเกตดีๆ ทาเครุหน้าตาจะฟินมาก เพราะเจ้าตัวชอบกินอย่างยิ่งยวด แถมเป็นคนที่กินอะไรก็ดูเอร็ดอร่อยไปหมดชียวล่ะค่ะ

ช่วงต้นรายการ นากาอิก็ถามถึงเรื่องละครเรื่อง Bitter Blood ที่ทาเครุบอกว่าเป็นครั้งแรกที่มารับบทลักษณะนี้แถมละครยังเป็นแนวคอเมดี้อีกต่างหาก แล้วละครเรื่องนี้นะคะเจ้าของบล็อกได้ดูตั้งแต่ต้นจนจบเลยขอบอก เพราะตามปกติเป็นคนไม่ดูละครญี่ปุ่น หรือเกาหลี หรือแม้แต่ไทย เพราะ... ขี้เกียจดูค่ะ แต่นี่ดูเพราะนอกจากทาเครุจะเล่นด้วยแล้วแนวมันก็เบาสมองเอาฮาด้วยนั่นแหละ แถมทั้งทาเครุทั้งคุณอัตสึโร่ก็เล่นเข้าขากันสุดๆ เวลาพูดคุยทะเลาะกันแต่ละที อดสงสัยไม่ได้จริงๆว่า นี่เขาเล่นตามบทหรือนอกบทกันเนี่ย แลดูเป็นธรรมชาติเกิ๊น ซึ่งพอได้มาดูเบื้องหลังรวมถึงบทสัมภาษณ์ต่างๆถึงได้รู้ว่า อีละครเรื่องนี้ทีมนักแสดงขยันนอกบทกันเป็นที่สนานใจ แล้วก็ถูกเอามาใช้ทั้งอย่างนั้นแหละอยู่บ่อยครั้งทีเดียว บางทีก็ปล่อยมุกกันแบบไม่ได้เกรงใจอีกฝ่ายจนทำเอาหลุดคัทอยู่บ่อยๆ แอดลิปกันตามใจตัวเองกันเหลือเกิน นับเป็นกองถ่ายที่ฮาแตกและวายป่วงเอาการเชียวล่ะ

ทาเครุยังพูดถึงตอนเข้าวงการช่วงแรกๆด้วยค่ะว่า เข้ามาตอนอยู่ม.ปลายปี 2 (ก็คือ ม.5 บ้านเรา) เริ่มทำงานจริงๆก็ ปี 3 แล้ว แต่ผลงานที่เรียกว่าเป็นการเปิดตัวให้เขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นก็คือ Rookies ที่ฉายเมื่อปี 2008 ส่วนคุณอัตสึโร่น่ะ แกเริ่มเดบิวต์เมื่อตอนที่อายุ 21 ปีค่ะ

บทความที่นำมาแปลนี้จะเริ่มตั้งแต่นาที 6:30 เป็นต้นไป


นากาอิ: คุณเข้าวงการบันเทิงมาได้ยังไง

ทาเครุ: ผมถูกพบโดยแมวมองตอนอยู่ม.ปลาย ปี 2 ครับ เป็นความบังเอิญจริงๆ

นากาอิ: ตอนนั้นอยู่ที่ไหน

ทาเครุ: ฮาราจูกุครับ

นากาอิ: หา! ผู้ชายนี่ก็มีแมวมองด้วยเหมือนกันหรือ

[ทาเครุทำท่าเหมือนกับจะยืนยันว่าน่าแปลกใจใช่ไหมล่ะครับ]

ทาเครุ: ผมเองก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันเป๊ะเลย

นากาอิ: คือผมหมายถึง ถ้าบอกว่าเด็กผู้หญิงถูกแมวมองมาเจอตัวเข้าแบบนั้นยังดูเป็นเรื่องปกติมากกว่าถูกไหม

ทาเครุ: ถูกต้องครับ

นากาอิ: อย่างเวลาที่พวกเขาไปเดินเที่ยวกันแถวฮาราจูกุหรือชิบุย่าอย่างนี้ แต่ไม่เคยได้ยินเรื่องแมวมองที่มองหาเด็กหนุ่มมาก่อนเลย

ทาเครุ: ใช่ครับ ผมก็บอกกับแมวมองที่เข้ามาคุยกับผมไปแบบนั้นเหมือนกัน ประมาณว่า “แสดงว่าผู้ชายก็ถูกพบโดยแมวมองได้เหมือนกันสินะ”

นากาอิ: แล้วคุณไม่นึกสงสัยบางหรือไง แบบว่ามีแอบระแวงอะไรแบบนั้นบ้างไหม

ทาเครุ: แต่สุดท้าย ผมก็ได้เข้ามาอยู่บริษัทที่ชื่อ Amuse แล้วนี่ครับ

นากาอิ: นั่นสิ นั่นสิ

ทาเครุ: คือพอดีตอนนั้นผมก็บังเอิญรู้อยู่บ้างว่ามาบริษัทแบบนี้อยู่จริงๆ

นากาอิ: อ๋อ อย่างนี้เอง

ทาเครุ: ผมรู้จัก Amuse เท่าๆกับที่รู้ว่ามีบริษัท Johnny’s อยู่น่ะครับ

นากาอิ: โอ้ คุณรู้จักด้วยหรือ (หัวเราะชอบใจ) แล้วได้เดบิวต์ทันทีเลยหรือเปล่า

ทาเครุ: ผมเดบิวต์ตอนอยู่ ม.ปลาย ปี 3 แล้วครับ

นากาอิ: อย่างนั้นหรือ ตอนนี้อายุเท่าไหร่แล้ว

ทาเครุ: ผมอายุ 25 ปีครับ

นากาอิ: คุณต้องเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆแน่ๆเลยใช่ไหม

ทาเครุ: ผมไม่ได้เป็นที่นิยมอะไรเลยครับ (T/N: แต่หน้าตาตอนตอบนี่ดูสบายๆมากทีเดียวค่ะ)

นากาอิ: บ้าหรือเปล่า ไม่มีทางหรอกที่คุณจะไม่เป็นที่นิยมเลยน่ะ (นากาอิหันไปหาคุณวาตานาเบะ อัตสึโรทันที) เขาออกจะเป็นที่ชื่นชอบใช่ไหมครับ

อัตสึโร่: เขาเป็นคนนิ่งๆครับ แล้วก็เป็นคนที่นิสัยดีมาก

นากาอิ: เขาไม่ใช่พวกที่ชอบเล่นไปเรื่อยเปื่อยนะ แล้วก็มักจะดูนิ่งๆแบบนี้เสมอเลย

อัตสึโร่: ใช่ครับ

นากาอิ: แล้วเขาก็ยังหน้าตาดีด้วยใช่ไหม แล้วยังเป็นนักแสดงด้วย คือถ้ามีคุณสมบัติขนาดนี้แล้วยังไม่เป็นที่นิยม แล้วใครกันจะเป็นที่นิยมได้อีก

อัตสึโร่: (หัวเราะชอบใจ)

นากาอิ: แถมยังเป็นคนที่ยิ้มได้น่ารักสุดๆอีกต่างหาก

(ทุกคนในห้องส่งหัวเราะชอบใจ)

Stephany เธอแปลมาเท่านี้ล่ะค่ะ อย่างไรก็ตาม การพูดคุยก็ยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ถึงได้รู้ว่าคุณอัตสึโร่น่ะอายุ 45 ปีแล้ว หลังจากนั้นค่ะ สองหนุ่มต่างวัยก็เดินลงมาพูดคุยกับเชฟทั้ง 4 คน คราวนี้มีการตอบคำถามกันนิดหน่อย ทำนองว่าตัวอย่างที่ยกมาต่อไปนี้ แบบไหนในความเห็นของแต่ละคนที่เรียกได้ว่าเป็นผู้ชายที่เท่ แบบไหนที่เรียกว่าไม่เท่บ้าง เฉพาะของทาเครุนี่ กรณีผู้ชายที่ถือกระเป๋าให้ผู้หญิง เจ้าตัวบอกว่าเป็นพฤติกรรมที่เท่ดี คำตอบเหมือนกับคุณอัตสึโร่เลยค่ะ อีกกรณีนี่ฮามาก คือผู้ชายที่กินเบนโตะทีสองอันนี่เท่ไหม เรียกว่าไม่ต้องรอให้ทาเครุยกป้ายก็ทายได้แล้วว่าทาเครุต้องบอกว่าเท่ พ่อรักการกินเป็นชีวิตจิตใจขนาดนี้นะคะ อีกกรณีอันนี้ฮาดีเหมอืนกัน คือนิตยสารของญี่ปุ่นบางฉบับเค้าจะเย็บหน้าติดกันไว้ เหมือนกันว่าจะเปิดดูได้ก็ต้องซื้อไปแล้วใช้มีดตัดหน้าพวกนั้นดูเอาเอง แต่มันก็จะมีคนที่ความพยายามสูงมากซึ่งพยายามจะแหวกหน้าที่เค้าเย็บติดกันเอาไว้น่ะ ดูให้ได้ว่ามันมีอะไรในนั้นในขณะที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ส่วนตัวอะไร (อย่างไรก็ตาม ฉันฟังได้ไม่หมดหรอกค่ะ มันน่าจะมีรายละเอียดมากกว่านี้ แต่ฟังไม่ออกนะคะ) อันนี้ทาเครุบอกว่าเท่ดีเฉยเลย

อีกช่วงนึง ในรายการให้ทาเครุเลือกค่ะว่า ใครคนใดในรายการ ทั้งเชฟ รวมถึงคุณอัตสึโร่ด้วยว่า ใครที่ทาเครุอยากจะให้มาเป็นพี่ชายมากที่สุด โดยมีคำถามให้ทุกคนเขียนตอบคือ ในวันหยุด คุณจะขับรถพาทาเครุไปเที่ยวที่ไหนดี โดยคนที่ตอบได้โดนใจที่สุดก็คือชินโงค่ะ เพราะทาเครุอยากไปร้านโซบะแล้วก็อยากจะไปแวะดื่มด้วย คำตอบของชินโงจึงโดนใจที่สุด

ช่วงชิมอาหารนี่บอกเลยนะคะว่า น่ากินมาก ขออนุญาตไม่เล่ารายละเอียดว่าเชฟทั้ง 4 คนทำอะไรให้ทาเครุกับกับคุณอัตสึโร่กินบ้าง เพราะมันเยอะและอลังการมาก แต่ที่อยากให้ดูคือหน้าตาของเทเครุเวลากิน ฟินไปจนถึงศตวรรษหน้ากันเลยทีเดียว เมนูแรกนี่กินๆไปถึงขนาดออกปากว่านี่เป็นอุด้งแกงกะหรี่ที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาเลยก็ว่าได้ ส่วนเมนูที่สองนี่เป็นแนวพาสต้าแกงกะหรี่ ใครจะคุยกันก็คุยไป ทาเครุของเรานั่งกินอย่างมีความสุข แบบกินได้เรื่อยๆ กินจนหมดนั่นล่ะค่ะ ขนาดคุณอัตสึโร่ยังออกปากเลยว่า ทาเครุกินเก่งมาก เจริญอาหารมาก เอาจริงๆทั้งสองเมนูก็คงอร่อยถูกใจทาเครุมากนั่นล่ะค่ะ แต่สุดท้ายก็ต้องเลือกแค่เมนูใดเมนูนึงเท่านั้น ซึ่งทั้งทาเครุและคุณอัตสึโร่เลือกทีมของโกโร่และชินโงที่ทำอุด้งแกงกะหรี่เซ็ตออกมาค่ะ

และของรางวัลที่ทั้งคู่นำมามอบให้กับทีมผู้ชนะที่ก็คือเนกไท ซึ่งในละครรวมถึงช่วงของการโปรโมท ทั้งคู่ต้องใส่สูทผูกไทกันตลอดเวลานั่นเอง

หวังว่าจะได้รับความเพลินเพลินจากรายการ SMAPxSMAP ในตอนนี้กันนะคะ หรือถ้าใครชอบขนาดจะไปหาละคร Bitter Blood มาดูก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ ละครสนุกมากและแอบซึ้งในหลายๆตอน แต่ออกแนวฮาๆมากกว่า ปกติทาเครุไม่ค่อยได้รับบททำนองนี้ บทคอเมดี้นี่เรียกว่าไม่ใช่จะหากันดูได้บ่อยนัก เพราะเจ้าตัวชอบรับบทดราม่าหนักๆ ไม่ก็แอ็กชั่นพะบู๊ไปโน่นเลย ก็อยากให้ลองติดตามกันดูค่ะ

Credit: http://holdman.tumblr.com/

Special Thanks: Stephany 310

 

 

Comment

Comment:

Tweet