J-POP

ก่อนหน้านี้สักสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา จะเรียกว่าเป็นวิกฤติทางหน้าที่การงานก็คงไม่ผิดนัก... มีงานนี่ไม่ใช่ไม่ดีนะคะ ดีมากๆแหละ แต่งานที่ทำอยู่มันดึงเอาพลังชีวิตฉันไปหมดสิ้นชนิดร่างแหลกสลายยาวนานทีเดียว กว่าจะฟื้นกลับมาได้ เพราะงานที่ทำนอกจากจะต้องใช้แรงกายแล้ว ยังต้องใช้แรงสมองในการแก้ไขปัญหาตลอดเวลาอีกด้วย อะไรก็ไม่เท่ามันอดหลับอดนอนด้วยนี่แหละ แหม้... ไม่ป่วยไปนี่ก็ต้องเรียกว่าอึดมากแล้วนะ

 

แต่ช่วงเวลาที่ทำงานนั้น เมื่อไหร่ที่ได้ขึ้นรถล่ะก็ ฉันจะเปิด CD แผ่นนึงฟังอยู่ตลอดเวลาเลยล่ะ คืออย่างนี้นะคะ ธรรมชาติการฟังเพลงของฉันเนี่ย ถ้าชอบเพลงไหน หรืออัลบั้มอะไร ฉันก็จะฟังของฉันซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้นแหละ และ CD อัลบั้มแผ่นที่ว่านั่นก็ถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ฟังซ้ำแบบไม่เกรงใจนี้ไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย

 

ฉันกำลังพูดถึง อัลบั้ม Acoustic & Dining ของศิลปินดูโอ้ชาวญี่ปุ่น Depapepe ค่ะ ปกติฉันเป็นแฟนเพลงของสองมือกีตาร์ดูโอ้คู่นี้อยู่แล้ว เรียกว่าฟังเพลงกันมาตั้งแต่อัลบั้มแรกๆของวงเลยด้วยซ้ำ ถึงขนาดว่าเคยได้สัมภาษณ์ พูดคุย ดูแลและร่วมโต๊ะอาหารเดียวกันมาแล้วนั่นแหละค่ะ

 

สมาชิกในวงประกอบด้วย Miura Takuya ฉายา Depa ที่แปลว่า ‘เหยิน’ และหนุ่ม Tokuoka Yoshinari ที่น่าจะอยากให้ชื่อวงมีอะไรมากกว่าแค่ Depa สั้นๆ พี่แกเลยขอเป็นส่วน pepe ที่ไม่มีความหมายเองก็ได้ (วะ) แหะ แหะ... ก็ไม่เชิงค่ะ แต่พอดีวงเก่าของคุณ Tokuoka ชื่อ Derupepe แกก็เลยเห็นช่องทางที่แสนครีเอทีฟ จึงเกิดเป็นศิลปินที่ชื่อ Depapepe ขึ้นด้วยประกาลฉะนี้ล่ะค่ะ

 

ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนมีผลงานอินดี้ออกมาแล้วนะคะ มาเมเจอร์เดบิวต์จริงๆก็เมื่อปี 2005 ที่ผ่านมานี้ด้วยอัลบั้มที่ใช้ชื่อว่า Let’s Go!!! ใครที่เป็นแฟนสองหนุ่มนี้ คงจะคุ้นหูกันดีกับสำเนียงกีตาร์ที่ฟังแล้วสดใสเป็นบ้า ฟังแล้วรู้เลยล่ะค่ะว่านี่แหละซาวนด์แบบ Depapepe เพราะมันมีเอกลักษณ์มากจริงๆ

 

จำได้ว่า เมื่อตอนที่มีโอกาสได้สัมภาษณ์พูดคุยกับสองหนุ่ม เคยถามไปเหมือนกันนะว่า เคยคิดอยากจะแต่งเพลงที่มีคนมาร้องให้ด้วยไหม ตอนนั้น (เมื่อหลายปีมาแล้ว) ทั้งคู่มองหน้ากันแล้วก็บอกว่า ไม่คิด เพราะเสียงกีตาร์ของพวกเขาก็เป็นเหมือนเสียงร้องและเสียงดนตรีในตัวเองอยู่แล้ว ฉันเองก็พลอยนึกไม่ออกไปด้วยเหมือนกันว่า เพลงของ Depapepe ที่มีเนื้อร้องมันจะเป็นอย่างไรหนอ

 

จนกระทั่งเมื่อคราวที่สองหนุ่มมือกีตาร์คู่นี้ ตกปากรับคำมาร่วมเล่นดนตรีกับสองหนุ่มดูโอ้ที่ก็โด่งดังไม่แพ้กันอย่าง Singular แล้วยอมให้ใส่เนื้อเพลงไทยในเพลง Some Other Day ใรงานเทศกาลดนตรีงานหนึ่งนั่นแหละ ถึงได้รู้สึกว่ามันช่างลงตัวยิ่งนัก น้องนัทก็คงจะปลาบปลื้มดีอยู่ที่ได้ร่วมงานกับมือกีตาร์มากฝีมือจากญี่ปุ่น ฝ่ายน้องซินก็คงจะฟินไม่ใช่น้อยเพราะว่าได้แต่งเนื้อไทยเองยังไม่พอ ยังได้ร้องเพลงกับดนตรีของ Depapepe เสียด้วย (รายนี้คอเพลงญี่ปุ่นพอตัวทีเดียว) เอาไปเล่นในงานเทศกาลดนตรีก็เพราะเหลือใจจนต้องเอามาใส่รวมไว้ในอัลบั้มด้วยเสียเลย ก็เป็นที่ปลื้มปริ่มสิคะ
 
จนกระทั่งมาถึงอัลบั้มชุดใหม่ของ Depapepe ที่เพิ่งวางจำหน่ายในบ้านเราไปไม่กี่เดือนมานี้เอง อัลบั้ม Acoutic & Dining เป็นอัลบั้มที่มีคอนเซ็ปต์ชัดเจนและน่าสนใจดี เพราะว่าแต่ละเพลงนั้นเป็นเหมือนตัวแทนเมนูอาหารที่แตกต่างกันไปหลากหลายชาติ หลายหลากรูปแบบ ใครที่ซื้อ CD อัลบั้มชุดนี้คงได้เปิดเข้าไปดูบุ๊กเล็ตกันบ้างแล้ว ฉันชอบมากเลยล่ะค่ะ

 

และแน่นอน จะพลาดเพลง Share My World ไปได้ยังไง เพลงนี้เป็นเพลงเดียวในอัลบั้มที่มีนักร้องค่ะ หนนี้เนื้อเพลงเป็นภาษาอังกฤษล้วนๆ ผลงานการแต่งของคุณเล็ก ฮิวโก้ นั่นเองไม่ใช่ใครที่ไหน ตอนที่ฟังอินโทรขึ้นมาครั้งแรกยังมีคิด แหม เพลงคึกคักร่าเริงดีแท้ๆ เราจะไม่ค่อยได้ยินซินร้องเพลงแบบนี้บ่อยๆน่ะค่ะ ก็เลยรอฟัง พอฟังจบ โอโห... ไม่ผิดหวังนะ เพราะว่าแจ่มทั้งภาคดนตรีและภาคการร้องทีเดียว สำหรับคนที่ติดตามฟังเพลงของ Singular มาโดยตลอด เพลง Share My World นี่เหมือนเพลงที่ทำให้ซินได้ปล่อยของจริงๆ มีเทคนิคการร้องอะไรหลายๆแบบที่เราจะไม่ค่อยได้ยินกันบ่อยนักในงานของ Singular ถือว่าเป็นเพลงที่ฟังเพลิน ฟังเพราะ และเรียกรอยยิ้มได้ตลอดทั้งเพลงล่ะค่ะ แหม... ฟังแล้วอยากจะไปทะเลกันมันเดี๋ยวนั้นเลย

 

พอฟังเพลงนี้บ่อยเข้า ก็ถึงแก่เวลาที่จะมานั่งทัศนาดูเนื้อเพลงอย่างละเอียดเสียที ยิ่งโดนหนักค่ะ... อยากจะบอกว่าคุณเล็ก แต่งเพลงนี้ออกมาได้น่ารักอย่างรุนแรง บวกกับเสียงร้องที่นุ่มนวลชวนเคลิ้มที่ติดจะขี้เล่นหน่อยๆของซินเข้าไป เลยอดไม่ได้... ฉันก็เลยลองหยิบมาแปลดูเล่นๆเอามันดูสักที ก็เลยขอเลือกใช้ภาษาน่ารักเป็นกันเองไปเลยก็แล้วกัน ซึ่งเป็นการประเมินจากดนตรีและฟีลของเพลงด้วยความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆล่ะค่ะ ใครอ่านแล้วชอบอกชอบใจ ก็อย่าถึงกับนำไปเป็นสรณะว่า คำแปลต่อไปนี้ต้องถูกที่สุดเลยนะคะ ถือว่าอ่านเอาเพลินๆกันสนุกๆดีกว่า...

 

Share My World

DEPAPEPE feat. Sin Singular

 

เห็นเธอที่สถานี สายฝนก็โปรยปรายลงบนทางเท้า

ไม่มีใครรอคอยอยู่ที่บ้านเลยจริงๆหรือ

คนอื่นอาจจะบอกว่าฉันบ้าหรือเปล่าเพราะดูทำตัวสบายๆเหลือเกิน

แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่า ฉันมีอะไรที่อยากจะแสดงออกมาอีกตั้งเยอะ

เฝ้าฝันถึงเธอที่นั่งรถไฟแบบนั้นตลอดเวลา

แต่นั่งอยู่คนเดียวแบบนั้นมันดูไม่ใช่นะ

ฉันได้เห็นว่าเธอทำงานหนักมากแค่ไหน ต้องยุ่งกับอะไรบ้าง

แทบไม่มีเวลาเหลือเลย จนกว่าจะค่ำแล้วนั่นล่ะ

 

แต่ภายใต้ท้องฟ้าที่มีแสงจันทร์ และเสียงคลื่นกระทบฝั่งแบบนี้ ฉันรู้สึกดีจัง

บอกฉันมาเถอะว่าเธออยากจะทำอะไร หรืออยากจะไปที่ไหน

ฉันจะเป็นคนพาเธอไปยังที่ที่มีเสียงเพลงนั่นเอง

ให้หลีกหนีไปจากผู้คน ลั้ลลาภายใต้แสงอาทิตย์ แล้วก็ไปสนุกด้วยกัน

 

ก็แค่ปล่อยมันไป... ตอนนี้ฉันรู้แล้ว

ว่าเธออยากจะมีเวลาอีกสักหน่อยก่อนจะตัดสินใจ

แต่ฉันอดทนได้เสมอล่ะที่รัก เมื่อไรที่เธอพร้อม

ก็มาร่วมแบ่งปันโลกของฉันไปด้วยกัน

อ้าว... ไม่รู้หรอกหรือ ตอนนี้ฉันเป็นของเธอแล้วนะ

ฉันให้เวลาทั้งหมดที่มีแก่เธอได้เลย หมดทั้งหัวใจที่เต็มไปด้วยความรักนี่แหละ

ดังนั้นที่ฉันคิดเอาไว้นะหวานใจ เธอพร้อมเมื่อไร

ก็แค่มาอยู่ข้างๆฉัน แค่นั้นเราก็จะได้เป็นตัวเองในที่สุด

 

อย่าได้รีรอเลย หมดเวลารอแบบไม่มีจุดหมายแล้วล่ะ

มาใช้เวลาที่มีร่วมกันจนกว่าโลกจะแตกสลายดีกว่า

เราควรจะได้อยู่ด้วยกันนะ ช่วงเวลานี้แหละที่จะมีแต่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ

มาเถอะน่า อย่าทำฉันใจสลายเลย

 

เพราะภายใต้ท้องฟ้าที่มีแสงจันทร์ และเสียงคลื่นกระทบฝั่งแบบนี้ ฉันรู้สึก ‘สบาย’ ดีจริง

บอกฉันมาเถอะว่าเธออยากจะทำอะไร หรืออยากจะไปที่ไหน

ฉันจะเป็นคนพาเธอไปยังที่ที่มีเสียงเพลงนั่นเอง

ให้หลีกหนีไปจากผู้คน ลั้ลลาภายใต้แสงอาทิตย์ แล้วก็ไปสนุกด้วยกัน

 

ก็แค่ปล่อยมันไป ตอนนี้ฉันรู้แล้ว

ว่าเธออยากจะมีเวลาอีกสักหน่อยก่อนจะตัดสินใจ

แต่ฉันอดทนได้เสมอล่ะที่รัก เมื่อไรที่เธอพร้อม

ก็มาร่วมแบ่งปันโลกของฉันไปด้วยกัน

อ้าว... ไม่รู้หรอกหรือ ตอนนี้ฉันเป็นของเธอแล้วนะ

ฉันให้เวลาทั้งหมดที่มีแก่เธอได้เลย หมดทั้งหัวใจที่เต็มไปด้วยความรักนี่แหละ

ดังนั้นที่ฉันคิดเอาไว้นะหวานใจ เธอพร้อมเมื่อไร

ก็แค่มาอยู่ข้างๆฉัน แค่นั้นเราก็จะได้เป็นตัวเองในที่สุด

 

ไม่รู้เธอจะเข้าใจอะไรในฉันบ้างรึเปล่า
WAKARIAERU KOKORO SHINJITE MITAI

 

ก็แค่ปล่อยมันไป ตอนนี้ฉันรู้แล้ว

ว่าเธออยากจะมีเวลาอีกสักหน่อยก่อนจะตัดสินใจ

แต่ฉันอดทนได้เสมอล่ะที่รัก เมื่อไรที่เธอพร้อม

ก็มาร่วมแบ่งปันโลกของฉันไปด้วยกัน

อ้าว... ไม่รู้หรอกหรือ ตอนนี้ฉันเป็นของเธอแล้วนะ

ฉันให้เวลาทั้งหมดที่มีแก่เธอได้เลย หมดทั้งหัวใจที่เต็มไปด้วยความรักนี่แหละ

ดังนั้นที่ฉันคิดเอาไว้นะหวานใจ เธอพร้อมเมื่อไร

ก็แค่มาอยู่ข้างๆฉัน แค่นั้นเราก็จะได้เป็นตัวเองในที่สุด

เป็นไงคะ เนื้อเพลงลั้ลลาดีนะว่าไหม... เพลงนี้โยกกันได้แบบเพลินๆค่ะ สนุกและสดใสดี ที่ประทับใจอีกอย่างก็คือมันไม่ได้มีแค่ภาษาอังกฤษ มันมีทั้งภาษาไทย และภาษาญี่ปุ่นด้ย ท่อนภาษาญี่ปุ่นนั่น หายห่วงค่ะ ซินร้องได้ดี สำเนียงก็ดีเลยล่ะ เพราะพ่อเจ้าประคุณเธอมาสาย J-Pop อยู่แล้ว ก็เลยชำนาญพอตัวอย่างที่บอก

 

ก่อนหน้านี้ก็มีโอกาสได้เจอตัวซินแล้วก็ได้ถามไถ่ถึงโปรเจ็กต์นี้อยู่ค่ะ ว่าเป็นมาอย่างไร น้องบอกว่าก็ทางโน้นเค้าติดต่อมาว่าอยากจะให้ร้องเพลงให้เพลงหนึ่ง ก็คือเพลงนี้นี่แหละ โดยทาง Depapepe จะส่งดนตรีมาให้ฟัง โดยทางเราจะทำหน้าที่แต่งเนื้อร้อง และซินก็ร้องส่งกลับไปให้อีกที ก็ออกมาเป็นเพลง Share My World อย่างที่ทุกคนได้ฟังกันไปนั่นแหละค่ะ

 

แล้วสำหรับคนที่เป็นทั้ง Depapepe และ Singular นะคะ ณ ตอนนี้ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ประมาณเดือนมีนาคม ปี 2013 นี้ จะมีคอนเสิร์ตของวง Depapepe ในเมืองไทยนะคะ งานนี้หนุ่มซินก็ได้ไปเป็นแขกรับเชิญให้ด้วยเช่นกัน ใครที่ชื่นชอบผลงานของทั้งสองศิลปิน ก็อยากจะให้ไปดูกันจริงๆ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายๆนะคะที่ศิลปินจากญี่ปุ่นจะบินมาเปิดการแสดงถึงที่นี่ แถมงานนี้มีศิลปินไทยไปเป็นแขกรับเชิญด้วย น่าจะเป็นคอนเสิร์ตที่น่าดูอีกคอนเสิร์ตหนึ่งเลยทีเดียวล่ะค่ะ

 

เอนทรี่นี้ตั้งใจที่จะเขียนถึงเพลงนี้โดยเฉพาะค่ะ เพราะเป็นเพลงที่หลอนอยู่ในหัวมาหลายสัปดาห์แล้ว ทุกวันนี้ขับรถไปไหนมาไหนก็ยังเปิดฟังอยู่นั่น เหมือนโดนสะกดจิตเบาๆ ^^ ใครที่ชอบฟังเพลงแนวนี้ก็ลองไปหาฟังกันดูนะคะ ฟังแล้วถ้าชอบก็อย่าลืมอุดหนุนศิลปินกันค่ะ