LifeAround

19 มิถุนายน 2555

                เพื่อที่จะกันข้อครหาว่า เจ้าของบล็อกไม่ค่อยเข้ามาอัปอะไร เป็นเพราะแมงกระพรุนไฟจริงหรือเปล่า หรือแค่แอ๊บไม่อยากเขียนเลยหาข้ออ้าง... ฉันก็เลยตัดสินใจเขียนเล่าประสบการณ์ครั้งหนึ่งและขอให้เป็นครั้งเดียวในชีวิตก็พอ ให้ได้อ่านพร้อมกับโชว์พัฒนาการการบาดเจ็บให้เห็นกันเสียเลยดีกว่า ... แหะ แหะ เปล่าหรอกค่ะ คนเขียนล้อเล่น... ที่เขียนนี่ไม่ใช่เพราะจะมากันข้อครหาอะไรนั่นหรอก แหม... จริงๆรู้สึกผิดนะคะที่รับปากเอาไว้ว่าจะมารีวิวเก็บตกงาน Bang Awards ให้ได้อ่านกันอย่างละเอียดแท้ๆ แต่กลับทำไมได้ เพราะอุบัติเหตุไม่คาดฝันครั้งนี้นี่แหละ

                ไหนๆก็โดนจัดหนักขนาดนี้แล้ว รูปก็มีถ่ายเก็บเอาไว้บ้าง อาจจะไม่ต่อเนื่อง แต่ก็ถือเป็นวิทยาทาน (แบบกระท่อนกระแท่น) เผื่อใครที่ชอบไปเที่ยวทะเลจะได้ระมัดระวังเอาไว้ก็ดี จะได้ไม่เป็นเหมือนฉัน เพราะตอนโดนมันไม่สนุกเลยจริงๆนะเออ ก็อย่างที่ทราบนั่นแหละค่ะว่า เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา ฉันไปงาน Bang มา โดยวันที่ 31 ฉันวางแผนล่วงหน้าเอาไว้นานเป็นสัปดาห์ว่าจะไปหัวหิน กะว่าไปคราวนี้พักรีสอร์ตสวย มีสระว่ายน้ำน่าเล่น แถมติดชายหาดอีก ก็จัดแจงจองไปเลย 3 วัน 2 คืน โดยจุดหมายปลายทางก็คือ Let’s Sea หัวหินนั่นเองค่ะ

มุมสวยๆของ Let's Sea

                Let’s Sea ไม่ใช่แค่สวยนะคะ แต่ว่าบรรยากาศดี ไม่ได้ใหญ่โตโอ่อ่า แต่ว่าสบายมาก รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ทุกคนก็น่ารักเอาใจใส่แขกที่มาพักดีมากๆ เรียกว่าประทับใจมากล่ะค่ะ ฉันไปถึงวันแรก เห็นสระว่ายน้ำก็แทบกรี๊ด เพราะว่าชอบว่ายน้ำมาก มาคราวนี้กะจะว่ายให้หายอยากเลย สระน้ำเขาเป็นสระน้ำเกลือค่ะ กว้างใหญ่มาก แถมห้องพักที่เราจองเอาไว้ก็เดินลงสระได้เลยอีกต่างหาก ไปถึงก็เดินสำรวจสถานที่กันก่อนเลย โดยคนใกล้ตัวฉันเนี่ย พี่แกคลั่งไคล้ทะเลเป็นอันมาก หมายมั่นปั้นมือจะลงทะเลให้ได้ ส่วนฉันน่ะเฉยๆ ยังไงก็ได้ แค่แอบสงสัยนิดหน่อยว่า ทะเลก็สะอาดสวยงามดี แต่ไม่เห็นมีคนลงไปเล่นน้ำเลยแฮะ

สระว่ายน้ำสวยๆ

                ก็เดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าลงเล่นน้ำ ฉันเองน่ะสนุกดีอยู่แล้วกับการเล่นน้ำในสระ แต่พ่อเจ้าประคุณเธออยากลงทะเล ก็อ่ะไป ไปลงทะเลกัน... ปล่อยให้พี่แกลงไปเล่นน้ำพักนึง ฉันก็รีๆรอๆ ดูสภาพอากาศก็เออนะ ครึ้มๆ ไม่ร้อนเท่าไหร่ คนตรงหน้าก็โบกมือพร้อมกับกวักไหวๆให้ฉันลงไปเล่นน้ำเป็นเพื่อนเขา ก็อ่ะ ลงก็ได้... เอาจริงๆ น้ำทะเลที่หัวหินน่ะใสใช้ได้เลย เล่นคลื่นก็สนุกดีด้วย เราก็เล่นกันไป จับหอย จับปลา มาทัศนาเล่น ก็คิดแล้วล่ะว่า คงต้องขึ้นเสียที ไอ้จังหวะที่เอามือซ้ายจ้วงลงน้ำไปนั่นแหละค่ะ...

                ก็บังเกิดอาการเหมือนโดนไฟช็อตปวดแสบปวดร้อนเป็นอันมาก จำได้ว่าสัมผัสที่โดนมือเป็นอะไรที่แข็งๆหยุ่นๆ รู้ทันทีว่า โดนแมงกระพรุนไฟเข้าแล้วแน่ๆ แบบเต็มๆ เรียกว่าคว้าเข้าไปตรงใจกลางความเจ็บปวดเลยทีเดียว โชคดีมากที่อาการเจ็บทำให้ฉันทำได้แค่บีบท่อนแขนซ้ายของตัวเองเอาไว้แน่น เพราะเจ็บมากจนทำอะไรไม่ถูก คิดแค่ว่าต้องขึ้นจากน้ำให้เร็วที่สุด

                ฉันวิ่งขึ้นฝั่ง ขอให้เจ้าหน้าที่หาอะไรมาช่วยบรรเทาอาการหน่อย อะไรก็ได้ เพราะมันเจ็บจนคิดไม่ออก เขาก็เอาสำลีจุ่มแอลกอฮอล์มาเช็ดตรงแผลออกให้ ก็บรรเทาลงได้บ้างเพราะว่าเมือกพิษหลุดออกไปแล้ว ก่อนจะเอาน้ำส้มสายชูมาเช็ดซ้ำให้ มารู้ตัวอีกทีตรงหน้าขาข้างซ้ายก็โดนเข้าเหมือนกัน ไม่หนักหนา แต่ก็ปวดแสบปวดร้อนเอาเรื่องทีเดียว

                ฉันทำอะไรไม่ถูก เดินกลับห้องด้วยความทรมาณแล้วก็ทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่รีสอร์ตว่าให้เอามือแช่น้ำร้อนจัดเอาไว้จะช่วยบรรเทาอาการได้ ท่านผู้อ่านคะ อาการบรรเทาไม่ได้แปลว่าหายค่ะ โดนหนักขนาดนี้ต้องไปหาหมอสถานเดียวจริงๆ ฉันจัดแจงล้างตัวเท่าที่สามารถ ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตรงหน้าฟร้อนท์ว่าจะไปหาหมอ ทางเจ้าหน้าที่ดีแสนดี แนะนำโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหินที่อยู่ใกล้ที่สุดให้พร้อมกับโทรแจ้งแผนกฉุกเฉินเอาไว้เรียบร้อย ฉันจึงมีหน้าที่นั่งรถไปหาหมออย่างเดียว

                อาการเจ็บโหดร้ายมากค่ะขอบอก มือที่โดนก็ยังไม่ค่อยได้เห็นว่าแผลมันหน้าตาเป็นยังไง เพราะมันซีดๆแดงๆ มองไม่ออกว่ามันโดนตรงไหนบ้าง รู้แต่เจ็บไปหมด เจ็บขนาด นางพยาบาลถามว่าเจ็บระดับไหน ก็ได้แต่ถามกลับไปว่าคุณพยาบาลมีให้กี่ระดับล่ะค่ะ เพราะตอนนี้มันทะลุปรอทไปแล้ว คุณหมอเดินมาดูแผลแล้วก็บอกว่า โดนเยอะเลยนะครับเนี่ย จำได้ว่านางพยาบาลเอาน้ำเกลือเจือจางมาล้างแผล ก่อนจะเอาเบ้กกิ้งโซดาที่ผสมแล้วมาโปะที่แขนซ้าย ก็พอจะทุเลาอาการลงได้บ้าง แล้วก็เอาครีมสีขาวเย็นๆที่น่าจะชื่อฟาร์มาซีนอะไรสักอย่าง ทาละเลงแบบปาดหน้าเค้กกันเลย แล้วก็ห่อแขนฉันเอาไว้ราวกับคนไข้ที่ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงสาหัส แบบที่ถ้าไม่บอก ก็คงคิดว่าฉันแขนหักนั่นแหละ

                นางพยาบาลถามฉันว่า ก่อนมาหาหมอได้ทำอะไรไปบ้าง ฉันก็บอกหมดเท่าที่นึกออก ถึงได้รู้ว่าโชคดีที่เจ้าหน้าที่โรงแรมใช้สำลีเช็ดเมือกออกเบาๆ เพราะถ้าหนักมือล่ะก็พิษจะกระจายแผลจะเละเทะกว่านี้ และโชคดีมากที่ไม่อุตริเอามือไปแช่น้ำเย็น เพราะนางพยาบาลเธอใช้ศัพท์ที่เข้าใจยากว่า “ไม่อย่างนั้นประจุจะแตกค่ะ” เราก็โอเคค่ะ นับว่าปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ไม่เลวร้ายนัก แล้วคุณพยาบาลท่านนึงก็บอกว่า ใช้ผักบุ้งทะเลก็ช่วยได้ ฉันก็เลยบอกไปว่า โรงแรมหาดสะอาดมากผักบุ้งไม่มีซักต้นค่ะ แล้วเอาจริงๆ เราจะรู้ได้ไงว่าไอ้นี่มันคือผักบุ้งทะเลไม่ใช่ผักประหลาดอะไรซักอย่าง แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าจะทำยังไงกับมันดี ยากมากนะคะสำหรับโจทย์ผักบุ้งทะเลสำหรับฉัน... เพราะฉะนั้น รีบมาหาหมอดีที่สุดค่ะ เกิดไปทำอะไรซี้ซั้วเข้าเกรงว่าจะทำให้อาการบาดเจ็บแย่ไปกันใหญ่จริงๆนะ

                วันนั้นเองจึงได้รู้ว่า ลงทะเลเวลาฟ้าครึ้มฝนตกน่ะอันตราย โดยเฉพาะแถบหัวหินที่ขึ้นชื่อนัก (ทำไมฉันไม่รู้ล่ะ) เพราะพี่แมงกระพรุนไฟจะออกมาปิกนิกรวมญาติกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เรานี่แหละจะกลายเป็นผู้บุกรุกให้เขาไล่จี้เอา เวลาที่ไปสัมผัสกับแมงกระพรุนไฟ วิธีที่ดีที่สุดคือล้างเมือกในน้ำทะเล ก่อนจะรีบขึ้นฝั่ง (หรือจะรอให้เค้าเรียกพวกมาเพิ่มก็เต็มที่ฮ่ะ) อย่าใช้มือสัมผัสโดนแผลเด็ดขาด เพราะว่าเมือกที่ติดอยู่บนแผลนี่แหละตัวปวดแสบปวดร้อนเลย คนใกล้ตัวฉันโดนลูกหลงจากการช่วยฉันมาแล้ว พองซะไม่มี ขึ้นฝั่งแล้วก็ใช้สำลีชุบน้ำส้มสายชูหรือแอลกอฮอล์เช็ดบริเวณที่โดนอย่างเบามือ ทำอย่างกระโชกโฮกฮากมีแต่จะทำให้อาการแย่ลงนะคะ แล้วก็พาตัวไปพบแพทย์ซะ อย่าพยายามบอกตัวเองว่าอาการมันจะดีขึ้น มันมีแต่จะแย่ลงค่ะ คุณหมอจะล้างแผล ทำแผลให้ บางรายจะมีอาการไข้เพราะพิษร่วมด้วย แต่ฉันแข็งแรงดีทุกอย่าง ความดันปกติ ไม่ไข้ ไม่แพ้อะไรเลย เจ็บอย่างเดียว คุณหมอจะให้ยาแก้ปวดมากิน แต่ถ้าให้ฉันแนะนำฉีดยาได้ก็ฉีดเถอะค่ะ... มันเจ็บเป็นบ้าเลยจริงๆ

                ทำแผลเสร็จอาการเจ็บที่เหมือนจะบรรเทาแล่นจี๊ดเข้ามาอีก เจ็บจนทำอะไรไม่ถูก กินข้าวไม่อร่อย ไม่รู้จะเอามือวางไว้ตรงไหน ทำอะไรก็ไม่ได้ ฉันที่ปกติอึดมากเรื่องอดทนกับความเจ็บปวดยังถึงกับน้ำตาร่วงเลยทีเดียว ทานมื้อเย็นเสร็จก็ต้องอัดยาแก้ปวดเข้าไปถึงสองขนาน ถึงได้ทุเลาลง และนอนหลับลงได้ด้วยความอ่อนเพลีย โชคดีที่ไม่มีอาการเจ็บปวดขนาดนั้นเกิดขึ้นอีกหลังผ่านพ้นวันแรกไป

Before: สภาพแขนที่ยังปกติ

After: สภาพแขนที่ไม่ปกติแล้ว

                ทริปเที่ยวหัวหินสามวันสองคืนของฉัน เป็นอันว่าเจิมกันด้วยรอยรักจากพี่แมงกระพรุนไฟกันตั้งแต่วันแรกเลยทีเดียว หลังจากนั้นฉันก็กลายเป็นแขกประจำของโรงพยาบาลดังกล่าว เพราะต้องไปล้างแผลทุกวัน วันที่สองเปิดแผลออกดูตัวยาที่เป็นครีมสีขาวกลายเป็นสีดำเหมือนถ่านเลย รอยแผลก็เห็นได้ชัดขึ้นว่ารุนแรงมาก คุณหมอบอกโชคดีจังที่ไม่เป็นไข้ทั้งที่โดนไปขนาดนี้ ก่อนจะออกจากโรงพยาบาลไปพร้อมผ้าพันแผลชุดใหม่ที่ทำให้แขนแลดูสาหัสกว่าความเป็นจริงเยอะเลย

                ถึงอย่างนั้นช่วงที่พักอยู่ต่อก็ไม่ได้แย่อะไรนะคะ แค่ลงน้ำไม่ได้ ก็ไม่ได้ถึงกับทำให้ทริปคราวนี้กร่อยไปหรอกค่ะ บวกกับครื้นเครงพอสมควรที่เวลาเดินไปส่วนไหนของรีสอร์ตพนักงานจะจำฉันได้ทุกคน เข้ามาทักทายถามไถ่เรียกเสียงหัวเราะกันทุกวัน จนวันกลับนั่นล่ะค่ะ

อย่างไรก็ตามฉันยังต้องไปล้างแผลที่โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหินในวันสุดท้ายก่อนกลับ พร้อมยาทาและยากินหลายขนาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นยาแก้ปวดและยาฆ่าเชื้อ อ้อจำได้ว่ามียาลดบวมด้วยอีกตัวนึงนะ

                เข้าสู่วันที่ 4 ฉันกลับมารักษาตัวที่บ้านและกลายเป็นขาประจำของโรงพยาบาลเปาโลนวมินทร์นับแต่นั้น โดยกิจวัตรของฉันก็คือ ต้องมาล้างแผลทุกวัน จนกว่าคุณหมอจะบอกว่าพอ เคสฉันเป็นเคสเดียวของโรงพยาบาลเลยที่โดนแมงกระพรุนไฟ ก็เลยกลายเป็นที่สนใจของเหล่าพยาบาลและผู้ช่วยกันมาก มาดูกันใหญ่ ข้อดีในตอนนี้คือแผลมันไม่เจ็บทรมาณแล้ว แต่ว่ามันทุลักทุเลเอาเรื่องเหมือนกันกับการเหลือมืออยู่ข้างเดียว เพราะอีกข้างพันแผลเอาไว้ตลอดเวลาและห้ามโดนน้ำโดยเด็ดขาดนี่แหละ วันนี้แขนฉันเริ่มบวม คุณหมอจึงสั่งสลิงสำหรับใช้พยุงแขนไม่ให้ห้อยแขนเอาไว้เหมือนตามปกติเพื่อลดบวม

สภาพแผลหลังจากหนี่งสัปดาห์ บวมลดลง แต่ร่องรอยเละเทะเชียว

อีกมุมในจุดที่โดนหนักที่สุดเลย

                วันที่ 5 แขนของฉันบวมตุ่ยน่ากลัวมาก จนคุณหมออีกท่านถึงกับต้องสั่งยาลดบวมให้สองขนาน เห็นแล้วเหมือนงวงช้างมาก ถ้าฝ่ามือซ้ายฉันมีรู คงหายใจทางนั้นได้แน่ๆ อาการบวมยังมีต่อไปร่วมสัปดาห์ทีเดียว พร้อมกับอาการอักเสบของแผล ซึ่ง...แลดูน่าสยดสยองพอสมควร แผลบางจุดแตกออก บางจุดก็เป็นตุ่มน้ำใส ที่คุณพยาบาลท่านนึงทนไม่ได้ ถึงกับต้องเอาเข็มมาแทงให้แตกกันไปข้างนึง ก็ดีไปอย่าง ไม่ต้องรอลุ้นว่าจะแตกเมื่อไหร่ เจาะมันให้จบๆไปก็ดี

                ใช้เวลาเกือบสองสัปดาห์ อาการบวมจึงลดลง แต่ฉันยังต้องไปล้างแผลทุกวัน และยังต้องทานยาฆ่าเชื้อโรคต่อเนื่องทุกวัน ตอนนี้ได้เห็นแล้วว่า จุดไหนที่แผลลึกที่สุด มันก็จะหายช้าที่สุด แห้งช้ากว่าเพื่อน แต่อย่างน้อยแผลบางส่วนที่ตกสะเก็ดก็ช่วยทำให้ใจชื้นขึ้นบ้าง แม้จะมีอาการปวดหนึบๆอยู่บ้างเป็นระยะก็ตามที

แผลเริ่มแห้งและตกสะเก็ด แต่ยังมีจุดที่โดนหนักยังเป็นแผลสดค่ะ

มาล้างแผลในวันที่แผลส่วนใหญ่แห้งหมดแล้ว สะเก็ดเริ่มหลุด แต่ตรงข้อมือนั่นหนักที่สุดล่ะค่ะ

ใกล้ๆอีกซักนิด

                ใช้เวลาเกือบสามสัปดาห์ในการล้างแผลและรักษาอย่างต่อเนื่อง คุณหมอจึงบอกว่าไม่ต้องมาล้างแผลแล้ว แต่เริ่มรักษารอยแผลเป็นได้เลย คือรอยแผลตอนนี้มันเละเทะมาก แล้วมีแผลทุกรูปแบบ ทั้งแบบที่เป็นจุด เป็นรอยบาก รอยไหม้ เป็นลายเส้น เป็นดวงๆ วาไรตี้ขนาดที่ถ้าไม่บอกก็ไม่มีทางรู้เลยว่าไปโดนอะไรมา คุณหมอเองก็บอกไว้แต่แรกว่ามันรอยแผลเป็นแน่นอน... ซึ่งก็ต้องรักษากันต่อไปนะคะท่านผู้อ่าน

 

ระยะหลังผ้าพันแผลลดขนาดลงเยอะเลย

อีกมุม แลดูสวยงามมาก

                วันที่เขียนอยู่นี่ เป็นวันแรกที่ฉันไม่ต้องไปล้างแผลแล้ว คุณหมอแนะนำ Scagel เจลทารักษารอยแผลเป็นว่าใช้ดีจริงๆ และทาลงบนแผลทั้งหมดได้เลย ให้บ่อยและให้ต่อเนื่องที่สุด เป็นไปได้ก็ปิดแผลเอาไว้หน่อย ฉันก็เลยใช้วิธีทาโปะลงไปเรื่อยๆ ถ้าอยู่บ้านใช้แค่ผ้าก็อซปิดเอาไว้บางส่วนก็พอ เผื่อทายาซ้ำ แต่ถ้าเป็นเวลานอนหรือต้องออกไปผจญภัยข้างนอกก็ค่อยพันผ้าเอาไว้ ซึ่งสำหรับฉันตอนนี้พันได้เองสบายมาก ระยะหลังถึงขั้นลงมือช่วยพันแผลกับคุณพยาบาลได้แล้ว เซียนขนาดนั้นเลย

ร่องรอยล่าสุดบริเวณหลังมือ แผลแห้งหมดแล้วและกำลังเริ่มรักษาแผลเป็นค่ะ

ร่องรอยบนผ่ามือ และบริเวณข้อมือ

                ก็ไม่ทราบเหมือนกันนะคะว่า จะต้องใช้เวลารักษาอีกนานแค่ไหนกว่าแผลเป็นจะดีขึ้น ส่วนตัวฉันค่อนข้างอดทนและมีวินัยกับการกินยาและรักษาแผล หมอนัดก็ไปไม่เคยขาด ถามหมอทุกสิ่งอย่างที่อยากรู้ แล้วที่สำคัญต้องใจเย็นค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุ เกิดขึ้นแล้วก็ต้องค่อยๆรักษากันไป สำหรับฉันขั้นแรกขอแค่ให้อาการปวดบรรเทาลง แล้วก็รักษากันไปตามอาการ ต่อไปก็ขอให้แผลสดมันแห้งเสียที พอแห้งก็จะได้รักษาแผลเป็นกันไป เดี๋ยวก็หาย แค่นี้ไกลหัวใจค่ะ

                ตั้งแต่โดนแมงกระพรุนไฟจัดหนัก ความลำบากในชีวิตมีแค่ไม่สะดวกในการใช้มือข้างเดียวทำโน่นทำนี่เท่านั้นเอง ซักสองสามวันก็ไปเล่นตลกกับหมอกับพยาบาลได้แล้ว เคยเรียกแท็กซี่ให้มารับไปโรงพยาบาลแล้วไม่มีแท็กซี่เข้ามา ฉันก็ตัดสินใจขับรถไปเอง หลังจากนั้นก็ขับรถไปไหนมาไหนเองได้ตามปกติ แถมมองโลกในแง่ดีว่า โดนแค่นี้ยังนับว่าโชคดี โดนแค่มือซ้าย มือขวาข้างที่ถนัดก็ยังใช้ได้ คนใกล้ตัวที่ไปด้วยก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก ก็ดีแล้ว ดีกว่าโดนทั้งสองคน ค่ารักษาไม่ถูกก็จริง แต่ก็มีประกันที่น่าจะเคลมได้ ดังนั้นเอาจริงๆ แค่เจ็บมากในตอนแรกแล้วก็ใช้งานแขนได้ข้างเดียว ที่เหลือฉันยังโอเคแค่นี้ก็ดีมากแล้ว นี่กะว่าถ้าได้เงินที่เคลมจากประกัน จะแบ่งไปทำบุญเสียหน่อย นึกเสียว่าฟาดเคราะห์ไปก็แล้วกัน

                รูปที่เอามาให้ดู อาจจะแลดูสยองไปบ้าง แต่จริงๆมันก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นนะ (หรือเปล่า) แต่ก็ให้ได้รู้กันไว้นะคะ มีลูกมีหลานก็อย่าให้ได้โดนเลยดีกว่า เพราะมันเจ็บมาก แล้วก็ใช้เวลารักษานานมากทีเดียว ต้องอดทนกับมันพอสมควร ก็ถือเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงค่ะว่าจะเข็ดหรืออะไรก็ตาม ก็ยังเป็นคนชอบว่ายน้ำลงทะเลเหมือนเดิม ยังคิดเลยว่า รอให้หายก่อนเถอะ ซักวันจะไปถอนจริงๆนะคอยดู

                ลงทะเลครั้งต่อไปก็ขอให้ระมัดระวังตัวกันดีๆก็พอ ไม่ต้องถึงกับขยาดหรือเกรงกลัวการลงทะเลขนาดนั้นหรอกนะคะ แค่ต้องดูสถานที่ที่ไป แล้วก็ดูดินฟ้าอากาศสักหน่อย ลองถามคนในพื้นที่ดูก็ได้ ของฉันจำได้ว่าก่อนจะไปลงทะเลเหมือนได้ยินเจ้าหน้าที่ รปภ ของโรงแรมบอกว่า ระวังแมงกระพรุนนะครับ แต่ฉันเหมือนไม่ค่อยได้ยินก็เลยไม่ใส่ใจ ก็เลยเป็นอย่างที่เห็นนี่ล่ะค่ะ ถือว่าเราไม่รู้ และมันก็เป็นอุบัติเหตุครั้งหนึ่งในชีวิตน่ะค่ะ ต่อไปก็คงระมัดระวังขึ้นแล้ว

                ถือว่าเอามาเล่าให้ฟังสนุกๆไปด้วย เป็นวิทยาทานไปด้วยแล้วกันนะคะ ^^

19 มิถุนายน 2555 @ บ้าน